ที่รัฐสภา วันที่ 20 มีนาคม 2568 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 25 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) ที่มีนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 เป็นประธานฯ ได้มีการพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษากฎหมายและมาตรการควบคุมกำกับบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย ที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว โดย นพ.นิยม วิวรรธนดิฐกุล ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ได้ชี้แจงว่าคณะกรรมาธิการฯได้มีการประชุมทั้งหมด 39 ครั้ง รวม 480 วัน โดยศึกษาปัญหาผลกระทบด้านต่างๆ ทั้งด้านสุขภาพ ด้านสังคม ด้านกฎหมาย และด้านเศรษฐกิจ มีบทสรุป 3 แนวทาง คือ 1.บุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อน (Heated tobacco Products) เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย 2.ผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อน (Heated tobacco products) เป็นสิ่งที่ถูกควบคุมตามกฎหมาย และ 3.บุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อน (Heated Tobacco Products) เป็นสิ่งที่ถูกควบคุมตามกฎหมาย
ทั้งนี้ ส.ส.ส่วนทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ต่างอภิปรายไปในทิศทางเดียวกัน โดยระบุว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีสารนิโคตินและสารอื่นที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ โดยเฉพาะ สส.ทุกคนต่างแสดงความเห็นเป็นเอกฉันท์ แสดงความเป็นห่วงบุหรี่ไฟฟ้าเป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพเด็กและเยาวชนอนาคตของประเทศ หากเสพติดตั้งแต่อายุน้อยจะไปกระทบสมองที่กำลังพัฒนา ผลร้ายของสารนิโคตินต่อสมองของเด็กมากกว่าผู้ใหญ่ พร้อมสนับสนุนให้รัฐบาลมีนโยบายปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าอย่างจริงจัง
นายธีระชัย แสงแก้ว สส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่าทุกวันนี้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นปัญหาที่กัดกินสังคมโดยเฉพาะเด็กเยาวชน ซึ่งวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทยระบุว่าการโฆษณาบุหรี่ไฟฟ้ามีการบิดเบือนการเพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้บุหรี่ไฟฟ้าเปลี่ยนจากสิ่งเสพติดที่อันตรายให้เป็นทางเลือกในการสูบบุหรี่ ซึ่งเป็นการบิดเบือนทั้งสิ้น ทางด้านการแพทย์ ยืนยันหลักฐานทางการแพทย์บุหรี่ไฟฟ้ามีอันตรายมาก บุหรี่ไฟฟ้าจะทำให้คนติดบุหรี่ได้ง่าย เป็นตัวกระตุ้นให้เยาวชนอยากสูบ กล่าวชื่นชมรัฐบาลที่มีการปราบปรามกวาดล้างอย่างจริงจัง
“ต้องปราบปรามอย่างจริงจัง ทุกหน่วยงานรัฐเข้ามาร่วมจัดการ ทุกกระทรวงต้องร่วมมือ คนที่นำเข้าบุหรี่บุหรี่ไฟฟ้าต้องตรวจสอบบัญชีต่างๆ เราต้องมีกฎหมายพระราชบัญญัติที่กำหนดเพื่อควบคุมป้องกันและปราบปรามไฟฟ้า ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น กำหนดโทษสูงสูงและเฝ้าระวังการจำหน่ายออนไลน์และตัวการนำเข้า ขอให้เอาจริงเอาจังกับปัญหาบุหรี่ไฟฟ้า ไม่ให้เยาวชนตกเป็นทาสของบุหรี่ไฟฟ้า ไม่ตกเป็นทาสยาเสพติดในอนาคต”สส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทยกล่าวย้ำ
ด้าน นายแพทย์ทศพร เสรีรักษ์ สส.แพร่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร อภิปรายว่า ได้รับการร้องเรียนเรื่องบุหรี่ไฟฟ้ามาตลอดเวลา เคยเดินทางไปที่โรงพยาบาลสตึก จ.บุรีรัมย์ เยี่ยมนักเรียน ม.2 ที่สูบบุหรี่ไฟฟ้าแล้วปอดอักเสบต้องนอนโรงพยาบาลมีอยู่ 6-7 คน บางคนต้องส่งต่อไปโรงพยาบาลบุรีรัมย์ โดยเด็กบางคนบอกว่าหัดสูบบุหรี่ไฟฟ้าเพราะเห็นพี่สูบเท่ห์ดีก็เลยไปขอสูบด้วย ใช้วิธีหุ้นกับเพื่อนซื้อบุหรี่ไฟฟ้าแล้วก็มาแบ่งกันสูบ ทั้งที่ห้องน้ำโรงเรียนหรือตามบ้านบ้าง
”ยังไม่เห็นคนไหนพูดถึงข้อดีของบุหรี่ไฟฟ้าเลย แต่มีกรรมาธิการบางท่านโลกสวย บอกว่าถ้าทำบุหรี่ไฟฟ้าให้ถูกกฎหมายจะได้ภาษีปีละเป็นหมื่นล้าน ท่านทราบไหมครับเวลาคนที่เป็นมะเร็งปอดอุดกั้นแล้วใช้เครื่องช่วยหายใจนอนอยู่ในโรงพยาบาล จะตายก็ตายไม่ได้ จะอยู่ก็หายใจไม่ออก มันเจ็บปวดมันทรมานทั้งตัวเองทั้งญาติ แล้วใช้ค่ารักษาพยาบาลมากมายขนาดไหน ข้ออ้างภาษีบุหรี่ไฟฟ้าที่เก็บได้มาก็ไม่เท่ากับค่ารักษาพยาบาลที่รัฐบาลหรือประชาชนต้องจ่ายในการรักษา“ นายแพทย์ทศพร กล่าว
มีรายงานว่า ไม่มีกรรมาธิการฯแสดงตัวยืนยันสนับสนุนแนวทางที่ 2 และ 3 แม้แต่คนเดียว ทั้งนี้ ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้เห็นชอบรับทราบรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษากฎหมายและมาตรการควบคุมกำกับบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย พร้อมรับทราบข้อสังเกตก่อนส่งให้รัฐบาลพิจารณาต่อไป
ที่มาข้อมูล : TNN