วันที่ 8 ตุลาคม 2568 ที่ ลานบวงสรวงสนามหญ้าคำชะโนด อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “คำชะโนดโลก ครั้งที่ 1” โดยมีนายราชันย์ ซุ้นหั้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี หัวหน้าส่วนราชการ ให้การต้อนรับ มีประชาชนและนักท่องเที่ยว ร่วมงานจำนวนมาก
การจัดงาน “คำชะโนดโลก” ครั้งนี้ จัดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ระหว่างวันที่ 8–12 ตุลาคม 2568 เป็นการเชื่อมโยงกับเทศกาลออกพรรษา งานบั้งไฟพญานาคจังหวัดหนองคาย และงานไหลเรือไฟจังหวัดนครพนม ร่วมบอกกล่าวเล่าขานตำนานความเชื่อแห่งดินแดนพญานาค และตำนานท้องถิ่น เช่น “สองสาวยืมฟืม” “ประกวดชายงาม” และ “ผีจ้างหนัง” มุ่งแสดงพลังความรัก ความศรัทธา และความสามัคคีของประชาชนทุกภาคส่วน ตลอดจนสร้างรายได้ให้กับชุมชนและผู้ประกอบการท้องถิ่น หวังฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานราก และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
กิจกรรมสำคัญภายในงาน ประกอบด้วย พิธีทำบุญตักบาตร เนื่องในเทศกาลออกพรรษา พิธีถวายพานบายศรีขอพร ขบวนแห่พญานาค ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ยาว 109 เมตร ใช้คน กว่า 200 คน การรำบวงสรวง การแสดงแสง สี เสียง การแสดงของนักเรียนในพื้นที่ และกิจกรรมพาแลงขันโตก
นายสุริยนต์ ดอนสมจิตร นายอำเภอบ้านดุง ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารคำชะโนดกล่าวว่า วังนาคินทร์คำชะโนด ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านม่วง อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี เป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ มีลักษณะเป็นเกาะกลางน้ำ มีต้นคำชะโนดขึ้นหนาแน่น ภายในมี “บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์” ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าเป็นป่องพญานาค เชื่อมโยงกับตำนาน “ดินแดนพญานาค” ที่มีเรื่องราวมหัศจรรย์ เช่น ตำนานคำชะโนด ตำนานผีจ้างหนัง และตำนานสองสาวยืมฟืม จากความเชื่อและศรัทธา ทำให้คำชะโนดกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ที่มีผู้คนหลั่งไหลมากราบไหว้ขอพรจำนวนมาก สร้างรายได้ให้กับจังหวัดอุดรธานีและอำเภอบ้านดุงอย่างมหาศาล โดยในปี 2562 มีนักท่องเที่ยวสูงสุดกว่า 3.36 ล้านคน แต่หลังจากเกิดสถานการณ์โควิด-19 ในปี 2563 จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงเหลือ 1.78 ล้านคน และปี 2564 เหลือเพียง 2.9 แสนคน อย่างไรก็ตาม ปี 2568 (ระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 31 กรกฎาคม) มีนักท่องเที่ยวกลับมาเยือนคำชะโนดแล้วกว่า 6.9 แสนคน และนักท่องเที่ยวในจังหวัดอุดรธานีรวมกว่า 2.94 ล้านคน สร้างรายได้มากกว่า 8.13 ล้านบาท การจัดงานครั้งนี้ใช้งบจากกองทุนคำชะโนด ตั้งเป้าดึงดูดนักท่องเที่ยววันละไม่น้อยกว่า 10,000 คน ตลอด 5 วันของการจัดงาน คาดสร้างรายได้หมุนเวียนในพื้นที่ไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท