รัฐมนตรีทุกกระทรวงลงพื้นที่ตรวจราชการภาคใต้ “รับฟังปัญหา-ติดตาม-ผลักดันนโยบาย” ก่อน ครม. สัญจร จ.สงขลา

วันที่ 17-18 กุมภาพันธ์ 2568 นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะรัฐมนตรี จะลงพื้นที่จังหวัดพัทลุง และ สงขลา ในการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ครั้งแรกของปี 2568              โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีทุกกระทรวงลงพื้นที่ตรวจราชการและรับฟังปัญหาของประชาชน        เพื่อผลักดันการดำเนินนโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาล ขณะที่ทั้ง 5 จังหวัดกลุ่มภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยได้ร่วมกันกำหนดเป้าหมายการพัฒนาในระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) คือ “พัฒนาการท่องเที่ยว การเกษตร อุตสาหกรรมชีวภาพ สู่ผลิตภัณฑ์ และบริการมูลค่าสูงอย่างยั่งยืน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และนำไปสู่สังคมเป็นสุข” เตรียมนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในครั้งนี้ด้วย

รมว. ยุติธรรม ลงพื้นที่ภาคใต้ ตรวจเยี่ยมเตรียมความพร้อมเรือนจำศูนย์ระหว่างพิจารณาคดี (Hub) และ
แก้ไขปัญหายาเสพติด
(16 ก.พ. 68) พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ลงพื้นที่ตรวจราชการ 
จ.นครศรีธรรมราช และ จ.พัทลุง ตรวจเยี่ยมทัณฑสถานวัยหนุ่มนครศรีธรรมราช ต.ท่างิ้ว อ.เมือง 
จ.นครศรีธรรมราช รับฟังการบรรยายสรุปแผนการขยายทัณฑสถานฯ เพื่อเตรียมความพร้อมเรือนจำศูนย์ระหว่างพิจารณาคดี (Hub) และจะเดินทางไปตรวจเยี่ยมแดนความมั่นคงสูงสุด รวมทั้งติดตามผลการดำเนินงาน               ตามนโยบาย ณ เรือนจำกลางนครศรีธรรมราช ต.นาพรุ อ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช และประชุมรับฟังแผนแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ ณ ห้องประชุมเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช ต.นาพรุ 
อ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช

“ดร.เฉลิมชัย” ส่งมอบระบบน้ำบาดาลให้ชาวบ้านโพรงจระเข้ จ.ตรัง เร่งแก้ปัญหาน้ำกินน้ำใช้ให้ชุมชน
    ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่ส่งมอบโครงการพัฒนาน้ำบาดาล เพื่อความมั่นคงระดับชุมชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ณ บ้านโพรงจระเข้ หมู่ที่ 2 ต.โพรงจระเข้ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง หลังประชาชนในพื้นที่มีความต้องการใช้น้ำเพิ่มสูงขึ้น ในปีงบประมาณ 2568 ยังมีโครงการน้ำบาดาลในพื้นที่ จ.ตรัง อีก 5 โครงการ ได้แก่ 1. โครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ จำนวน 27 แห่ง 2. โครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรแปลงใหญ่ พื้นที่ 300 ไร่ 3. โครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรแปลงใหญ่ พื้นที่ 500 ไร่ จำนวน 2 แห่ง 4. โครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อความมั่นคงระดับชุมชน จำนวน 10 แห่ง 5. โครงการจัดหาแหล่งน้ำบาดาลระยะไกลเพื่อแก้ปัญหาในพื้นที่แล้งซ้ำซากหรือน้ำเค็ม จำนวน 2 แห่ง  และในช่วงบ่ายยังได้เป็นประธานในพิธีมอบหนังสืออนุญาตและมอบสมุดประจำตัวผู้ได้รับการแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยทำกินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติลุ่มน้ำชั้นที่ 1 และ 2 ท้องที่ จ.สงขลา ให้แก่ราษฎร 9 อำเภอ ได้แก่ อ.รัตภูมิ อ.คลองหอยโข่ง อ.จะนะ อ.เทพา อ.นาทวี อ.นาหม่อม อ.บางกล่ำ อ.สะเดา และ อ.หาดใหญ่ เนื้อที่รวมกว่า 10,902 ไร่ รวม 1,416 ราย พร้อมมอบกล้าไม้ให้กับผู้แทนชุมชน ทส. มีเป้าหมายจัดสรรที่ดินทำกินในท้องที่จังหวัดสงขลา พื้นที่กว่า 280,000ไร่ โดยจะมีพี่น้องประชาชนได้รับประโยชน์กว่า 17,000 ครอบครัว 

