กรมชลประทาน ปรับแผนระบายน้ำรับฝนตกต่อเนื่อง ลดผลกระทบประชาชนในพื้นที่ท้ายเขื่อน

(2 ก.ย. 2568) กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก คาดว่าจังหวัด ตาก จันทบุรี ตราด ระนอง และพังงา มีความเสี่ยงสูงต่อฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินสไลด์ในพื้นที่เสี่ยง เช่น พื้นที่ลาดเชิงเขาและพื้นที่ลุ่ม


สทนช. เตือนน้ำทะเลหนุนสูง 4 – 10 ก.ย.

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ออกประกาศเตือนเฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูง ระหว่าง วันที่ 4 – 10 กันยายน 2568 เวลาประมาณ 17.00 – 20.00 น. โดยกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ คาดการณ์ว่าระดับน้ำทะเลจะสูงถึง 1.70 – 2.00 เมตร เหนือระดับทะเลปานกลาง สูงกว่าระดับวิกฤติราว 0.30 เมตร

พื้นที่เสี่ยงน้ำเอ่อล้นจากน้ำทะเลหนุน ได้แก่ พื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำท่าจีน และแม่น้ำแม่กลอง รวมถึงชุมชนที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำและแนวเขื่อนชั่วคราว (แนวฟันหลอ) ใน สมุทรปราการ กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรสาคร นครปฐม และสมุทรสงคราม

สทนช. สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

  1. ตรวจสอบความมั่นคงของแนวป้องกันริมแม่น้ำและเสริมจุดเสี่ยง

  2. เตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ และกำลังคนเพื่อให้ความช่วยเหลือทันที

  3. ปรับแผนบริหารจัดการน้ำ เขื่อน และประตูระบายน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์


ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ–เขื่อนหลัก

นายเดช เล็กวิชัย รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ปัจจุบัน (1 ก.ย. 2568) อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และกลางทั่วประเทศมีน้ำรวม 53,401 ล้าน ลบ.ม. ยังรองรับน้ำได้อีกกว่า 23,105 ล้าน ลบ.ม.

เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก (ภูมิพล สิริกิติ์ แควน้อยบำรุงแดน และป่าสักชลสิทธิ์) มีน้ำรวม 18,651 ล้าน ลบ.ม. สามารถรับน้ำได้อีก 6,220 ล้าน ลบ.ม.

  • เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ มีน้ำสะสมสูงสุด 8,147 ล้าน ลบ.ม. จึงมีการปรับลดการระบายน้ำชั่วคราวจาก 50 ล้าน ลบ.ม./วัน เหลือ 25 ล้าน ลบ.ม./วัน (1–3 ก.ย.) เพื่อลดผลกระทบพื้นที่ท้ายเขื่อน

  • เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เตรียมปรับเพิ่มการระบายน้ำจาก 100 ลบ.ม./วินาที เป็น 200 ลบ.ม./วินาที โดยทยอยเพิ่มวันละ 20 ลบ.ม./วินาที เริ่ม 2 ก.ย. เวลา 06.00 น. คาดระดับน้ำแม่น้ำป่าสักจะสูงขึ้น 0.80 – 1.00 เมตร แต่ยังไม่ล้นตลิ่ง

กรมชลประทานย้ำว่า ทุกการปรับระบายน้ำจะพิจารณาตามสถานการณ์จริงและแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้า


สถานการณ์น้ำลุ่มน้ำสำคัญ

  • ลุ่มน้ำป่าสัก (เพชรบูรณ์) – ได้รับผลกระทบจากพายุ “หนองฟ้า” ทำให้มีน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมเทศบาลเมืองหล่มสัก ปัจจุบันระดับน้ำทรงตัวและมีแนวโน้มลดลง

  • ลุ่มน้ำเจ้าพระยา (นครสวรรค์) – ปริมาณน้ำไหลผ่านสถานีวัดน้ำ C2 อยู่ที่ 1,628 ลบ.ม./วินาที แนวโน้มเพิ่มขึ้น กรมชลประทานได้ทยอยปรับการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเป็น 1,350 ลบ.ม./วินาที เพื่อรองรับน้ำจากตอนบน


อิทธิพลพายุ "คาจิกิ" – “หนองฟ้า” ก่ออุทกภัยหลายจังหวัด

ผลกระทบจากพายุ “คาจิกิ”

ณ วันที่ 2 ก.ย. 68 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานว่า มีพื้นที่ประสบภัย 4 จังหวัด ประชาชนได้รับผลกระทบ 2,979 ครัวเรือน 6,390 คน ได้แก่

  • เชียงใหม่ : ดินสไลด์ อ.แม่แจ่ม เสียชีวิต 8 ราย สูญหาย 2 ราย

  • แม่ฮ่องสอน : น้ำป่า อ.เมือง เสียชีวิต 2 ราย สูญหาย 1 ราย

  • สุโขทัย : น้ำยมล้นตลิ่งใน 6 อำเภอ บ้านเรือนเสียหาย 4 หลัง

  • พิษณุโลก : น้ำป่าไหลหลากใน 2 อำเภอ

ผลกระทบจากพายุ “หนองฟ้า”

ตั้งแต่ 30 ส.ค. – ปัจจุบัน ยังมีอุทกภัยใน 8 จังหวัด กระทบกว่า 10,038 ครัวเรือน 35,505 คน ได้แก่ เพชรบูรณ์ อุตรดิตถ์ ลำพูน ตาก ขอนแก่น เลย หนองบัวลำภู และชุมพร โดยหลายพื้นที่มีน้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก และดินสไลด์ แต่สถานการณ์น้ำเริ่มลดลงแล้วในบางจังหวัด


แนวโน้มสัปดาห์นี้

กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า 1 – 7 ก.ย. 68 ประเทศไทยยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง โดยเฉพาะภาคเหนือตอนล่าง (สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์) กรมชลประทานได้สั่งการทุกโครงการเฝ้าระวังและปรับแผนบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสม เพื่อป้องกันผลกระทบต่อท้ายเขื่อนและพื้นที่ลุ่มต่ำ พร้อมเร่งประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนอย่างต่อเนื่อง


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar