วันนี้ (๑๖ ส.ค.๖๘) เวลา ๐๘.๓๐ น. ณ อาคารหอประชุม มวก. ๔๘ พรรษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตำบลลำไทร อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พระพรหมวัชรธีราจารย์ ศ.ดร. อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นประธานเปิดโครงการถวายความรู้ เรื่อง “การจัดทำบัญชีรายรับ รายจ่าย และการจัดการทรัพย์สินของวัด” พร้อมด้วย นายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน นางกุลิสราพ์ บุญทับ รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน พระพรหมวัชรธีราจารย์ ศ.ดร. อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย นายคณพศ หงสาวรางกูร ผู้ตรวจเงินแผ่นดิน สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคที่ ๓ (จังหวัดนครปฐม) รศ.ดร.สุรพล สุยะพรหม รองอธิการบดีฝ่ายกิจการทั่วไป มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พระเทพวัชรสารบัณฑิต รศ.ดร. รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา พระศรีวัชรสารบัณฑิต ผศ.ดร. คณบดีคณะครุศาสตร์ พระมหาสมชาย กิตฺติปญฺโญ ดร. หัวหน้าภาควิชาภาษาต่างประเทศ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย นายภูวนัย ปริศนา นักวิชาการศึกษา สำนักงานพระสอนศีลธรรม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พระสังฆาธิการหรือผู้แทน คณะวิทยากรสตง. และเจ้าหน้าที่สำนักพระพุทธศาสนา เข้าร่วมโครงการ
นายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน กล่าวว่า จากกรณีปัญหาการใช้เงินบริจาคและทรัพย์สินของวัดที่ขาดระบบควบคุมที่ดี ส่งผลให้เกิดข้อห่วงใยในความโปร่งใสของการบริหารเงินและทรัพย์สินของวัด กระทบต่อความเชื่อมั่นและศรัทธาของสาธารณชน อีกทั้งยังเปิดช่องให้มีการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ อันมีสาเหตุมาจากวัดบางแห่งไม่มีระบบบัญชีที่ชัดเจน ขาดความรู้ความเข้าใจ หรือขาดทักษะในการควบคุมและบริหารจัดการทรัพย์สินและข้อมูลอย่างเป็นระบบ จนกลายเป็นวิกฤตศรัทธาของประชาชน ประกอบกับสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้เคยจัดทำโครงการจิตอาสาช่วยตรวจสอบบัญชีและการจัดซื้อจัดจ้างของวัดและได้ส่งรายงานให้กับวัดนั้น เพื่อเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนต่อไป
ในโอกาสครบรอบ ๑๕๐ ปี แห่งการตรวจเงินแผ่นดินไทย สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งมีภารกิจหลักปรากฎตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๐ ได้กำหนดหลักการทั่วไปในการตรวจเงินแผ่นดินว่า ต้องกระทำด้วยความสุจริต รอบคอบ โปร่งใส เที่ยงธรรม กล้าหาญ ปราศจากอคติและเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล โดยต้องคำนึงถึงหน้าที่ของรัฐ แนวนโยบายแห่งรัฐและยุทธศาสตร์ชาติ รวมถึงความคุ้มค่า ความสงบเรียบร้อย ความไว้วางใจของสาธารณชน การดำเนินงานโดยสุจริต ผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพในการใช้จ่ายเงิน และการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น จึงได้จัดทำ “โครงการถวายความรู้เรื่องการจัดทำบัญชีรายรับ รายจ่าย และการจัดการทรัพย์สินของวัด” เพื่อให้ความรู้และความเข้าใจแก่พระภิกษุสงฆ์ หรือฆราวาสที่มีหน้าที่ในการบริหารจัดการด้านการเงินและบัญชีของวัด ส่งเสริมระบบบริหารจัดการการเงินของวัด ให้มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ควบคู่กับความรู้ความเข้าใจในหลักธรรมาภิบาลและระบบควบคุมภายใน เพื่อสนับสนุนภารกิจของหน่วยงานที่มีหน้าที่โดยตรงอันได้แก่สำนักงานพระพุทธศาสนา
โครงการนี้จะช่วยวางรากฐาน “วัดต้นแบบธรรมาภิบาล” ที่สามารถขยายผลในระดับภูมิภาค จนถึงระดับประเทศเพื่อให้วัดเป็นแหล่งรวมศรัทธาของประชาชนทุกเพศทุกวัยได้เข้าถึงหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา สามารถนำไปพัฒนาคุณภาพให้ดีขึ้น ทำให้สังคมมีความสุขด้วยหลักพุทธธรรมอย่างแท้จริง