วันที่ 30 เมษายน 2569 เวลา 09.15 น. นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในการเปิดการประชุมเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬายูธโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 5 พ.ศ. 2573 (ค.ศ. 2030) ณ สำนักงานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และให้การต้อนรับคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) ในโอกาสเดินทางมาตรวจเยี่ยมและประเมินความพร้อมของประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยมีผู้บริหารระดับสูงด้านกีฬา อาทิ ผศ.ดร. พิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ นพ.มีชัย อินวู๊ด รองผู้ว่าการฝ่ายบริหาร การกีฬาแห่งประเทศไทย นายปรีชา ลาลุน รองผู้ว่าการ ฝ่ายกีฬาเป็นเลิศและ
วิทยาศาสตร์การกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย เข้าร่วมในวาระสำคัญนี้ด้วย
นายสุรศักดิ์เปิดเผยว่า รัฐบาลไทยให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนากีฬาโดยยกให้เป็นวาระแห่งชาติ และมีแผนงานที่ชัดเจนในการยกระดับโครงสร้างการบริหารจัดการด้านกีฬาของประเทศ หนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญคือการผลักดันสู่การจัดตั้ง “กระทรวงกีฬา” เพื่อทำหน้าที่ขับเคลื่อนภารกิจด้านกีฬาโดยเฉพาะอย่างเป็นระบบ มีเป้าหมาย และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน รัฐบาลมุ่งเน้นการนำวิทยาศาสตร์การกีฬา เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาเป็นกลไกหลักในการพัฒนานักกีฬาไทยตั้งแต่ระดับเยาวชนไปสู่ความเป็นเลิศและก้าวสู่ระดับอาชีพตามมาตรฐานสากล
ในการเปิดประชุมครั้งนี้ นายสุรศักดิ์ ยังได้เน้นย้ำถึงความพร้อมของประเทศไทยที่มีประสบการณ์อย่างเป็นรูปธรรมในการจัดมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติ ตลอดจนมีโครงสร้างพื้นฐานที่ได้มาตรฐานและความร่วมมือที่เข้มแข็งจากทุกภาคส่วน การเสนอตัวเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันกีฬาเท่านั้น แต่ยังเป็นวิสัยทัศน์ในการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางระดับโลกด้านการพัฒนาเยาวชนและการจัดมหกรรมนานาชาติ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางชั้นนำด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sports Tourism) ซึ่งจะช่วยสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนให้แก่ประชาชนและระบบเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมทั้งยกระดับบทบาทและภาพลักษณ์อันดีของไทยในเวทีโลกอย่างมั่นคง
ในช่วงท้าย นายสุรศักดิ์ ได้กล่าวขอบคุณคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) ที่ให้เกียรติเดินทางมาตรวจเยี่ยมและประเมินความพร้อมในครั้งนี้ พร้อมทั้งแสดงความขอบคุณต่อการกีฬาแห่งประเทศไทย คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ พันธมิตรทุกภาคส่วน และสื่อมวลชนที่ร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจนี้ โดยรัฐบาลหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความพร้อมและความเป็นมืออาชีพในการดำเนินงานจะสร้างความประทับใจและได้รับความไว้วางใจให้ประเทศไทยได้ทำหน้าที่เจ้าภาพจัดการแข่งขันยูธโอลิมปิกเกมส์ 2030 ต่อไป