วันนี้ (19 พ.ค. 69) เวลา 09.00 น. ที่โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ สไตลิช คอนเวนชั่น ถ.รัตนาธิเบศร์ อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ นายภาสกร บุญญลักษม์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านกิจการความมั่นคงภายใน เป็นประธานเปิดและมอบแนวทางการเสริมประสิทธิภาพการบริหารจัดการพื้นที่ชายแดนเชิงบูรณาการภายใต้บริบทความท้าทายใหม่ ประจำปี 2569 โดยมี นายเอกพงษ์ ศิริพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน นางสาวอรอุมา วรแสน ผู้อำนวยการกองการต่างประเทศ พร้อมด้วยหัวหน้าหน่วยงานระดับสำนัก กอง ศูนย์ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้าสำนักงานจังหวัด ผู้ปฏิบัติงานด้านการบริหารจัดการพื้นที่ชายแดนระดับจังหวัดของสำนักงานจังหวัดและที่ทำการปกครองจังหวัด 31 จังหวัดชายแดน และผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานด้านความมั่นคงชายแดน อาทิ กระทรวงกลาโหม กรมศุลกากร กองทัพบก กองทัพเรือ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมเอเชียตะวันออก กรมประชาสัมพันธ์ รวมกว่า 150 คน เข้าร่วม
นายภาสกร บุญญลักษม์ กล่าวว่า การขับเคลื่อนภารกิจด้านความมั่นคงชายแดนมีความสำคัญเพิ่มมากขึ้นครอบคลุมในหลายมิติ ทั้งด้านกฎหมาย เศรษฐกิจ การค้า และสังคม เช่น "มิติเศรษฐกิจ" ในพื้นที่ภาคเหนือ เราติดกับจีนตอนใต้ เราจึงต้องมองไปถึงการค้าและการลงทุนที่จะทำให้ส่งผลดีทางเศรษฐกิจ ทั้งสินค้าเกษตร และสินค้าอื่น ๆ เราต้องไม่มองเพียงแค่ชายแดนเป็นทางผ่านของการขนส่งสินค้าเท่านั้น ในส่วน "มิติด้านความมั่นคง" ยกตัวอย่าง "ปัญหายาเสพติด" ซึ่งที่ผ่านมาเราขับเคลื่อนภายใต้ชื่อ ศูนย์ต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติด แต่ไม่เห็นเราเคยชนะเลย เพราะงานไม่เคยลดเลย ผู้ต้องหาในเรือนจำเกี่ยวข้องกับยาเสพติด 70-80% มีคนเสพยาเต็มบ้านเต็มเมือง ราคายาเสพติดลดลงจากเม็ดละ 300-400 บาท กลายเป็น 17 บาท สะท้อนว่า ตราบใดก็ตาม ถ้าเราไม่แก้ที่ต้นเหตุของปัญหาซึ่งมันถูกนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะตอนเหนือ นี่คือ รากเหง้าของปัญหา ถ้าเราไม่สกัดกั้นให้เด็ดขาด เราจะทำงานอย่างไม่มีวันจบสิ้น และความร่วมมือของชุมชน ตลอดจนคนในครอบครัว ต้องมีความเข้มแข็ง รวมถึงเรื่องฐานสแกมเมอร์ ที่พวกเราได้ร่วมกันปราบปรามอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมาจนกระทั่งบรรเทาเบาบางลง แต่ก็ยังพบว่ามีบางส่วนยังคงส่งผลกระทบต่อประชาชน เราจึงต้องดำเนินการอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง ให้ความสำคัญกับการคัดกรองผู้เดินทางเข้า-ออกประเทศตามแนวชายแดนด้วยหนังสือผ่านแดน (Border Pass) เพื่อให้มีข้อมูลที่ชัดเจน สามารถดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปได้
นายภาสกร ได้เน้นย้ำถึง "การประชุมศูนย์สั่งการชายแดน" ที่ต้องมีการประชุมทุกเดือน โดยในระดับนโยบาย ขณะนี้สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติอยู่ระหว่างการจัดทำโครงสร้างการขับเคลื่อนภารกิจด้านความมั่นคงชายแดน ด้วยการจัดตั้ง ศบค.ชด. ซึ่งมีผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธาน ปลัดกระทรวงมหาดไทย และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นรองประธาน โดนในส่วนของกระทรวงมหาดไทยก็จะมีการจัดตั้ง ศบค.ชด.มท. เป็นศูนย์อำนวยการของกระทรวงมหาดไทย เพื่อขับเคลื่อนภารกิจ 31 จังหวัดชายแดน ครอบคลุมทุกมิติ อาทิ การเชื่อมสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อให้มีความสัมพันธ์ระดับท้องถิ่น ส่งผลให้เกิดผลดีทางเศรษฐกิจ ความมั่นคง การค้าขาย เพราะงานชายแดนมิติเศรษฐกิจและความมั่นคงต้องสมดุลกัน
นายภาสกร กล่าวเพิ่มเติมว่า ทุกการสัมมนาล้วนเป็นประโยชน์ทั้งหมด แต่ต้องไม่เป็นลักษณะ One-way Communication ที่ผู้มาสัมมนาฟังอย่างเดียว แต่ต้องเป็นเวทีแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน เต็มไปด้วยการยกปัญหาและตอบแนวทางแก้ไขปัญหา เพื่อจะได้เป็นวิทยาทานให้กับจังหวัดอื่น ๆ ด้วยการวิเคราะห์ สังเคราะห์ และสะท้อนมุมมอง หาแนวทางเพื่อให้การขับเคลื่อนภารกิจเป็นรูปธรรมและยั่งยืน เพราะพื้นที่ชายแดนทั้ง 4 ภาค มีหลักเหมือนกัน แตกต่างเพียงเรื่องวัฒนธรรมอย่างเดียว
"งานความมั่นคงที่อยู่ในมือท่านทุกคน เป็นงานที่เราให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวด อย่าปล่อยผ่าน อย่ามองว่าไม่ใช่หน้าที่ เพราะการรักษาความสงบเรียบร้อย การบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ความรู้สึกของประชาชนเป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคน แม้ว่า สำนักงานจังหวัด ไม่ได้มีหน้าที่ต้องลงไปพบปะประชาชนโดยตรง เพราะมีที่ทำการปกครองจังหวัด ที่ทำการปกครองอำเภอ อยู่ใกล้ชิดประชาชนที่สุด แต่ สำนักงานจังหวัด รวมถึงสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย (ส่วนกลาง) เป็นหน่วยนโยบายที่ทุกองคาพยพล้วนมีผลต่อการทำงานของทุกส่วน เป็นหน่วยฟังก์ชันที่จะส่งผลให้งานชายแดนและงานพื้นที่เกิดประสิทธิภาพ และเกิดมรรคผลสูงสุดนั่นคือประโยชน์ของพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน"
นายภาสกร ยังได้กล่าวถึงการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) การดำเนินงานด้านความมั่นคง ซึ่งจะมีขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะของผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด 76 จังหวัด เพื่อกำหนดแนวทางในการขับเคลื่อนการดำเนินงาน รวม 9 ประเด็น ซึ่งมีประเด็น "การเชื่อมโยงฐานข้อมูลด้านความมั่นคง" เป็นหนึ่งในประเด็นการ Workshop ดังกล่าวด้วย
สำหรับโครงการเสริมประสิทธิภาพการบริหารจัดการพื้นที่ชายแดนเชิงบูรณาการภายใต้บริบทความท้าทายใหม่ ประจำปี 2569 มุ่งเสริมสร้างศักยภาพเชิงระบบ (System Capacity) และยกระดับการบริหารจัดการพื้นที่ชายแดนให้สอดคล้องกับบริบทความท้าทายใหม่อย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการยกระดับศักยภาพเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ชายแดนและหน่วยงานส่วนกลางที่เกี่ยวข้องด้านการบริหารจัดการเชิงบูรณาการ ควบคู่พัฒนากลไกการประสานงานระหว่างส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และหน่วยงานด้านความมั่นคงให้มีเอกภาพ อาทิ นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วย ความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ. 2571 - 2575) การถอดบทเรียนการสื่อสารในสภาวะวิกฤติ และแนวทางการดำเนินการต่อต้านข่าวปลอม การสร้างความเข้าใจกระบวนการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ไทย-กัมพูชา รวมทั้งแนวทางการรับมือภัยคุกคามรูปแบบใหม่ อาชญากรรมข้ามชาติ โดยมีการระดมความเห็นจัดทำแผนปฏิบัติการรองรับสถานการณ์ด้านความมั่นคงและภัยคุกคามรูปแบบใหม่ เพื่อสร้างเครือข่ายการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างจังหวัดชายแดน นำไปสู่การจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายในการพัฒนาระบบบริหารจัดการพื้นที่ชายแดนอย่างยั่งยืน
ข้อมูลจาก https://www.thaigov.go.th/th/news/164232