วันอังคารที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๘ เวลา ๑๓.๓๐ น. พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล เสด็จไปหอวชิราวุธานุสรณ์ ภายในบริเวณหอสมุดแห่งชาติ ท่าวาสุกรี ทรงเปิดงานสัปดาห์หนังสือพระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติที่มูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในพระบรมราชูปถัมภ์, มูลนิธิเพชรรัตน-สุวัทนา และมูลนิธิสถาบันการศึกษาในรัชกาลที่ และสมเด็จฯ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดาฯ ร่วมกับสำนักหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร จัดขึ้นเพื่อเผยแผ่พระเกียรติคุณเนื่องในอภิลักชิตสมัย ๑๐๐ ปี วันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว วันประสูติ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอเจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี และวันสถาปนา พระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี พุทธศักราช ๒๕๖๘ พร้อมทั้งทรงเปิดนิทรรศการพิเศษในหัวข้อ "วรรณกรรมในธีรรัชสมัย"พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นอัจฉริยกษัตริย์ในด้านอักษรศาสตร์ตลอดพระชนม์ชีพทรงพระราชนิพนธ์บทร้อยแก้ว ร้อยกรอง บทละครพูด ละครร้อง ละครรำ โขนตลอดจนนิทานและบทความ ทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศส รวมแล้วมากกว่า ๑,๒๐๐ หัวเรื่อง ซึ่งล้วนแล้วแต่มีคุณค่าทางวรรณศิลป์ ดังเช่นที่วรรณคดีสโมสรประกาศยกย่อง เช่นเรื่อง "หัวใจนักรบ" เป็นยอดแห่งบทละครพูด, เรื่อง "พระนลคำหลวง" เป็นหนังสือแต่งดีในกวีนิพนธ์และ "มัทนะพาธา" เป็นหนังสือแต่งดีในละครพูดคำฉันท์
นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวยังทรงนำวรรณคดีอมตะของต่างประเทศมาทรงแปลเป็นภาษาไทย อาทิ วรรณกรรมของวิลเลียม เชกสเปียร์ กวีชาวอังกฤษ ได้แก่ เรื่องเวนิส-วานิช และเรื่องโรเมโอและจูเลียต ตลอดจนวรรณคดีสันสกฤตของอินเดีย เช่น ศกุนตลา เป็นต้น ทั้งหมดนี้ เพราะทรงพระราชปรารถนาให้คนไทยได้มีใจใผ่รู้หนังสือ มีองค์ความรู้เท่าทันโลกตะวันตก จึงทรงใช้วรรณกรรมเป็นเครื่องมือหนึ่งของการสร้างพลเมืองที่พึงประสงค์สำหรับการสร้างรัฐชาติให้ทัดเทียมนานาอารยะ
หลังจากทอดพระเนตรนิทรรศการแล้ว เสด็จไปยังลานทวีปัญญาสโมสร ทรงเยี่ยมร้านจำหน่ายหนังสือของสำนักพิมพ์ต่าง ๆ ที่มาร่วมออกร้านในงานสัปดาห์หนังสือพระราชนิพนธ์ฯ จากนั้นเสด็จเข้า ห้องศรีอยุธยา ทรงฟังการเสวนาในหัวข้อ "ไขรหัสฉัฐรัชเทวา: พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว กับเทวปกรณัม* ซึ่งนำเสนอเรื่องราวความสนพระราชหฤทัยในด้านเทพเจ้าและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทั้งเทพเจ้าในโลกตะวันตก เช่น เทพเจ้าในอารยธรรม อียิปต์ และโลกตะวันออก เช่น เทพเจ้าในอารยธรรมอินเดีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทพเจ้าในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ซึ่งได้ทรงค้นคว้าและประมวลองค์ความรู้ในด้านภารตวิทยาจากคัมภีร์สันสกฤตทำอภิธานศัพท์ พร้อมทั้งทรงพระราชนิพนธ์หนังสือไว้หลายเล่ม เช่น เรื่องลิลิตนารายน์สิบปางและเรื่องพระเป็นเจ้าของพราหมณ์ นอกจากนี้ในรัชสมัยของพระองค์ยังทรงยกย่องเทพเจ้าองค์หนึ่งเป็น พิเศษคือ "พระคเณศ" ให้เป็นเทพเจ้าแห่งคิลปวิทยาการ ซึ่งยังส่งผลต่อความเชื่อของคนไทยมาจวบจน ปัจจุบัน