“ภูมิธรรม” ปลื้มคนรุ่นใหม่ สมัครใจเป็นทหารมากขึ้น

เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2568 เวลา 10.00 น. นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พลเอก ธราพงษ์ มะละคำ รองปลัดกระทรวงกลาโหม ได้เดินทางตรวจเยี่ยมการตรวจเลือกทหารกองเกิน เข้ารับราชการทหารกองประจำการ ประจำปี 2568 จังหวัดอุดรธานี คณะที่ 1 ณ อุดรธานีฮอลล์ ชั้น 4 เซ็นทรัลพลาซา อุดรธานี โดยมี พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ให้การต้อนรับ 

ทั้งนี้  นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติของคณะตรวจเลือกฯ ในทุกๆ ขั้นตอน และได้เน้นย้ำให้คณะตรวจเลือกฯ ดำเนินการด้วยความโปร่งใส บริสุทธิ์ ยุติธรรม สามารถตรวจสอบได้ และได้พูดคุยให้กำลังใจกับ น้องๆ ทหารกองเกิน ที่มาเข้ารับการตรวจเลือกฯ อย่างเป็นกันเอง พร้อมทั้งได้มอบใบ สด.43 ให้กับน้องๆ ทหารกองเกิน ที่ร้องขอเข้ารับราชการทหาร 

ทั้งนี้ ในห้วง วันที่ 1 - 5 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา ในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี มียอดทหาร กองเกินเข้ารับการตรวจเลือกฯ ไปแล้ว จำนวน 3,728 นาย มียอดเรียกเกณฑ์ 946 นาย โดยในจำนวนนี้ มีน้องๆ ทหารกองเกิน ที่สมัครใจร้องขอฯ เข้ารับราชการทหาร จำนวน 308 นาย คิดเป็น 32.56 % ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2567 สอดคล้องกับนโยบายที่สำคัญของ กระทรวงกลาโหม คือ การเปลี่ยนผ่านการตรวจเลือกทหารกองประจำการ (พลทหาร) ไปสู่ การสมัครใจ

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า จากการตรวจเยี่ยมได้เห็นพลังของคนหนุ่มจำนวนไม่น้อย  ที่มาด้วยความสมัครใจ ทำให้มั่นใจว่า นโยบาย “เปลี่ยนผ่านระบบการเกณฑ์ทหารแบบบังคับ ไปสู่ระบบสมัครใจ” กำลังเดินหน้าอย่างเป็นรูปธรรม ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่า เมื่อเราเปลี่ยนมุมคิด ปรับมุมมองและปรับระบบให้ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่มากขึ้น ความสมัครใจก็จะเกิดขึ้นได้จริง 

“ผู้สมัครสามารถเลือกเหล่าทัพและพื้นที่ประจำการให้ใกล้ภูมิลำเนาของตนเอง รวมทั้งมีการจัดอบรมพัฒนาทักษะความรู้ร่วมกับสถาบันการศึกษา
ชั้นนำ เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อเตรียมทักษะใหม่ที่สอดคล้องกับโลกปัจจุบันให้กับทหารเกณฑ์มีแต้มต่อในการสอบเข้าโรงเรียนนายสิบ เช่นเมื่อปลดประจำการแล้วต้องการสมัครเข้ารับราชการทหาร ก็สามารถสมัครเข้าเรียนต่อในร.ร.นายสิบทหาร โดยได้คะแนนพิเศษเพิ่มขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าร.ร.ทหารได้มากขึ้น ได้รับโอกาสในการศึกษานอกระบบอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการอบรมเพิ่มเติมทักษะวิชาชีพที่สามารถนำไปพัฒนาต่อเป็นอาชีพได้เมื่อปลดประจำการและกระทรวงกลาโหมมีความร่วมมือกับกระทรวงแรงงานในการจัดหาสถานประกอบการที่ดี เพื่อรองรับการทำงานหลังปลดประจำการ

นายภูมิธรรม กล่าวว่า สิ่งต่างๆที่ดำเนินการทั้งหมดนี้ไม่ใช่แค่ "ลดแรงบังคับ" แต่คือ "เพิ่มคุณค่า" ให้กับการเป็นทหารเกณฑ์  เพราะในโลกยุคใหม่ ความมั่นคงของชาติ ไม่ได้หมายถึงแค่การสู้รบแต่หมายถึงการรับมือกับภัยธรรมชาติ ภัยไซเบอร์ ภัยทางด้านสาธารณสุข ที่ต้องการคนที่พร้อมทำงานเพื่อส่วนรวมแม้ว่าจะยังไม่สามารถยกเลิกการเกณฑ์ทหารได้ทันที แต่สามารถปรับมุมมอง เพิ่มคุณค่าใหม่ให้กับทหารเกณฑ์ เพิ่มบทบาทการทำงานเพื่อส่วนรวม ทำให้การเป็นทหารเกณฑ์ คือ การสร้างโอกาสของชีวิต ไม่ใช่การเสียโอกาสเพราะวันนี้ประเทศยังต้องมีกำลังพลที่เพียงพอเพื่อรองรับภารกิจที่หลากหลาย โดยเฉพาะในสถานการณ์โลกปัจจุบัน ซึ่งมีความผันผวนและเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดฝันขึ้นได้ตลอดเวลา จึงยังต้องเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์ต่างๆให้ทันท่วงที

“ถ้าเราทำให้การเข้ารับราชการทหารเป็นเส้นทางที่สร้างคุณค่า สร้างอนาคต และสร้างความภาคภูมิใจได้จริง คนรุ่นใหม่ก็พร้อมจะสมัครใจเข้ามามีส่วนร่วมอย่างเต็มใจ จึงจะเดินหน้านโยบายนี้ต่อไป ด้วยความมุ่งมั่นและจริงใจ” นายภูมิธรรม เวชยชัย กล่าว


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar