นายกรัฐมนตรี ย้ำ ต้องจัดการตำรวจสีเทา ให้สิ้น พร้อมเน้นย้ำปีนี้ขอให้เน้นจัดการอาชญากรรมข้ามชาติยาเสพติดและค้ามนุษย์ ด้วยกฎหมายยึดทรัพย์ให้เข้มข้น เพื่อให้ประชาชนอยู่อย่างปลอดภัย
วันนี้ (19 กุมภาพันธ์ 2568) นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบายให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับผู้บัญชาการหรือเทียบเท่าและผู้บังคับการหรือเทียบเท่า ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ทั่วประเทศจำนวน 337นาย โดยมี พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย รอง ผบ.ตร. ผู้นำหน่วยระดับผู้บัญชาการหรือเทียบเท่า และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม
นายกรัฐมนตรี กล่าวมอบนโยบายหัวข้อ “นโยบายรัฐบาลในการจัดการปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติยุค Digital Disruption” ว่า ข้าราชการตำรวจ เป็นผู้ที่มีความสำคัญต่อการกำหนดทิศทาง และยกระดับการบังคับใช้กฎหมายของกระบวนการยุติธรรมในประเทศไทย ให้เป็นไปอย่างถูกต้องและตรงไปตรงมาโดยเน้นย้ำให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายโดยไม่เลือกปฏิบัติ
ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับสถานการณ์ความท้าทายใหม่ ๆ ทั้งในด้านเทคโนโลยี เศรษฐกิจ และสังคม รวมไปถึงอาชญากรรมรูปแบบอื่นที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง การสัมมนาในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสอันดีที่ผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เตรียมความพร้อม ได้มาพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อวางกลยุทธ์ ปรับรูปแบบการทำงานให้สามารถรับมือและปราบปรามอาชญากรรมรูปแบบใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องของยาเสพติด และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่ทุกคนมีโอกาสเป็นผู้เสียหายได้ เพราะอาชญากรใช้ช่องทางออนไลน์เพื่อการเข้าถึงและหลอกลวงประชาชน
ทั้งนี้ รัฐบาลได้ใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดเพื่อตัดวงจรแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ด้วยการตัดกระแสไฟฟ้าตามแนวชายแดนในบริเวณที่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มอาชญากรรม พร้อมกับดำเนินมาตรการ “Seal Stop Safe” ในพื้นที่ 51 อำเภอชายแดน เพื่อป้องกันการลักลอบนำยาเสพติดเข้าสู่ประเทศไทย ควบคู่ไปกับการป้องกันการแพร่ระบาดของยาเสพติดในชุมชน
นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการปราบปรามอาชญากรรมให้หมดไปจากสังคมไทย ทั้งยาเสพติดและอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ขอให้ตำรวจทุกคนมั่นใจว่า ความตั้งใจในการปฏิบัติงานเพื่อแก้ไขความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชน จะได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างเต็มที่ในทุกมิติ
นายกรัฐมนตรียังเน้นย้ำถึงความร่วมมือระดับนานาชาติ โดยขอให้ตำรวจไทยประสานงานกับประเทศเพื่อนบ้านและองค์กรต่าง ๆ เช่น Interpol Europol และ ASEANAPOL เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและฝึกอบรมร่วมกัน อันจะช่วยเสริมศักยภาพในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ
สำหรับมาตรการภายในองค์กร นายกรัฐมนตรีกำชับให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการทางวินัยอย่างเข้มงวดต่อข้าราชการตำรวจที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรม เพื่อสร้างความโปร่งใส และเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน โดยนายกรัฐมนตรีมีความเชื่อมั่นในศักยภาพของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมขอให้ทุกฝ่ายปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง เพื่อสร้างสังคมที่ปลอดภัยและมั่นคงให้กับประชาชนทุกคน
///////