รัฐบาลเผย 5 เดือนแรก ปีงบฯ 69 ปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิต จับกุม 15,827 คดี สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 6.57% ประมาณการค่าปรับรวม 1,578.31 ล้านบาท

รัฐบาลเผย 5 เดือนแรก ปีงบฯ 69 ปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิต จับกุม 15,827 คดี สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 6.57% ประมาณการค่าปรับรวม 1,578.31 ล้านบาท

 

วันนี้ (4 มีนาคม 2569) นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง ดำเนินการขับเคลื่อนตามนโยบายของรัฐบาลปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตทั่วประเทศผ่านช่องทางต่าง ๆ รวมถึงการดำเนินงานของศูนย์ปราบปรามสินค้าออนไลน์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ช่วง 5 เดือนแรก (ต.ค. 2568 – ก.พ. 2569) ว่า สามารถจับกุมได้รวมทั้งสิ้น 15,827 คดี สูงขึ้นกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 6.57% คิดเป็นเงินค่าปรับ 455.42 ล้านบาท และประมาณการค่าปรับ 1,578.31 ล้านบาททั้งนี้ พบว่าคดียาสูบมีจำนวนมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 60.65 รองลงมาเป็นการกระทำผิดเกี่ยวกับสินค้าสุรา คิดเป็นร้อยละ 29.82 โดยจำแนกเป็น รายประเภท ดังนี้

1. ยาสูบ จำนวน 9,599 คดี ค่าปรับ 294.50 ล้านบาท จำนวนของกลาง แบ่งเป็นยาสูบในประเทศ  152,376 ซอง และยาสูบต่างประเทศ 2,368,573 ซอง
2. สุรา จำนวน 4,720 คดี ค่าปรับ 58.69 ล้านบาท จำนวนของกลาง แบ่งเป็นสุราในประเทศ 116,160.500 ลิตร และสุราต่างประเทศ 6,442.555 ลิตร
3. น้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน จำนวน 494 คดี ค่าปรับ 51.31 ล้านบาท จำนวน      ของกลาง 1,264,587.000 ลิตร
4. รถจักรยานยนต์ จำนวน 409 คดี ค่าปรับ 8.99 ล้านบาท จำนวนของกลาง 983คัน
5. ไพ่ จำนวน 137 คดี ค่าปรับ 1.26ล้านบาท จำนวนของกลาง  9,507 สำรับ 
6. รถยนต์ จำนวน 117 คดี ค่าปรับ 15.76 ล้านบาท จำนวนของกลาง 276 คัน 
7. เครื่องหอมและเครื่องสำอาง จำนวน 104 คดี ค่าปรับ 14.46 ล้านบาท จำนวนของกลาง 72,260 ขวด หัวน้ำหอม  41,838.294 กิโลกรัม
8. เครื่องดื่ม จำนวน 72 คดี ค่าปรับ 1.07 ล้านบาท จำนวนของกลาง  40,718.292ลิตร
9. แบตเตอรี่ จำนวน 139 คดี ค่าปรับ 8.65 ล้านบาท จำนวนของกลาง 123,839 ก้อน
10. ผลิตภัณฑ์ที่ใช้เป็นเครื่องดื่ม จำนวน 11 คดี ค่าปรับ 0.56 ล้านบาท จำนวนของกลาง เครื่องดื่มผง 733.735 กิโลกรัมเครื่องดื่มเข้มข้น 19,932.280 ลิตร

“รัฐบาลสั่งการกรมสรรพสามิตเดินหน้าปราบปรามอย่างเข้มข้นต่อเนื่องทุกมิติ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของรัฐ สร้างความเป็นธรรมทางการค้า และเสริมสร้างความปลอดภัยทางสังคมอย่างยั่งยืน ภายใต้นโยบายสำคัญ “ปราบปรามเชิงรุก ยุติวงจรผิดกฎหมาย” โดยมุ่งเน้นการดำเนินการเชิงรุกด้วยการใช้ฐานข้อมูลเพื่อพุ่งเป้าไปยังต้นตอขบวนการรายใหญ่ (Data Driven Enforcement) เพราะภารกิจของกรมสรรพสามิตไม่ได้มีเพียงการจัดเก็บภาษี แต่รวมถึงการขจัดสินค้าผิดกฎหมายที่ไม่ได้มาตรฐานเพื่อสร้างความปลอดภัยทางสังคม และสร้างความเป็นธรรมทางการค้า ภายใต้การจัดการตลอดกระบวนการ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ผ่านการดำเนินการการในมิติป้องกันสินค้าลักลอบนำเข้าตามแนวชายแดน มิติการสกัดกั้นการกระจายสินค้า มิติการปรับปรุงกฎหมายเพื่อนำผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบ” นางสาวอัยรินทร์ กล่าว 

ข้อมูลจาก https://www.thaigov.go.th/th/news/162021


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar