บทสรุป
นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดงานสืบสานประเพณีมหาสงกรานต์เมืองพระบาง จังหวัดนครสวรรค์ ภายใต้แนวคิด “สงกรานต์บ้านฉัน สีสันไทไทย สุขไกลทั่วโลก” โดยจังหวัดนครสวรรค์ เป็น 1 ใน 13 จังหวัดเมืองน่าเที่ยว เพื่อสร้างจุดขายใหม่ทางวัฒนธรรม ควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ การจัดงานเทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2569 ของประเทศไทย ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั่วโลกทำให้ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับให้เป็นจุดหมายปลายทางอันดับ 1 ของโลกในเดือนเมษายน 2569 จาก Big 7 Travel สื่อท่องเที่ยวออนไลน์ระดับโลกจากสหราชอาณาจักร โดยคาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ท่องเที่ยวในเทศกาลสงกรานต์ทั่วประเทศ ไม่น้อยกว่า 6.5 ล้านคน และก่อให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 30,000 ล้านบาท พร้อมเชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมงานสงกรานต์ ที่ยังคงจัดต่อเนื่องในหลายพื้นที่ อาทิ ชลบุรี สมุทรปราการ อุทัยธานี และน่าน ส่วนการอำนวยความสะดวกการเดินทางกลับจากเทศกาลสงกรานต์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงพื้นที่จังหวัดสุโขทัย เพื่อติดตามสถานการณ์การให้บริการน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นช่วงที่มีการเดินทางของประชาชนจำนวนมาก โดยสถานีบริการสามารถรองรับความต้องการใช้น้ำมันของประชาชนได้อย่างเพียงพอ ไม่มีสัญญาณของการขาดแคลน กระทรวงคมนาคม กำชับทุกหน่วยงานให้บริหารจัดการการเดินทางกลับเข้าสู่กรุงเทพมหานครอย่างเป็นระบบ จัดระบบขนส่งสาธารณะครอบคลุมการเดินทางทั้งทางถนน ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศ เพื่อรองรับการเดินทางกลับของประชาชนได้อย่างเพียงพอ และตรวจสอบความพร้อมของพาหนะและบุคลากรอย่างเคร่งครัด ด้านกระทรวงสาธารณสุข แนะนำผู้ที่จะต้องขับขี่พักผ่อนให้เต็มที่ก่อนออกเดินทาง งดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ระมัดระวังการใช้ยาที่มีฤทธิ์ทำให้ง่วง เช่น ยาแก้แพ้ กลุ่มยาคลายกล้ามเนื้อ ไม่ขับรถเร็วเกินกำหนด และได้เตรียมความพร้อมจุดบริการ บุคลากรการแพทย์ ยาและเวชภัณฑ์ ระบบการแพทย์ฉุกเฉินและการส่งต่อ ในสถานบริการของกระทรวงสาธารณสุข โดยเฉพาะเส้นทางหลัก เพื่อรองรับเหตุฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง
รายละเอียด
(15 เม.ย. 69) นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดงานสืบสานประเพณีมหาสงกรานต์เมืองพระบาง จังหวัดนครสวรรค์ (Songkran Festival in Mueang Phra Bang 2026) ณ วัดวรนาถบรรพต พระอารามหลวง อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ โดยนางสาวซาบีดา กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม ให้ความสำคัญการจัดงานสงกรานต์ ภายใต้แนวคิด “สงกรานต์บ้านฉัน สีสันไทไทย สุขไกลทั่วโลก” ยกระดับเทศกาลไทยสู่ระดับสากลโดยกำหนด 5 เมืองอัตลักษณ์ 13 เมืองน่าเที่ยว และ 5 จุดหมายหลักในกรุงเทพมหานคร ซึ่งจังหวัดนครสวรรค์ได้รับการคัดเลือก เป็น 1 ใน 13 จังหวัดเมืองน่าเที่ยว เพื่อสร้างจุดขายใหม่ทางวัฒนธรรม ควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยยังคงรักษาคุณค่า ความเชื่อ และอัตลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่นให้สอดคล้องกับบริบทร่วมสมัยภายในงานมีการจัดกิจกรรมที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นอย่างหลากหลาย อาทิ การแสดง ชุด เพลงรำวงเริงสงกรานต์ การแสดงรำวงสงกรานต์จากนางรำ 15 อำเภอ (เพลงสงกรานต์เมืองพระบาง) การแสดงโขน รามเกียรติ์ ชุดกองทัพพระอินทร์ ระบำพรหมาสตร์ การเดินแบบชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ และผ้าไทยร่วมสมัย การสาธิตอาหารพื้นบ้าน อาหาร 1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่น ผลิตภัณฑ์ชุมชน การแสดงผลิตภัณฑ์ จักสานหัตถศิลป์ พื้นถิ่นนครสวรรค์
สำหรับภาพรวมการจัดงานเทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2569 ของประเทศไทย ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก จนทำให้ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับให้เป็นจุดหมายปลายทางอันดับ 1 ของโลกในเดือนเมษายน 2569 จาก Big 7 Travel สื่อท่องเที่ยวออนไลน์ระดับโลกจากสหราชอาณาจักร ซึ่งความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงพลังของ “สงกรานต์ไทย” สามารถสร้างประสบการณ์ที่เปี่ยมด้วยความสุข ความอบอุ่น และมิตรภาพให้กับผู้คนจากทั่วโลก ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 จะมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั่วประเทศทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ไม่น้อยกว่า 6.5 ล้านคน และก่อให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 30,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตามความสำเร็จของสงกรานต์ในปีนี้ เกิดจากคนไทยทั้งประเทศที่ร่วมกันเจ้าบ้านที่ดีในการต้อนรับนักท่องเที่ยว รวมถึงการมีส่วนร่วมในกิจกรรม “ภูมิใจแต่งไทยทั้งแผ่นดิน” ที่ช่วยสะท้อนอัตลักษณ์และความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมของชาติ ถึงแม้ช่วงวันหยุดหลักของเทศกาลสงกรานต์จะผ่านไปแล้ว แต่เทศกาลสงกรานต์ยังคงจัดอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ อาทิ จังหวัดชลบุรี สมุทรปราการ อุทัยธานี และน่าน จึงขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยว ร่วมเดินทางไปสัมผัสเสน่ห์ของสงกรานต์ไทยในพื้นที่ต่าง ๆ
นอกจากนี้ ในปีนี้ยังได้เห็นปรากฏการณ์สำคัญที่สะท้อนการเติบโตของ Soft Power ไทยในระดับโลกอย่างชัดเจน โดย Nike แบรนด์กีฬาระดับโลก ได้เปิดตัวรองเท้ารุ่นพิเศษ Nike Dunk Low “Som Tum” ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากเมนูอาหารไทยอย่าง “ส้มตำ” ถ่ายทอดผ่านการออกแบบที่ผสมผสานอัตลักษณ์ไทยอย่างสร้างสรรค์โดยรองเท้าดังกล่าวใช้โทนสีส้ม เขียว และขาว สื่อถึงมะละกอและพริกขี้หนู พร้อมรายละเอียดที่สะท้อนวิถีชีวิตไทย เช่น ลวดลาย “ครก-สาก” วัสดุถักทอคล้ายกระติ๊บข้าว รวมถึงลายปักภาษาไทยคำว่า “ไนกี้” และกราฟิกถุงข้าวหอมมะลิ ซึ่งถือเป็นการนำวัฒนธรรมไทยเข้าสู่เวทีแฟชั่นระดับโลกอย่างโดดเด่น สะท้อนให้เห็นว่าวัฒนธรรมไทยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในประเทศ แต่สามารถต่อยอดไปสู่ระดับสากล และสร้างมูลค่าเพิ่มในมิติใหม่ ๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์และอุตสาหกรรมแฟชั่น
ขณะที่การอำนวยความสะดวกประชาชนในการเดินทางกลับจากเทศกาลสงกรานต์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงพื้นที่จังหวัดสุโขทัย เพื่อติดตามสถานการณ์การให้บริการน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นช่วงที่มีการเดินทางของประชาชนจำนวนมาก โดยสถานีบริการสามารถรองรับความต้องการใช้น้ำมันของประชาชนได้อย่างเพียงพอ ไม่มีสัญญาณของการขาดแคลน หรือปัญหาการรอคิวยาวผิดปกติแต่อย่างใด แม้ประเทศไทยจะมีปริมาณน้ำมันเพียงพอในขณะนี้ แต่การใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่าและประหยัดยังคงเป็นสิ่งสำคัญ โดยขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย และสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศในระยะยาว
ด้านศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยคมนาคม ยืนยันระบบขนส่งสาธารณะสามารถรองรับการเดินทางของประชาชนได้อย่างเพียงพอ มีการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะรวม 12,640,505 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.37 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (11-15 เมษายน 2568) ระบบรางมีสัดส่วนการใช้บริการสูงสุด คิดเป็นร้อยละ 46 นอกจากนี้กระทรวงคมนาคมยังได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินมาตรการรองรับประชาชนเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้เพิ่มขบวนรถเสริมพิเศษในเส้นทางสายเหนือ สายตะวันออกเฉียงเหนือ และสายใต้ ควบคู่กับการเพิ่มตู้โดยสารในขบวนรถประจำ ระหว่างวันที่ 14-17 เมษายน 2569 จัดการตารางเดินรถให้สอดคล้องกับปริมาณผู้โดยสารรายวัน จัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยทั้งในสถานีและบนขบวนรถ ติดตามประเมินสถานการณ์แบบวันต่อวัน เพื่อป้องกันปัญหาผู้โดยสารตกค้างและรองรับการเดินทางกลับได้อย่างเพียงพอ ยกระดับความปลอดภัยเพื่อรับมือเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์บนขบวนรถ เพิ่มความถี่เจ้าหน้าที่เดินตรวจตลอดเส้นทาง หากเกิดเหตุผู้โดยสารสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ หรือโทรสายด่วน รฟท. 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานทีมแพทย์ รฟท. ประเมินอาการและให้คำแนะนำเบื้องต้น พร้อมบูรณาการร่วมกับสายด่วน 1669 จัดรถพยาบาลรอรับที่สถานีปลายทาง เพื่อส่งต่อผู้ป่วยเข้ารับการรักษาได้อย่างรวดเร็วทันท่วงที
ด้านกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ดำเนินมาตรการตรวจความพร้อมรถโดยสารสาธารณะและพนักงานขับรถอย่างเข้มงวด ณ สถานีขนส่งผู้โดยสาร จุดจอด จุด Checking Point และ Rest Area รวม 219 จุดทั่วประเทศ
ถึงวันที่ 19 เมษายน 2569 เน้นการตรวจสภาพรถ ระบบความปลอดภัย อุปกรณ์ประจำรถ ความพร้อมของพนักงานขับรถ การตรวจวัดแอลกอฮอล์และสิ่งเสพติดก่อนปฏิบัติหน้าที่ กำกับดูแลการจัดเที่ยววิ่งให้เพียงพอกับความต้องการเดินทางขาเข้า ประสานผู้ประกอบการจัดรถเสริมในเส้นทางที่มีผู้โดยสารหนาแน่น เพื่อให้การเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร เป็นไปอย่างต่อเนื่องและปลอดภัย
บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) คาดการณ์ว่าในวันที่ 15 – 19 เมษายน 2569 ประชาชนจะทยอยเดินทางเฉลี่ยวันละ 110,000 - 120,000 คน ใช้รถโดยสาร (รถบริษัทฯ และรถร่วมฯ) เฉลี่ยวันละ 6,000 - 7,000 เที่ยว โดย บขส. ได้จัดรถโดยสาร Shuttle bus จำนวน 4 คัน ให้บริการฟรี ในเส้นทางสถานีขนส่งฯ หมอชิต 2 – BTS หมอชิต - สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ (ประตู 2) จอดรับ - ส่งประชาชนบริเวณหน้าเสาธง สถานีขนส่งฯ หมอชิต 2 ในวันที่ 15 - 20 เมษายน 2569 เวลา 04.00 – 07.00 น. เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชน และช่วยระบายผู้โดยสารจากสถานีขนส่งฯ ไปยังจุดเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชนหลัก นอกจากนี้มีรถเมล์ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และรถเมล์ไฟฟ้า ของบริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด (TSB) ให้บริการประชาชน ณ สถานีขนส่งฯ หมอชิต 2 เชื่อมต่อ
ไปยังพื้นที่ต่าง ๆ จำนวน 22 เส้นทาง และจัดแท็กซี่บริการ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางอีกด้วย
ในส่วนของกรมทางหลวง (ทล.) ได้บริหารจัดการจราจรบน M6 สายบางปะอิน - นครราชสีมา เพื่อรองรับประชาชนที่เดินทางกลับเข้าสู่กรุงเทพมหานคร ในช่วงท้ายเทศกาลสงกรานต์ 2569 โดยได้ดำเนินการปรับทิศทางการจราจรในช่วงบางปะอิน - ปากช่อง ในรูปแบบ One way ขาเข้ากรุงเทพฯ ถึงวันที่ 19 เมษายน 2569 ขณะที่ช่วงปากช่อง - นครราชสีมา เปิดให้สัญจรได้ตามปกติทั้งสองทิศทางตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมกำชับหน่วยงานในพื้นที่ติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่ออำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยตลอดเส้นทาง
กรมท่าอากาศยาน (ทย.) และบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) ได้บริหารจัดการความถี่เที่ยวบินและบริหารจัดการพื้นที่ภายในอาคารผู้โดยสาร เพื่อรองรับปริมาณประชาชนที่เดินทางเพิ่มขึ้นอย่างหนาแน่นให้ได้รับความสะดวกรวดเร็วและไม่มีผู้โดยสารตกค้าง
กระทรวงคมนาคมได้กำชับทุกหน่วยงานให้บริหารจัดการการเดินทางกลับเข้าสู่กรุงเทพฯ อย่างเป็นระบบ บูรณาการข้อมูลปริมาณผู้โดยสาร และปริมาณจราจรแบบเรียลไทม์ เพื่อปรับแผนการให้บริการอย่างเหมาะสม
ในแต่ละช่วงเวลา ตรวจสอบความพร้อมของพาหนะและบุคลากรอย่างเคร่งครัด และรายงานผลการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนว่าสามารถเดินทางกลับได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ครอบคลุมการเดินทางทางถนน ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ด้านนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ช่วงการเดินทางกลับจากเทศกาลสงกรานต์ของประชาชนทำให้มีปริมาณรถหนาแน่นในทุกเส้นทาง ประกอบกับช่วงนี้สภาพอากาศร้อนจัด ทำให้อ่อนเพลียระหว่างขับรถได้ง่าย จึงขอให้ผู้ที่จะต้องขับขี่พักผ่อนให้เต็มที่ก่อนออกเดินทาง งดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ระมัดระวังการใช้ยาที่มีฤทธิ์ทำให้ง่วง เช่น ยาแก้แพ้ กลุ่มยาคลายกล้ามเนื้อ ไม่ขับรถเร็วเกินกำหนด สวมหมวกนิรภัยหรือคาดเข็มขัดนิรภัยทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ใช้ที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก ตลอดการเดินทางไม่ว่าจะใกล้หรือไกล หากรู้สึกง่วงให้จอดพัก และหากเดินทางระยะไกลควรผลัดเปลี่ยนคนขับเพื่อความปลอดภัย
นอกจากนี้ ได้เตรียมความพร้อมทั้งจุดบริการ บุคลากรการแพทย์ ยาและเวชภัณฑ์ ระบบการแพทย์ฉุกเฉินและการส่งต่อในสถานบริการของกระทรวงสาธารณสุข โดยเฉพาะที่ตั้งอยู่ตามเส้นทางหลัก เพื่อรองรับเหตุฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ หากพบผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน สามารถโทรขอความช่วยเหลือได้ที่สายด่วน 1669