🗓️ (12 พฤศจิกายน 2568)
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมด้วย
นางเอกสิริ ปิณฑะรุจิ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ และ
นายปิยภักดิ์ ศรีเจริญ อธิบดีกรมเอเชียตะวันออก
จัดการบรรยายสรุปแก่ คณะทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย เกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา
ในการบรรยายครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมกว่า 🌍 71 คน จาก 59 ประเทศ และ 45 องค์กรระหว่างประเทศ
นายสีหศักดิ์กล่าวต่อคณะทูตว่า ไทยมีความกังวลอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์ที่ ทหารไทย 4 นายได้รับบาดเจ็บ จากการเหยียบทุ่นระเบิดในพื้นที่ ห้วยตามาเรีย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ
โดยหนึ่งในนั้นถึงขั้น สูญเสียข้อเท้าขวา
การตรวจสอบพบว่าเป็น ทุ่นระเบิดชนิด PMN-2 ที่เพิ่งถูกลักลอบนำมาวางใหม่ในเขตไทย ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องครั้งที่ 7 แล้ว
“นี่คือคำถามของคนไทยทั้งประเทศ — จะต้องสูญเสียขาอีกกี่ข้าง?”
นายสีหศักดิ์กล่าวย้ำว่า เหตุการณ์นี้สร้างบาดแผลลึกในใจประชาชนไทย และเป็นการละเมิดความไว้วางใจระหว่างสองประเทศ
ฝ่ายไทยยืนยันให้ความสำคัญกับ “ถ้อยแถลงร่วมไทย–กัมพูชา” (Joint Declaration) ที่ลงนาม ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย
แต่หลังเกิดเหตุทุ่นระเบิด รัฐบาลไทยได้จัดประชุม สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน
ที่ประชุมเห็นว่า ฝ่ายกัมพูชาได้ ละเมิดถ้อยแถลงร่วม และ อธิปไตยของไทย รวมถึงละเมิดพันธกรณีตาม อนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล (ออตตาวา) ที่กัมพูชาเป็นภาคี
ดังนั้นไทยจึงมีมติ
🔹 ระงับการดำเนินการตามถ้อยแถลงชั่วคราว
🔹 ชะลอการส่งตัวทหารกัมพูชา 18 นายที่ถูกควบคุมตัวอยู่
พร้อมเรียกร้องให้กัมพูชาดำเนินการ 3 ประการหลัก ได้แก่
1️⃣ แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์
2️⃣ สอบสวนและนำผู้กระทำผิดมาลงโทษ
3️⃣ ป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก
ฝ่ายไทยได้ทำหนังสือประท้วงไปยัง นายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา แล้ว 2 ครั้ง
และจะดำเนินการตามกรอบ อนุสัญญาออตตาวา
โดยจะส่งรายงานถึง
ญี่ปุ่น (ประธานการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาออตตาวา),
เลขาธิการสหประชาชาติ,
สหรัฐอเมริกา และ มาเลเซีย (ประธานอาเซียน)
รวมถึงประเทศสมาชิกอาเซียนทั้งหมด เพื่อชี้แจงจุดยืนของไทยอย่างชัดเจน
ทั้งนี้จะมีการประชุมรัฐภาคีฯ ครั้งที่ 22 ระหว่างวันที่ 1–5 ธันวาคม 2568
เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายนที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีและนายสีหศักดิ์ ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม ฐานปฏิบัติการอินทุมาน (ภูมะเขือ) จังหวัดศรีสะเกษ
เพื่อรับฟังสถานการณ์จริงและให้กำลังใจทหารแนวหน้า รวมทั้งเข้าเยี่ยมผู้บาดเจ็บที่ โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี
คณะทูตต่างประเทศที่เข้าร่วมการบรรยายสรุปต่างแสดงความเข้าใจต่อท่าทีของไทย และไม่มีประเทศใดแสดงความเห็นคัดค้าน
โดยบางประเทศเสนอความห่วงกังวลว่า อยากให้สองฝ่ายกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาในเร็ววัน 🤝
ล่าสุด (12 พฤศจิกายน 2568 เวลา 16.10 น.) เกิดเหตุ ทหารกัมพูชาใช้อาวุธปืนยิงเข้ามายังฝั่งไทย
บริเวณ บ้านหนองหญ้าแก้ว อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ประมาณ 30 นัด จากอาวุธ AK-47
กองกำลังบูรพาได้ยิงตอบโต้ตาม “กฎการใช้กำลัง” เพื่อป้องกันตนเอง โดยใช้เวลาเพียง 10 นาที ก่อนสถานการณ์สงบ
ฝ่ายไทย ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต
🎖️ พลตรีวินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ชี้แจงว่า
ข้อกล่าวหาของกัมพูชาที่ว่าไทยเป็นฝ่ายยิงก่อน “ไม่เป็นความจริง”
ฝ่ายไทยใช้กำลังเท่าที่จำเป็น และไม่ยิงใส่พื้นที่พลเรือน
การที่กัมพูชาใช้อาวุธจากพื้นที่ชุมชนถือเป็น “การใช้โล่มนุษย์” ผิดหลักมนุษยธรรมอย่างร้ายแรง
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า
รัฐบาลไทย ประณามการกระทำของฝ่ายกัมพูชาอย่างรุนแรง ที่ยิงเข้ามายังฝั่งไทย ซึ่งถือเป็นการ ละเมิดอธิปไตยอย่างชัดเจน
“ฝ่ายไทยดำเนินการอย่างระมัดระวัง และอยู่ภายใต้กฎการใช้กำลัง (Rules of Engagement)”
พร้อมเรียกร้องให้กัมพูชา หยุดการยั่วยุทุกรูปแบบ และ ยุติการบิดเบือนข้อมูลต่อสื่อและประชาชนของตนเอง
กระทรวงการต่างประเทศย้ำว่า
ประเทศไทยจะดำเนินการทุกด้าน อย่างรอบคอบและเต็มกำลัง เพื่อธำรงไว้ซึ่ง
อธิปไตย
บูรณภาพแห่งดินแดน
ความมั่นคงปลอดภัยของประชาชน
พร้อมเน้นย้ำความคาดหวังให้กัมพูชา แสดงความรับผิดชอบด้วยความจริงใจ เพื่อฟื้นฟูความไว้วางใจระหว่างสองประเทศ
“ไทยยึดมั่นในสันติวิธี แต่จะไม่ยอมให้ใครละเมิดอธิปไตยของชาติ”