วาเลนไทน์นี้ ชวนเช็กรักให้ชัด “Love status, Love 4ever”

วาเลนไทน์นี้ ชวนเช็กรักให้ชัด “Love status, Love 4ever”
ทุกสถานะ มีรักนิรันดร์ ย้ำรู้สถานะไว ดูแลทัน รักไปต่อได้ยาว

 

วันนี้ (13 กุมภาพันธ์ 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เนื่องในวันวาเลนไทน์ปีนี้ กรมควบคุมโรค โดยกองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ร่วมกับภาคีเครือข่าย เดินหน้ารณรงค์ตลอดเดือนกุมภาพันธ์ ภายใต้แนวคิด “Love status, Love 4ever : ทุกสถานะ มีรักนิรันดร์” ส่งเสริมให้ทุกคนมีความรักอย่างเข้าใจ ดูแลสุขภาพทางเพศ และใช้ชีวิตอย่างมั่นใจและปลอดภัยไปพร้อมกัน

รองโฆษกฯ กล่าวว่า สถานการณ์โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ของไทยยังน่ากังวล โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ผู้ป่วยซิฟิลิสเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า จากราว 8,700 คนในปี 2562 เป็นกว่า 25,000 คนในปี 2568 ขณะเดียวกันโรคหนองในยังพบในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง สะท้อนพฤติกรรมทางเพศที่ไม่ปลอดภัย และเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี อีกทั้งข้อมูลปี 2567 พบว่าคนไทยใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์ไม่ถึงครึ่งหนึ่ง ท่ามกลางรูปแบบความสัมพันธ์ที่หลากหลายมากขึ้น การไม่รู้สถานะสุขภาพทางเพศของตนเองและคู่ จึงอาจทำให้ “ความรัก” กลายเป็น “ความเสี่ยง” ได้โดยไม่รู้ตัว

ภายใต้แคมเปญ Safe Love, Check 2gether ขอเชิญชวนทุกความสัมพันธ์—ไม่ว่าจะคบกันมานาน เพิ่งเริ่มต้น หรือยังไม่ชัดเจน—หันมาใส่ใจดูแลกัน ด้วยการรู้สถานะของตนเองและชวนคนรักหรือคู่ตรวจเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ยิ่งรู้เร็ว ยิ่งวางแผนดูแลได้เร็ว โดยประชาชนสามารถ ตรวจเอชไอวีและซิฟิลิสฟรี ปีละ 2 ครั้ง ที่โรงพยาบาลภายใต้หลักประกันสุขภาพแห่งชาติทั่วประเทศ รวมถึงขอรับ ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง (HIV self-test) ฟรี ผ่านแอป “เป๋าตัง” เมนูกระเป๋าสุขภาพ

รองโฆษกฯ ย้ำว่า ผู้ที่ตรวจพบเชื้อสามารถเข้ารับการรักษาฟรีด้วยยาต้านเอชไอวีแบบรวมเม็ด (ARV) ได้ตั้งแต่วันที่ทราบผลหรือเร็วที่สุด การกินยาอย่างสม่ำเสมอช่วยลดปริมาณไวรัสจนอยู่ในระดับตรวจไม่พบ (U=U) สุขภาพดีขึ้น และไม่ส่งต่อเชื้อให้คนรักหรือคู่ นอกจากนี้ ยังมีทางเลือกการป้องกันด้วยยา PrEP/PEP สำหรับผู้มีความเสี่ยงหรือผู้ที่คาดว่าสัมผัสเชื้อแล้ว (ต้องเริ่ม PEP ภายใน 72 ชั่วโมง) ซึ่งสามารถรับบริการได้ฟรีที่โรงพยาบาลของรัฐและหน่วยบริการที่ร่วมโครงการ

พร้อมกันนี้ ขอเน้นย้ำการใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งเป็นไอเทมสำคัญที่ช่วยป้องกันเอชไอวี โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และการตั้งครรภ์ไม่พร้อม โดยสามารถรับถุงยางอนามัยฟรีได้ที่หน่วยบริการสุขภาพของรัฐและภาคประชาสังคมทั่วประเทศ หรือจองรับผ่านแอป “เป๋าตัง” เมนูกระเป๋าสุขภาพ

“สถานะการติดเชื้อไม่ใช่ตัวกำหนดคุณค่าของความรัก ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะไหนก็สามารถรัก ดูแลกัน และใช้ชีวิตไปด้วยกันได้ แค่รู้ทัน ป้องกันเป็น รักษาเร็ว และดูแลต่อเนื่อง ความรักก็ไปต่อได้อย่างมั่นใจและยาวนาน” รองโฆษกฯ กล่าว พร้อมเชิญชวนประชาชนติดตามข้อมูลและสื่อรณรงค์เพิ่มเติมจากกองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค ตลอดเดือนกุมภาพันธ์นี้

ขอมูลจาก https://www.thaigov.go.th/th/news/161552


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar
ข่าวภาครัฐที่น่าสนใจ