เมื่อวันที่ 23 มี.ค. 69 เวลา 19.00 น. ที่บริเวณถนนข้าวเม่าริมโขง อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานพิธีเปิดงานวันสถาปนาจังหวัดบึงกาฬ ครบรอบ 15 ปี และงานกาชาดจังหวัดบึงกาฬ ประจำปี 2569 “สายธารศรัทธา พญานาคราช “บึงกาฬ” เมืองมหัศจรรย์แห่งลุ่มน้ำโขง” โดยมี นางแว่นฟ้า ทองศรี กรรมการคณะคู่สมรสคณะรัฐมนตรี นายสุรพล เจริญภูมิ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ นางจิรภา เจริญภูมิ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬและประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดบึงกาฬ นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ นายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ข้าราชการ ผู้ประกอบการ ห้าง ร้าน ภาคีเครือข่าย และประชาชน ร่วมงานเป็นจำนวนมาก โดยได้รับเกียรติจาก ท่านสมใจ คุนพะไซ รองเจ้าแขวงบอลิคำไซ พร้อมคณะจากประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ร่วมเป็นเกียรติและยินดีในงานดังกล่าวด้วย
โอกาสนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และคณะ ร่วมรับชมการแสดง “ฟ้อนศิรการบทมาลย์สิริกิติ์พระมารดา” โดยนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี และการแสดง “ฝ้ายลาวสาวไตเม้ย” ศิลปวัฒนธรรมจากแขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว พร้อมรับฟังคำปราศรัยแสดงความยินดีจากท่านสมใจ คุนพะไซ รองเจ้าแขวงบอลิคำไซ ในฐานะผู้แทนประธานคณะกรรมการปกครองแขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว แล้วเป็นประธานเปิดงานวันสถาปนาจังหวัดบึงกาฬ ครบรอบ 15 ปี
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ทุกครั้งที่ถึงวันคล้ายวันสถาปนาจังหวัดบึงกาฬ เป็นวันที่ตนมีความภาคภูมิใจที่สุดในชีวิต เพราะเราเป็นนักการเมืองที่ครั้งหนึ่งได้ทำประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่ให้บ้านเมือง ด้วยการผลักดันอำเภอเล็ก ๆ ให้กลายเป็นจังหวัด ทำให้วันนี้ “บึงกาฬ” เป็นจังหวัดที่มีผู้คนทั้งประเทศติดตามและชื่นชมการพัฒนาพื้นที่แบบก้าวกระโดด เป็นเวลาถึง 15 ปี โดยเรามีโครงสร้างพื้นฐานที่เกิดขึ้นมากมาย และจะเจริญรุ่งเรืองเติบโตไปสู่วันข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง ทั้งนี้ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานร่วมกับท่านประธานประเทศลาว และภริยา เปิดสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ-บอลิคำไซ) อันสะท้อนความผูกพันแน่นแฟ้นของประเทศไทย และ สปป.ลาว
“ด้วยความผูกพันที่มีกับพี่น้องชาวจังหวัดบึงกาฬ เราภาคภูมิใจในการทำให้จังหวัดบึงกาฬเป็นเมืองแห่งความสุข ด้วยการเอื้อประโยชน์ในสิ่งที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน โครงการทั้งหลายที่เกิดขึ้นในจังหวัดบึงกาฬจะไม่หยุดนิ่ง ด้วยการเดินหน้าพัฒนาสิ่งที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชน ทั้งการสำรวจพื้นที่มากมาย อาทิ “พระพุทธโลกนาถนาคาไชยบุรี” พื้นที่ landmark สำคัญที่เป็นพื้นที่ที่จะทำให้เกิดความเชิดหน้าชูตาและความเจริญให้กับจังหวัดบึงกาฬ โดยองค์พระจะเป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่สุดที่ประดิษฐานริมแม่น้ำโขง ซึ่งจะให้เกิดการกระตุ้นการท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น รวมถึงถ้ำนาคา ภูทอก ที่เราจะต้องทำให้การท่องเที่ยวมีอย่างน้อย 3 เรื่อง คือ 1. การเข้าถึงอย่างสะดวกสบาย 2. ความสวยงาม และ 3. ความปลอดภัย และในอนาคตอันใกล้จะได้มี “สนามบินบึงกาฬ” โดยจะได้เร่งดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยเร็วที่สุด เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน”
รองเจ้าแขวงบอลิคำไซ กล่าวว่า ท่ามกลางบรรยากาศอันสง่าราศีและเต็มไปด้วยไมตรีจิตมิตรภาพของพิธีเฉลิมฉลองวันสถาปนาจังหวัดบึงกาฬครบรอบ 15 ปี ในวันที่ 23 มีนาคม 2569 อันเป็นงานที่มีความหมายและความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์อันอบอุ่นและเต็มไปด้วยไมตรีจิตระหว่างบ้านใกล้เรือนเคียงที่ดีต่อกันตลอดมา ซึ่งแขวงบอลิคำไซและจังหวัดบึงกาฬไม่เพียงแต่เป็น 2 ท้องถิ่นที่มีที่ตั้งใกล้ชิด โดยมีสายน้ำโขงเป็นสายใยมิตรภาพเชื่อมโยงเข้าหากัน มีประเพณีวัฒนธรรมสายสัมพันธ์ เป็นความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งในสายสัมพันธ์ความร่วมมือระหว่าง 2 แขวง คือ แขวงบอลิคำไซและจังหวัดบึงกาฬ ได้รับการยกระดับและขยายตัวที่ดี และสิ่งที่เป็นที่หมายประวัติศาสตร์อันสำคัญคือความสำเร็จของการก่อสร้างและเปิดใช้สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ-บอลิคำไซ) อย่างเป็นทางการ สะพานแห่งนี้ไม่เป็นเพียงสิ่งก่อสร้างทางวิศวกรรมที่สวยสดงดงามและเป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของทั้ง 2 ฝั่งเท่านั้น แต่เป็นสัญลักษณ์แห่งสายใยมิตรภาพ และเป็นสะพานแห่งการส่งเสริมการค้าการลงทุนและการท่องเที่ยวให้ขยายตัวอย่างแข็งแรง สร้างความสะดวกสบายและใกล้ชิดแนบแน่นกันกว่าเก่า ทั้งยังเป็นการรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดน การพัฒนาฝีมือแรงงาน การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม กีฬา และการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน สะท้อนผ่านหลักฐานอันประจักษ์แจ้งถึงความไว้เนื้อเชื่อใจและความเข้าอกเข้าใจระหว่างประชาชนทั้ง 2 ประเทศ ซึ่งความร่วมมืออันดีงามนี้ จะเสริมขยายให้แตกดอกออกผลมั่นคงตลอดไป เพื่อนำผลประโยชน์สู่ประชาชน 2 ฟากฝั่งลาว-ไทย คือ “จังหวัดบึงกาฬและแขวงบอลิคำไซ” อย่างไม่หยุดยั้ง
ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า จังหวัดบึงกาฬ แต่เดิมเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดหนองคาย แต่มีระยะทางไกลจากตัวจังหวัดหนองคายเป็นอย่างมาก ทำให้การเดินทางติดต่อเป็นไปด้วยความยากลำบากและใช้เวลามากพอสมควร กระทั่งเมื่อปี 2553 นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมในฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งจังหวัดบึงกาฬ พ.ศ........ ในขณะนั้น ได้เร่งรัดผลักดันจัดตั้งจังหวัดบึงกาฬจนประสบความสำเร็จ โดยกระทรวงมหาดไทยภายใต้การนำของนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย คนที่ 48 ได้เสนอเรื่องการจัดตั้งจังหวัดบึงกาฬต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี และนำเข้าที่ประชุมรัฐสภาโดยนายชัย ชิดชอบ อดีตประธานรัฐสภา ได้นำร่างกฎหมายมาพิจารณากฎหมาย 3 วาระต่อเนื่อง แล้วจึงนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงลงพระปรมาภิไธยประกาศเป็นกฎหมาย คือ “พระราชบัญญัติตั้งจังหวัดบึงกาฬ พ.ศ. 2554” มีผลตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม 2554 เป็นต้นมา จึงมีผลให้อำเภอบึงกาฬเป็น “จังหวัดบึงกาฬ” จังหวัดที่ 76 ของประเทศไทยโดยสมบูรณ์ (กรุงเทพมหานครนับเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ) และจนถึงวันนี้ ก้าวเข้าสู่ปีที่ 16 ของจังหวัดบึงกาฬ ได้ดำเนินการขับเคลื่อนภารกิจตามแนวคิด 8 ดี 1) การเกษตรดี 2) ท่องเที่ยวดี 3) วัฒนธรรมดี 4) การค้าชายแดนดี 5) อากาศดี 6) ผู้คนดี 7) สิ่งศักดิ์สิทธิ์ดี และ 8) คุณภาพชีวิตที่ดี โดยคาดว่าในปี 2569 จะมีประชาชนและนักท่องเที่ยวผู้มาเยือนเดินทางเข้าพื้นที่มากกว่า 1 ล้านคน คิดเป็นมูลค่าการท่องเที่ยวไม่ต่ำกว่า 2 พันล้านบาท