รมว.กต.ย้ำ อาเซียนต้องขยับเร็ว หากไม่รีบปรับบทบาท มีความเสี่ยงถูกมหาอำนาจแทรกแซง เสนอดึงเมียนมากลับเข้าสู่กระบวนการของอาเซียนอีกครั้ง

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ บอกภายหลังการเข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ หรือ AMM Retreat ในประเด็นสถานการณ์ในเมียนมาว่า เป็นวาระที่สำคัญที่สุด ซึ่งไทยในฐานะรัฐด่านหน้า มีพรมแดนติดต่อ และได้รับผลกระทบในทุกด้าน ไทยได้แสดงบทบาทนำในการเสนอให้กลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน ปรับท่าทีให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลง ภายหลังจากเมียนมาได้จัดการเลือกตั้งทั่วไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้แม้ประชาคมโลกจะมองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ยังขาดกระบวนการปรองดอง โดยเฉพาะการพูดคุยกับพรรค NLD และกลุ่มชาติพันธุ์ แต่ไทยเสนอว่าอาเซียนไม่ควรยอมรับเต็มตัวหรือปฏิเสธเสียทีเดียว โดยควรใช้การเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นจุดเริ่มต้น หรือ Start of a process ในการดึงเมียนมากลับเข้าสู่กระบวนการของอาเซียนอีกครั้ง ผ่านกลไกการมีปฏิสัมพันธ์แบบ "ทางคู่" หรือ Two-Way Street คือ หากอาเซียนเริ่มมีปฏิสัมพันธ์เพิ่มขึ้น รัฐบาลเมียนมาต้องมีสิ่งตอบสนองที่เป็นรูปธรรม เช่น การลดความรุนแรง หยุดการโจมตีทางอากาศ และเริ่มกระบวนการเจรจากับ NLD และกลุ่มชาติพันธุ์บางกลุ่ม

"ไทยต้องกลับสู่จอเรดาห์และมีบทบาทนำในการขับเคลื่อนนี้ เพราะเราคือผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง เราต้องทำให้เกิดกระบวนการพูดคุยที่ครอบคลุม (Inclusive) และต้องเป็นไปอย่างรวดเร็วเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศและความมั่นคงชายแดน"

นายสีหศักดิ์ ยังบอกว่า ตัวแทนเมียนมาที่เข้าร่วมประชุมในวันนี้ ได้แสดงท่าทีอย่างชัดเจนว่า หลังจากมีการจัดการเลือกตั้งแล้ว ทุกอย่างก็เรียบร้อยและพร้อมที่จะดำเนินการต่อ ตัวแทนเมียนมายังมองว่า บทบาทของผู้แทนพิเศษอาเซียนอาจจะไม่จำเป็นอีกต่อไป เนื่องจากรัฐบาลชุดใหม่จะสามารถจัดการเรื่องต่างๆได้เอง

อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ย้ำว่าอาเซียนอยู่ในจุดสำคัญที่ต้องตัดสินใจว่า จะปรับบทบาทอย่างไรต่อเมียนมาหลังการเลือกตั้ง โดยไทยในฐานะประเทศด่านหน้าที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ได้เตือนอาเซียนว่า ต้องเร่งดำเนินการ เพราะหากอาเซียนไม่ขยับหรือปรับตัว อาจถูกผลักไปอยู่ขอบสนาม โดยมีมหาอำนาจอื่นอย่าง จีน , รัสเซีย , อินเดีย หรือสหรัฐฯ เข้ามามีบทบาทแทน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของอาเซียนในระยะยาว และที่สำคัญที่สุดคือการรักษาผลประโยชน์ของคนไทยและคนในอาเซียน ที่ไทยต้องเป็นฝ่ายขับเคลื่อนการแก้ปัญหานี้ด้วยตัวเองด้วย

นอกจากนี้ ยังเสนอให้ปฏิรูปผู้แทนพิเศษอาเซียนโดยมีวาระ 3 ปีเพื่อความต่อเนื่อง และต้องเป็นบุคคลที่รัฐบาลทหารเมียนมา "รับได้และรู้สึกสบายใจที่จะพูดคุยด้วย" เพื่อสร้างความไว้วางใจและขับเคลื่อนกระบวนการสันติภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายสีหศักดิ์ ยังบอกว่า ได้หารือทวิภาคีกับฝ่ายลาวเกี่ยวกับโครงการสะพานมิตรภาพแห่งที่ 6 ต่อจากบึงกาฬ เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งไปจีนและเวียดนาม พร้อมแสดงความยินดีกับโครงการ Power Grid ที่ส่งไฟฟ้าจากลาวผ่านไทยและมาเลเซียไปสิงคโปร์ด้วย
ข่าว วรภัทร ภัททิยากุล nbt


image รูปภาพ
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar