ภายใต้สภาวะเศรษฐกิจไทยที่เผชิญความท้าทายและการชะลอตัวของสินเชื่อ SMEs ที่ติดลบต่อเนื่องถึง 13 ไตรมาส ล่าสุด กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ได้ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญ ผลักดันโครงการ ‘SMEs Credit Boost’ กลไกค้ำประกันสินเชื่อรูปแบบใหม่ เพื่อทลายข้อจำกัดด้านความเสี่ยงเครดิต (Credit Cost) และเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจที่มีศักยภาพเข้าถึงแหล่งเงินทุน
ปรับลดเงินนำส่ง FIDF จัดตั้งกองทุนค้ำประกัน 2 หมื่นล้าน
โครงการนี้มีจุดเด่นอยู่ที่การบริหารจัดการงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้แหล่งเงินทุนจากการปรับลดเงินนำส่งเข้ากองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) ของธนาคารพาณิชย์ในปี 2569 จำนวนประมาณ 20,000 ล้านบาท มาตั้งเป็นกลไกค้ำประกันความเสี่ยง ซึ่งคาดว่าจะช่วยสร้างเม็ดเงินสินเชื่อปล่อยใหม่เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้สูงถึง 100,000 ล้านบาท ภายในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า
ชูแนวคิดหลัก: ตรงจุด มี Impact กระจาย และคล่องตัว
โครงการถูกออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนผ่าน 4 กลยุทธ์สำคัญ:
ตรงจุด (Targeted): เน้นกลุ่ม SMEs ในภาคธุรกิจเป้าหมายตามนโยบาย Reinvent Thailand อาทิ การท่องเที่ยว การแพทย์ เกษตรแปรรูป ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ โลจิสติกส์ และธุรกิจในห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงธุรกิจที่เน้นนวัตกรรมและสิ่งแวดล้อม
มี Impact (High Impact): กำหนดวงเงินชดเชยสูงสุด 15-30% ของยอดสินเชื่อใหม่ (ตามขนาดธุรกิจ) ระยะเวลาค้ำประกันสูงสุด 7 ปี เพื่อจูงใจให้เกิดการปล่อยกู้ที่รวดเร็ว
กระจาย (Inclusive): กระจายความช่วยเหลือให้ทั่วถึง โดยจำกัดวงเงินสินเชื่อรวมต่อรายไม่เกิน 100 ล้านบาทสำหรับ SMEs และไม่เกิน 150 ล้านบาทสำหรับธุรกิจรายใหญ่ที่มีแผนยกระดับศักยภาพ
คล่องตัว (Agile): ลดขั้นตอนที่ซับซ้อน ธนาคารพาณิชย์สามารถทราบโควตาวงเงินชดเชยได้ทันที ณ วันปล่อยสินเชื่อ โดยไม่ต้องรองบประมาณจากภาครัฐ
ผนึกกำลังร่วมกับ บสย. ขับเคลื่อนเศรษฐกิจยั่งยืน
‘SMEs Credit Boost’ จะเข้ามาเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ทำงานควบคู่กับบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เพื่อเป้าหมายเดียวกันคือการสร้างโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุน อันจะนำไปสู่การจ้างงาน การสร้างรายได้ และการลงทุนที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว
กำหนดเริ่มดำเนินโครงการ: ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2569 เป็นต้นไป