ครม.เศรษฐกิจ เห็นชอบ Thailand FastPass เร่งปลดล็อกการลงทุน 80 โครงการ 4.8 แสนล้าน พัฒนาแรงงานทักษะสูง สนับสนุนผู้ประกอบการไทย

📅 (24 พฤศจิกายน 2568) – นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ (กนศ.) ครั้งที่ 5/2568 โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เข้าร่วมและแถลงผลการประชุม


🚀 ความคืบหน้านโยบาย “Quick Big Win”

ที่ประชุมได้รายงานผลการดำเนินงานใน เสาที่ 1 ได้แก่
✔ โครงการ “คนละครึ่ง พลัส”
✔ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
✔ เที่ยวดีมีคืน

📌 พบว่า ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐยังมีข้อจำกัด เนื่องจากสามารถใช้ได้เฉพาะ “ร้านค้าธงฟ้า” เท่านั้น ไม่สามารถซื้อสินค้าจากร้านที่เข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” ได้

👉 ที่ประชุมจึงมีมติ เชื่อมระบบร้านค้าของโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” ให้ใช้ได้กับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อเพิ่มจำนวนร้านค้าให้ครอบคลุมผู้ใช้สิทธิ์มากขึ้น โดยจะเร่งดำเนินการเชื่อมโยงระบบให้เร็วที่สุด


🧾 เสา 2: ลดหนี้ประชาชน

ดำเนินการผ่านกลไกของ บริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) เพื่อซื้อหนี้รายย่อยและช่วยลดภาระหนี้ให้ประชาชนอย่างเป็นระบบ


💡 เสา 5: “การลงทุนเพื่ออนาคต” – เร่งเครื่องเศรษฐกิจไทย

ที่ประชุมเห็นชอบมาตรการเร่งรัดการลงทุน โดยมอบหมายให้ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ขับเคลื่อน 3 มาตรการสำคัญ


📌 1. มาตรการ Thailand FastPass

มุ่งปลดล็อกอุปสรรคการลงทุนขนาดใหญ่ เช่น

  • ดาต้าเซ็นเตอร์

  • นิคมอุตสาหกรรม

  • พลังงานสะอาด

  • อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์

🛠 ภารกิจสำคัญ

  • เร่งอนุมัติ/อนุญาตให้เร็วขึ้น 20–50%

  • จัดทำระบบ Thailand FastPass ภายใน ธันวาคม 2568

  • เชื่อมโยงหน่วยงานด้านพลังงาน เช่น กกพ., กฟผ., กฟน., กฟภ.

  • กำหนด SLA (Service Level Agreement) ของหน่วยงาน เพื่อให้การพิจารณาโครงการรวดเร็วและเป็นรูปธรรม


🎓 2. พัฒนาบุคลากรทักษะสูง (Upskill & Reskill)

เป้าหมาย 100,000 คน

  • นักศึกษาก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน 30,000 คน

  • แรงงานยกระดับทักษะ 70,000 คน

รูปแบบการเรียนรู้
👨‍🏫 Onsite + Online + ฝึกงานจริงในสถานประกอบการ
📅 ยื่นคำขอภายใน มกราคม 2569 และต้องดำเนินการเสร็จภายใน 6 เดือนหลังออกบัตรส่งเสริม


🧪 3. สนับสนุนผู้ประกอบการไทยแข่งขันได้

  • ใช้เทคโนโลยีทันสมัย

  • วิจัยและพัฒนา (R&D)

  • ปรับตัวสู่ ธุรกิจใหม่ / อุตสาหกรรมสีเขียว

เงื่อนไข
🏢 ต้องเป็นนิติบุคคลที่มีผู้ถือหุ้นไทยอย่างน้อย 51%
📅 ยื่นคำขอภายใน มกราคม 2569 และดำเนินการเสร็จภายใน 12 เดือนหลังออกบัตรส่งเสริม
💰 ใช้เงินจาก กองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันฯ ประมาณ 5,000 ล้านบาท


📊 เร่งแก้ปัญหา 80 โครงการลงทุนใหญ่ มูลค่า 4.8 แสนล้านบาท

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการบีโอไอ เปิดเผยว่า บีโอไอได้คัดเลือก
80 โครงการลงทุนขนาดใหญ่ (มูลค่ารวม 4.8 แสนล้านบาท) ที่ติดอุปสรรค เช่น
⚡ ระบบไฟฟ้ายังไม่รองรับ
📍 ปัญหาที่ดินอุตสาหกรรม
🛂 วีซ่า-ใบอนุญาตทำงาน
📄 การอนุมัติใบอนุญาตธุรกิจ

เพื่อเร่งแก้ไขแบบ “จำเพาะราย” และผลักดันให้เริ่มลงทุนจริงโดยเร็ว


🔧 แนวทางแก้ไขที่ประชุมเห็นชอบ

1. ระบบไฟฟ้าและพลังงานสะอาด

  • ให้ กกพ. ออกเกณฑ์ขยายระบบสายส่งไฟฟ้า ➜ รองรับ Data Center

  • เร่งออกระบบไฟฟ้าสีเขียว (UGT2) และ Direct PPA ภายใน ธ.ค. 2568

2. พื้นที่ลงทุน

  • ปรับผังเมือง-เพิ่มพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม (เสร็จ มี.ค. 2569)

  • ผ่อนผันให้เริ่มเตรียมที่ดินก่อนผ่าน EIA (เสร็จ ม.ค. 2569)

3. วีซ่า-ใบอนุญาตทำงาน

  • เพิ่มเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง

  • ปรับระบบ e-Work Permit ให้เสถียร (เสร็จ ม.ค. 2569)

  • เชื่อมระบบ Single Window กับ e-Visa (เสร็จ ก.พ. 2569)


🌱 วางรากฐานสู่เศรษฐกิจใหม่ของไทย

มาตรการ Thailand FastPass และการยกระดับศักยภาพบุคลากร–ผู้ประกอบการไทย
ไม่ใช่เพียงการเร่งลงทุนในระยะสั้นเท่านั้น
แต่เป็นการวาง “ระบบนิเวศการลงทุนยุคใหม่”
เพื่อรองรับอุตสาหกรรมอนาคต และสร้างเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar