“ศุภจี” เดินหน้าเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ เร่งขยายตลาดต่างประเทศ เพิ่มการส่งออก เพิ่มรายได้เกษตรกร

(15 พ.ย. 2568) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการหารือระหว่าง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กับ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ว่า รัฐบาลไทยพร้อมเร่งเดินหน้าการเตรียมความพร้อมเพื่อให้การเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ ดำเนินไปตามกรอบเวลาที่วางไว้ โดยย้ำว่าไทยให้ความสำคัญสูงสุดต่อ อธิปไตยและความมั่นคงของชาติ ควบคู่กับความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ

กระทรวงพาณิชย์จึงเดินหน้าประสานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสริมความพร้อมของไทยในทุกมิติ ทั้งการแก้ปัญหาการหลบเลี่ยงภาษี (transshipment) และมาตรการสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคธุรกิจสหรัฐฯ ว่าไทยดำเนินงานตามมาตรฐานสากล โปร่งใส และตรวจสอบได้

นางศุภจีย้ำว่า ทั้งไทยและสหรัฐฯ ต่างต้องการให้การเจรจาคืบหน้าอย่างรวดเร็ว เพื่อรักษาเสถียรภาพการค้าและการลงทุนระหว่างกัน โดยความสัมพันธ์ระหว่างกระทรวงพาณิชย์ไทยและสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ยังเป็นไปอย่างราบรื่น ช่วยให้แลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์ได้ต่อเนื่อง


เดินหน้าขยายตลาดใหม่ เพื่อลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่ง

พร้อมกันนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังเร่งผลักดันยุทธศาสตร์ “กระจายตลาด” เปิดโอกาสให้สินค้าไทยเข้าสู่ตลาดใหม่ ๆ ทั้งในทวีปอเมริกาเหนือ เอเชียใต้ และตลาดเกิดใหม่อื่น ๆ เพื่อเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ

ไทย–แคนาดา กระชับความร่วมมือสู่ปีที่ 65 แห่งความสัมพันธ์ทางการทูต

เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 นางศุภจีหารือร่วมกับ นางสาวปิง คิตนีกอน เอกอัครราชทูตแคนาดาประจำประเทศไทย โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะผลักดันความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการลงทุนให้ก้าวหน้า โดยเน้นสาขาที่แคนาดามีความเชี่ยวชาญ เช่น
• เทคโนโลยีเกษตร–อาหาร
• พลังงานสะอาด
• ดิจิทัล–ไบโอเทค
• เภสัชกรรม
• ยานยนต์ไฟฟ้า
• AI และควอนตัมเทคโนโลยี

ไทยพร้อมเป็น ศูนย์กลางความมั่นคงทางอาหาร (Food Security Hub) และส่งออกสินค้าคุณภาพสูงไปยังแคนาดามากขึ้น เช่น ข้าว ไก่ปรุงสุก อาหารสัตว์เลี้ยง ซอส และอาหารทะเลแปรรูป อีกทั้งชูแนวทางการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานร่วมกัน เพื่อเจาะตลาดประเทศที่สามในอนาคต

นอกจากนี้ ไทย–แคนาดากำลังเดินหน้าพิจารณาความเป็นไปได้ของการทำ ความตกลงการค้าเสรีไทย–แคนาดา (FTA) พร้อมผลักดันความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน–แคนาดา (ACAFTA) ให้สำเร็จในปี 2569 ซึ่งจะเป็น FTA ฉบับแรกของไทยกับประเทศในทวีปอเมริกาเหนือ


ผลักดันความร่วมมือไทย–อินเดีย สู่หุ้นส่วนยุทธศาสตร์เต็มรูปแบบ

นางศุภจีได้หารือกับ นายนาเกช ซิงค์ เอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องขับเคลื่อน “หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์” ไทย–อินเดีย ให้เติบโตในทุกมิติ ท่ามกลางการแข่งขันทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์โลก

อินเดียเป็นประเทศเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 4 ของโลก มีประชากร Gen Z มากที่สุด ส่งผลให้กำลังซื้อขยายตัวอย่างมาก ไทยพร้อมเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน ทั้งด้านสินค้าอัญมณี เคมีภัณฑ์ อาหารแปรรูป และอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่สามารถพัฒนาและผลิตร่วมกัน

ไทยเสนอให้เร่งสานต่อการเจรจา ความตกลงการค้าเสรีไทย–อินเดีย และผลักดันให้ครอบคลุมทั้งสินค้า บริการ การลงทุน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจ พร้อมผลักดันมาตรการอำนวยความสะดวกทางการค้า เช่น การใช้ใบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าแบบอิเล็กทรอนิกส์ และการยอมรับมาตรฐานร่วม


กระทรวงพาณิชย์เร่งแก้ปัญหาราคาพืชผล – ดูแลชาวนาและเกษตรกรทั้งระบบ

นอกจากการขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ยังเร่งแก้ปัญหาราคาพืชผล โดยเฉพาะ ข้าว และ ข้าวโพด ผ่านการหารือร่วมกับ 4 สมาคมภาคการเกษตร เพื่อรับฟังปัญหาและข้อเสนอเพิ่มเติม ก่อนนำเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุม นบข. วันที่ 18 พฤศจิกายน 2568

กระทรวงพาณิชย์เตรียมมาตรการรองรับผลผลิตส่วนเกิน 3–4 ล้านตัน เช่น การผลิตข้าวถุงจำหน่ายผ่านหน่วยงานรัฐ และการผลักดันการส่งออกแบบรัฐต่อรัฐ (G2G) ควบคู่กับการสนับสนุนเงินทุนและส่งเสริมการปลูกพืชทดแทนบางพื้นที่เพื่อลดความเสี่ยงของเกษตรกร

สำหรับข้าวโพด สมาคมพืชไร่เสนอให้คงราคากลางรับซื้อ เช่น
• ข้าวโพดสด (ความชื้น 30%) ราคา 7.05 บาท/กก.
• ข้าวโพดแห้ง (ความชื้น 14.5%) ราคา 9.80 บาท/กก.
พร้อมกำกับดูแลโรงงานอาหารสัตว์ไม่ให้เอาเปรียบเกษตรกร โดยหากพบการรับซื้อไม่เป็นธรรมหรือไม่เป็นไปตามเงื่อนไข จะมีการดำเนินการอย่างเด็ดขาด


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar