นายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 5/2568

วันพุธที่ 18 มิถุนายน 2568 นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 5/2568 ณ อาคาร C ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ กระทรวงพลังงาน

ในโอกาสนี้ นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้นางชื่นชีวัน ลิมป์ธีระกุล รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้แทนเข้าร่วมประชุมดังกล่าว

มีผลการประชุมสรุปได้ดังนี้

- การจัดการข้อมูลข่าวสารและข่าวปลอม : นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่าในยุคปัจจุบัน ข้อมูลข่าวสารมีความเคลื่อนไหวและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว บางข้อมูลไม่มีที่มา หรือถูกสร้างขึ้นโดย AI ซึ่งอาจก่อให้เกิดความสับสนในสังคม จึงสั่งการให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมดำเนินการจัดการข่าวปลอม (Fake News) อย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน

- การเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณ : เนื่องจากปีงบประมาณ 2568 เหลือเวลาอีกประมาณ 4 เดือน นายกรัฐมนตรีขอความร่วมมือจากทุกหน่วยงานในการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ โดยเฉพาะงบประมาณที่ยังค้างอยู่ตั้งแต่ปี 2567 เพื่อไม่ให้สูญเสียโอกาสในการพัฒนาประเทศ

- มาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าและโครงสร้างราคาพลังงาน : กระทรวงพลังงานซึ่งเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ได้นำเสนอมาตรการเร่งด่วนในการลดค่าไฟฟ้าชั่วคราวช่วงเดือนพฤษภาคม–สิงหาคม 2568 ให้ไม่เกิน 3.99 บาทต่อหน่วย พร้อมทั้งได้รับมอบหมายให้ดำเนินการปรับโครงสร้างราคาพลังงานไฟฟ้าในระยะยาวให้มีความสมดุล โดยพิจารณา 3 ประเด็น ได้แก่ การเข้าถึงไฟฟ้าที่มั่นคง ราคาที่เป็นธรรมและสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง และการผลิตพลังงานสะอาดที่ยั่งยืนและไม่สร้างภาระแก่ประชาชน

- ความร่วมมือด้านความมั่นคงและฐานข้อมูลร่วมของภาครัฐ : นายกรัฐมนตรีเน้นการบูรณาการทำงานระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อดูแลประชาชนได้อย่างทั่วถึง และเสนอให้มีระบบฐานข้อมูลร่วมกันของภาครัฐ คล้ายกับระบบของ ChatGPT ที่สามารถรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยให้การวางนโยบายตรงจุด และคุ้มค่างบประมาณมากยิ่งขึ้น

- ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ : นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงสถานการณ์ไทย–กัมพูชา โดยยืนยันว่า รัฐบาลไทยดำเนินการด้วยแนวทางสันติวิธี และจะพยายามให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว เพื่อให้ประชาชนสามารถประกอบอาชีพและดำรงชีวิตได้อย่างมั่นคง

- สถานการณ์แรงงานไทยในต่างประเทศ : ที่ประชุมได้รับรายงานเกี่ยวกับแรงงานไทยในอิสราเอลและอิหร่าน ซึ่งยังคงปลอดภัย และมีแผนเตรียมพร้อมอพยพหากสถานการณ์จำเป็น ส่วนแรงงานกัมพูชาที่ปรากฏในสื่อ เป็นแรงงานตามแนวชายแดนที่เดินทางไป–กลับตามปกติ ยังไม่มีรายงานการอพยพกลับประเทศแต่อย่างใด

การประชุมครั้งนี้สะท้อนถึงการขับเคลื่อนการบริหารประเทศอย่างรอบด้าน ทั้งการดูแลข้อมูลข่าวสาร ความมั่นคงด้านพลังงาน การบริหารงบประมาณ และการวางรากฐานข้อมูลเพื่อการวางนโยบายที่มีประสิทธิภาพ ตลอดจนการเฝ้าระวังสถานการณ์ระหว่างประเทศ เพื่อให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่มั่นคง ปลอดภัย และยั่งยืน.


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar