จังหวัดภูเก็ตเดินหน้ายกระดับการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง ล่าสุด นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ลงพื้นที่ศึกษาแนวทางการบริหารจัดการขยะและน้ำเสียของ โรงแรมกะตะธานี ภูเก็ต บีช รีสอร์ท พร้อมชื่นชมเป็นต้นแบบที่มีประสิทธิภาพ และเตรียมนำแนวคิดดังกล่าวมาปรับใช้ในระดับจังหวัด เพื่อรองรับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
โรงแรมกะตะธานี ภูเก็ต บีช รีสอร์ท เป็นโรงแรมแห่งเดียวในจังหวัดภูเก็ตที่สามารถบริหารจัดการขยะได้อย่างครบวงจรจนเหลือศูนย์ (Zero Waste) โดยดำเนินการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง ทั้งขยะอินทรีย์และขยะรีไซเคิล เพื่อลดปริมาณขยะที่จะต้องส่งเข้าเตาเผาขยะของจังหวัด
แนวทางดังกล่าวประกอบด้วยการใช้เตาเผาขยะขนาดเล็กภายในโรงแรม ร่วมกับเครื่องย่อยขยะอินทรีย์เพื่อนำไปแปรรูปเป็นปุ๋ย ใช้งบประมาณลงทุนเพียงกว่า 2 ล้านบาท โดยไม่ต้องใช้เชื้อเพลิงหรือเครื่องจักรขนาดใหญ่ สามารถจัดการขยะได้วันละประมาณ 2.5 ตัน โดยไม่ก่อให้เกิดกลิ่นหรือฝุ่นละออง
จากการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ ทำให้โรงแรมสามารถลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปกำจัดภายนอกอย่างมีนัยสำคัญ สร้างรายได้จากการจัดการขยะได้ปีละกว่า 900,000 บาท และในปี 2568 สามารถจัดการขยะได้รวมกว่า 1,323 ตัน
ปัจจุบัน จังหวัดภูเก็ตประสบปัญหาขยะมูลฝอยในระดับวิกฤต โดยมีปริมาณขยะจากทั่วเกาะไหลเข้าสู่ศูนย์บริหารจัดการขยะวันละกว่า 1,200 ตัน ขณะที่เตาเผาขยะสามารถรองรับได้เพียงวันละประมาณ 700 ตัน ส่งผลให้มีขยะส่วนเกินกว่า 500 ตันต่อวัน ต้องนำไปฝังกลบ ซึ่งขณะนี้บ่อฝังกลบไม่สามารถรองรับได้เพิ่มเติม และยังมีขยะตกค้างสะสมอยู่กว่า 1.2 ล้านตัน
โอกาสนี้ โรงแรมกะตะธานี ภูเก็ต บีช รีสอร์ท ได้เปิดบ้านต้อนรับคณะศึกษาดูงาน นำโดย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต
พร้อมด้วย นายธเนศ ตันติพิริยะกิจ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต สมาชิกสมาคม ผู้ประกอบการภาคเอกชน นายกเทศมนตรีตำบลกะรน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมี นายสมบัติ อติเศรษฐ์ ประธานกรรมการบริหารโรงแรมกะตะธานี และคณะผู้บริหาร นำชมระบบบริหารจัดการขยะและน้ำเสียภายในโรงแรม
นายสมบัติ อติเศรษฐ์ กล่าวว่า โรงแรมให้ความสำคัญกับการจัดการขยะและการดูแลสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่องกว่า 30 ปี โดยตั้งเป้าลดขยะทุกประเภทให้เหลือศูนย์ เพื่อลดภาระของระบบกำจัดขยะของจังหวัด และสอดคล้องกับพันธกิจของภูเก็ตในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม
ขณะที่ นายธเนศ ตันติพิริยะกิจ ระบุว่า หากผู้ประกอบการในจังหวัดสามารถนำแนวคิดการลดและคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทางไปปรับใช้ โดยเฉพาะขยะอินทรีย์และน้ำเสีย จะช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นรูปธรรม อีกทั้งการบำบัดน้ำเสียอย่างมีประสิทธิภาพก่อนปล่อยสู่ธรรมชาติ จะช่วยรักษาคุณภาพทะเล เสริมสร้างภาพลักษณ์การท่องเที่ยว และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว
นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า จังหวัดให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอย ซึ่งเป็นภารกิจที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน โดยเตรียมจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เทศบาล อบต. อบจ. ผู้ประกอบการ สถานศึกษา และชุมชนขนาดใหญ่ เพื่อนำโมเดลการจัดการขยะและน้ำเสียของโรงแรมกะตะธานีไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่
ทั้งนี้ จังหวัดได้สั่งการให้เร่งดำเนินการลดขยะอินทรีย์ตั้งแต่ต้นทาง ซึ่งมีสัดส่วนถึงประมาณร้อยละ 60 ของขยะที่เข้าสู่เตาเผาทั้งหมด ภายในเดือนมกราคมนี้ พร้อมมอบหมายให้ศึกษาเทคโนโลยีการกำจัดขยะเพิ่มเติม เพื่อลดปริมาณขยะที่จะต้องส่งเข้าเตาเผา รวมถึงเร่งแก้ไขปัญหาขยะตกค้างในบ่อฝังกลบที่มีอยู่กว่า 1.2 ล้านตัน เพื่อสร้างระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนให้กับจังหวัดภูเก็ตในระยะยาว