ไทย-ลาว ผนึกกำลังด่านหน้า! เสริมเกราะป้องกันชายแดน รับมือโรคอุบัติใหม่และ "Disease X" 

(26 ก.พ. 69) กรมควบคุมโรค (OICDDC) จัดประชุมใหญ่ที่ศรีราชา ชลบุรี ดึงผู้แทนจากแผนกสาธารณสุข กรมควบคุมพยาธิติดต่อ สปป.ลาว ร่วมวางแผนงาน 3 ปี (2028-2030) ในยุทธศาสตร์ 6 ด้าน เพื่อความมั่นคงทางสุขภาพข้ามพรมแดน

นายแพทย์นิติ เหตานุรักษ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยในการเป็นประธานเปิดงานว่า ไทยและ สปป.ลาว มีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นด้านสาธารณสุขมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 การประชุมครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการทบทวนและปรับปรุงความร่วมมือให้สอดคล้องกับบริบทปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงของโรคอย่างรวดเร็ว โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพให้กับประชาชนของทั้งสองประเทศ

ด้าน Dr Phoupasong Somphou รองอธิบดีกรมควบคุมพยาธิ สปป.ลาว กล่าวว่า ในนาม กรมควบคุมพยาธิติดต่อ สปป.ลาว ขอขอบใจฝ่ายไทยที่สนับสนุนเครื่องมือแพทย์และเทคโนโลยีการรักษาที่ทันสมัยมาโดยตลอด มิตรภาพที่แน่นแฟ้นกว่า 30 ปีนี้คือหัวใจสำคัญ  ข้าพเจ้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะเดินหน้าทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดต่อเนื่องไปอีก 3-5 ปีนี้ เพื่อปกป้องและยกระดับงานสาธารณสุขและสุขภาพประชาชนของเราจากภัยสุขภาพร่วมกัน

แพทย์หญิงสุชาดา เจียมศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานความร่วมมือระหว่างประเทศ กรมควบคุมโรค (OICDDC) กล่าวว่า ความสำเร็จในช่วงปี พ.ศ. 2565-2568 ที่ผ่านมา ได้แก่

  1. การพัฒนาระบบส่งต่อผู้ป่วยวัณโรคและ HIV สำหรับแรงงานข้ามชาติ
  2. จัดตั้งกลไก Border Health SRRT เพื่อการเตือนภัยล่วงหน้า และตั้งจุดตรวจควบคุมโรคสากลแห่งใหม่ที่บ้านโคกไพ จังหวัดเลย
  3. การซ้อมแผนบนโต๊ะ (Tabletop Exercise) เพื่อเตรียมรับมือกับ "Disease X", ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ และอุบัติภัยจากสารเคมีรั่วไหล
  4. การฝึกอบรมทักษะทางระบาดวิทยาและกีฏวิทยาให้แก่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและอาสาสมัครสาธารณสุข

สัตวแพทย์หญิง ดร.ดาริกา กิ่งเนตร ที่ปรึกษากรมควบคุมโรค ระบุว่า ปัจจุบันภัยคุกคามจากโรคติดต่ออุบัติใหม่กว่าร้อยละ 70 มีต้นกำเนิดมาจากสัตว์สู่คน ความร่วมมือชายแดนจึงต้องใช้กลไก “การทูตสาธารณสุข” (Border Health Diplomacy) ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความไว้วางใจและการแบ่งปันข้อมูลร่วมกัน

ผู้อำนวยการ OICDDC กล่าวอีกว่า สำหรับการดำเนินงานในระยะ 3 ปี ต่อจากนี้ จะมุ่งเน้นไปที่ยุทธศาสตร์ 6 ด้านหลัก ได้แก่

  1. การพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบบริการสุขภาพ
  2. การเฝ้าระวังโรคติดต่อและโรคอุบัติใหม่
  3. การป้องกันและควบคุมโรคติดต่อ
  4. การพัฒนาและสร้างศักยภาพบุคลากรสาธารณสุข
  5. การตอบโต้ภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข
  6. ความร่วมมือสาธารณสุขระหว่างประเทศ  

นอกจากนี้ การเข้าถึงบริการสุขภาพของกลุ่มประชากรข้ามชาติและการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพในพื้นที่ชายแดน 

การประชุมในครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมจากหลายแขวงของ สปป.ลาว และ หน่วยงานสาธารณสุขของไทย ได้แก่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย น่าน อุตรดิตถ์ เลย บึงกาฬ หนองคาย นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี แผนกสาธารณสุขแขวงบ่อแก้ว ไซยะบุรี นครหลวงเวียงจันทน์ บอลิคําไซ คําม่วน สะหวันนะเขต และจําปาสัก รวมถึง หน่วยงานส่วนกลางจากกรมควบคุมโรค จำนวน 6 กอง  กรมอนามัย กรมความร่วมมือระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานส่วนกลางจากกรมควบคุมพยาธิ สปป.ลาว

  • สานต่อมิตรภาพสาธารณสุขไทย-ลาว ที่แน่นแฟ้นกว่า 30 ปี
  • เตรียมพร้อมรับมือ "Disease X" และโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน
  • ยกระดับระบบส่งต่อผู้ป่วยวัณโรค และ HIV สำหรับแรงงานข้ามชาติ
  • ชูระบบ "การทูตสาธารณสุข" (Border Health Diplomacy) สร้างความเชื่อใจและแบ่งปันข้อมูลร่วมกัน

เป้าหมายคือการสร้าง "มิตรภาพสู่ภาคีเครือข่าย" เพื่อให้ประชาชนทั้งสองประเทศปลอดภัยจากภัยสุขภาพอย่างยั่งยืน


image รูปภาพ
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar