ครม. ขยายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย สายสีแดง-ม่วง อีก 2 เดือน ถึง 30 พ.ย. 68 เพื่อบรรเทาค่าครองชีพ

(30 ก.ย. 68) รัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อที่ประชุมรัฐสภา เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2568 รัฐบาลได้กำหนดนโยบายสำคัญที่จะเป็นการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของประเทศ เพื่อคืนความเชื่อมั่นและความสุขให้กับพี่น้องคนไทย โดยในด้านเศรษฐกิจ จะสร้างรายได้ ลดรายจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนในชีวิตประจำวัน อาทิ ค่าพลังงาน ค่าน้ำดื่มสะอาด ค่าโดยสาร ค่าผ่านทาง เพื่อให้มีกำลังในการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น โดยขณะนี้กรมการขนส่งทางรางและสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจรอยู่ระหว่างเร่งผลักดันกฎหมาย ร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. ... และร่างพระราชบัญญัติตั๋วร่วม พ.ศ. ... ประกาศใช้โดยเร็วเพื่อเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนการดำเนินมาตรการลดค่าโดยสารระบบขนส่งมวลชนทางราง ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ในการนี้กระทรวงคมนาคมเห็นควรให้มีการดำเนินมาตรการอัตราค่าโดยสารสูงสุด 20 บาทตลอดสาย ตามนโยบายรัฐบาล สำหรับรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง สายนครวิถี (กรุงเทพอภิวัฒน์ - ตลิ่งชัน) และสายธานีรัถยา (กรุงเทพอภิวัฒน์ - รังสิต) ของการรถไฟแห่งประเทศไทย และรถไฟฟ้ามหานครสายฉลองรัชธรรม (สายสีม่วง) ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องตามนโยบายของรัฐบาลซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนคณะรัฐมนตรีจึงมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงคมนาคม เสนอดังนี้
    1. ทบทวนมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2568 เรื่อง มาตรการอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุด 20 บาทตลอดสาย ตามนโยบายรัฐบาล (ระยะที่ 2) โดยทบทวนมติดังกล่าว ซึ่งระบุว่า “ให้ทบทวนมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2567 เรื่อง มาตรการอัตราค่าโดยสาร สูงสุด 20 บาท ตลอดสาย ตามนโยบายรัฐบาล สำหรับรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง สายนครวิถี (กรุงเทพอภิวัฒน์ - ตลิ่งชัน) และสายธานีรัถยา (กรุงเทพอภิวัฒน์ - รังสิต) ของการรถไฟแห่งประเทศไทย และรถไฟฟ้ามหานคร สายฉลองรัชธรรม (สายสีม่วง) ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย จากเดิมสิ้นสุดมาตรการวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 เป็นสิ้นสุดมาตรการวันที่ 30 กันยายน 2568” 
    2. การดำเนินมาตรการอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุด 20 บาทตลอดสาย ตามนโยบายรัฐบาล (ระยะที่ 2) เมื่อร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. ... และร่างพระราชบัญญัติตั๋วร่วมพ.ศ. ... ประกาศใช้
เพื่อรองรับการดำเนินงานที่เหมาะสมและชัดเจนแล้ว ให้กระทรวงคมนาคมรวบรวมข้อมูล ทั้งหมดเพื่อนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง    
    3. ให้กระทรวงคมนาคมประเมินผลการดำเนินมาตรการโดยพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ ปริมาณผู้โดยสารและรายได้ ซึ่งจะส่งผลต่อภาระการชดเชยจากภาครัฐ และคำนึงถึงความสะดวกสบายในการเดินทางและการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาการดำเนินมาตรการดังกล่าวต่อไป
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมไปดำเนินการหาวิธีที่แก้ปัญหาอย่างยั่งยืน เพื่อลดภาระประชาชน และไม่เป็นภาระกับภาครัฐ หาวิธีที่เหมาะสมและจะนำเสนอเข้า ครม. ใหม่อีกครั้งภายใน 2 เดือน
 


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar