นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยถึงกรณีข้อพิพาทบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ช่องบก) จ.อุบลราชธานี ว่า ประเทศไทยยึดมั่นแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยสันติวิธี หลีกเลี่ยงความรุนแรง และยึดมั่นในการรักษาอธิปไตยของประเทศ ซึ่งที่ผ่านมา ได้ประสานงานกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมาโดยตลอดไม่ว่าจะเป็นผู้บัญชาการทหารบก กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงกลาโหม
ในส่วนของกองทัพ ได้มีการเตรียมความพร้อมรักษาอธิปไตยของประเทศและจากที่ตรวจสอบรายละเอียดต่างๆ พบว่าได้มีการวางกำลังป้องกันอธิปไตยได้อย่างเหมาะสม และในส่วนการเจรจาทั้ง 3 หน่วยงาน ได้มีการพูดคุยกันอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดความเอกภาพ และแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ โดยจะยึดตามหลัก MOU 43 เป็นฐานหลักในการเจรจา พร้อมย้ำว่า จะเลือกใช้มาตรการสงครามเป็นมาตรการสุดท้าย
สำหรับการปิดด่านชายแดน ขอชี้แจงว่า ไม่ได้มีการสั่งการให้ปิดหรือเปิด และไม่มีความขัดแย้งกัน ซึ่งการปิดด่านเป็นเพียงอีก 1 มาตรการในการยกระดับการเจรจา เป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ต้องพิจารณาถึงสถานการณ์ที่เป็นจริง ที่ทั้ง 3 ฝ่ายของไทยต้องเห็นพ้องต้องกัน ซึ่งการยกระดับมาตรการใดๆ ต้องดำเนินการไปตามหลักเหตุผลและความจำเป็น และยึดถึงประโยชน์ของชาติอย่างแท้จริง
นายภูมิธรรม ย้ำว่า ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า กระทรวงกลาโหม และกระทรวงการต่างประเทศ ให้ความสำคัญและยึดมั่นในอธิปไตยของประเทศและผลประโยชน์ของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ไม่มีเปลี่ยนแปลง และจะร่วมกันประเมินสถานการณ์ในทุกขั้นตอน
สำหรับกรณีที่ทางฝ่ายกัมพูชาจะนำกรณีดังกล่าวยื่นฟ้องต่อศาลโลกนั้น นายภูมิธรรม ให้ความเห็นว่า ในขณะนี้ ต่างฝ่ายต่างจะพูดอะไรก็พูดได้ แต่ในกระบวนการเจรจาขณะนี้ เป็นไปตามขั้นตอน ซึ่งการพูดคุยกันด้วยข้อเท็จจริงจะช่วยให้เกิดทางออกร่วมกันได้ ซึ่งที่ผ่านมาก็เคยเกิดขึ้นไม่มีปัญหาอะไร
ที่มา NBT Connext