2 รมช.เกษตรฯ เร่งติดตามงานช่วยเกษตรกร
นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าโครงการส่งน้ำและบํารุงรักษาปัตตานี ต.ตาแซะ อ.เมือง จ.ยะลา ปัจจุบันเขื่อนปัตตานีมีปริมาณน้ำเก็บกัก 5.50 ล้านลูกบาศก์เมตร (ร้อยละ 70 ของความจุอ่างฯ) แต่ภูมิประเทศลาดชัน เมื่อฝนตกหนักส่งผลให้เกิดอุทกภัย และปัญหาการขาดแคลนน้ำช่วงหน้าแล้ง กรมชลประทาน โดยสำนักงานชลประทานที่ 17 จึงได้วางแผนเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บน้ำ ด้วยการเสริมสัน spillway สามารถเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักได้ 1 แสน ลบ.ม. ขุดลอกตะกอนดินเพิ่มความจุให้ได้รวม 8.5 ล้าน ลบ.ม. ดำเนินการแล้วบางส่วนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกักเก็บน้ำและระบายน้ำ ลดปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง สำหรับโครงการพัฒนาแหล่งน้ำของกรมชลประทาน ปัจจุบัน จ.ยะลา มีจำนวน 286 โครงการ พื้นที่รับประโยชน์ทั้งหมด 190,431 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่จำนวน 8 อำเภอ 
ด้าน นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่พบปะพี่น้องเกษตรกร ณ กลุ่มรักเกาะยอ ตำบลเกาะยอ อ.เมือง จ.สงขลา ติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบายเพื่อนำไปสู่ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของเกษตรกร และเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ปลากะพง พร้อมเสนอแนวทางในการพัฒนายกระดับสินค้าเกษตรและบริการสินค้ามูลค่าสูง รับชมการสาธิตการทำปลากะพงแบบอิเคะจิเมะ ก่อนจะร่วมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำลงสู่แหล่งแม่น้ำเพื่อรักษาสมดุลของธรรมชาติ โดยกลุ่มรักเกาะยอ เป็นการรวมตัวของกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงขาวในกระชังทะเลสาบสงขลา (หมู่ที่ 4, 5, 8) จำนวน 32 ราย พื้นที่เลี้ยง จำนวน 4.13 ไร่ (294 กระชัง) ผลผลิตเฉลี่ย 96 ตันต่อปี รายได้ 15.4 ล้านบาท/ปี (มาตรฐาน GAP) ปัจจุบันเป็นจุดจำหน่ายสินค้า ปลากะพงสด และอาหารทะเล       อื่น ๆ มีการสร้างเครือข่ายเพื่อช่วยเหลือด้านการตลาดกับกลุ่มผู้เลี้ยงปลากะพงอื่น ๆ ทั่วทั้งเกาะยอ และปัจจุบันกลุ่มรักเกาะยอขึ้นทะเบียนสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ปลากะพงสามน้ำทะเลสาบสงขลา 
จากนั้น ยังได้ติดตามโครงการเพิ่มศักยภาพพื้นที่ด้วยการจัดระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ ณ บ้านคูวา หมู่ที่ 4 ต.บ้านขาว อ.ระโนด จ.สงขลา เป็นโครงการที่มุ่งเน้นการป้องกันและฟื้นฟูพื้นที่เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ กระทรวงฯ พร้อมสนับสนุนเกษตรกรที่ต้องการปรับเปลี่ยนจากการทำ  นาข้าว มาปลูกปาล์มน้ำมันที่มีผลตอบแทนสูงกว่า โดยจากการประเมินภาพรวมของโครงการจัดระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ มีมูลค่าทางเศรษฐกิจของเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันในคาบสมุทรสทิงพระ ประเมินจากผลผลิตเฉลี่ย 2,618 กก./ไร่ ราคา 6 บาท/กก. รายได้เท่ากับ 15,708 บาท/ไร่/ปี ซึ่งจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้กับเกษตรกรได้มีรายได้สูงขึ้นและมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นด้วย

“มนพร” สั่งปรับโฉมสนามบินใต้ ยกระดับไทยสู่ศูนย์กลางการบินภูมิภาค และติดตามโครงการพัฒนาปรับปรุงท่าเรือน้ำลึกสงขลา เพิ่มขีดความสามารถทางเศรษฐกิจภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย
    นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจติดตามการดำเนินงานของศูนย์ควบคุมการบินหาดใหญ่ (บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด : บวท.) และกรมท่าอากาศยาน (ทย.) ได้แก่ ท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช และท่าอากาศยานชุมพร 
•    เร่งให้จัดทำแผนแม่บทในการแก้ไขปัญหาทางกายภาพ เพิ่มขีดความสามาถในการรองรับอากาศยาน         โดยมีแผนสร้างทางขับขนานใหม่ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2578 
•    เพิ่มขีดความสามารถการใช้งานทางวิ่งโดยลดเวลาการใช้งานทางวิ่ง/ทางขับ ทำงานร่วมกับท่าอากาศยานหาดใหญ่ สายการบิน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่าง ๆ 
•    กำชับ บวท. เร่งรัดการดำเนินงานแผนพัฒนาบุคลากรและโครงการสำคัญเพื่อรองรับการเป็นศูนย์กลางการบินภูมิภาคให้แล้วเสร็จตามแผน ได้แก่ การจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรม ATC ภายในปี 2568 โครงการจัดหา Digital Remote Tower ณ สนามบินหาดใหญ่ ตรัง นราธิวาส ภายในปี 2570 และโครงการศึกษาการจัดตั้งที่ขึ้น/ลง ชั่วคราวบนพื้นน้ำ และการให้บริการ Seaplane บริเวณแหลมตาชี  ปัตตานี ภายในปี 2569 – 2570
•    การดำเนินงานของกรมท่าอากาศยาน ได้แก่ ท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช และท่าอากาศยานชุมพร ให้เพิ่มศักยภาพรองรับปริมาณเที่ยวบินและนักท่องเที่ยว หลังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง รวมถึงจัดพื้นที่ให้บริการผู้โดยสารให้คล่องตัว จัดระเบียบบริการขนส่งสาธารณะภายในท่าอากาศยาน และจัดกิจกรรมภายในท่าอากาศยานตามแนวคิด “สนามบินมีชีวิต” ประชาสัมพันธ์จุดเด่นการท่องเที่ยวและการสร้างอัตลักษณ์ของแต่ละจังหวัด
นอกจากนี้ นางมนพร ยังได้ลงพื้นที่ติดตามโครงการพัฒนาปรับปรุงท่าเรือน้ำลึกสงขลา และโครงการขุดลอกร่องน้ำสงขลาของกรมเจ้าท่า ดำเนินการโดยบริษัท เจ้าพระยาท่าเรือสากล จำกัด สำหรับแนวทางการพัฒนาท่าเทียบเรือน้ำลึกสงขลา เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของภาคใต้ตอนล่าง มีบทบาทในการส่งเสริมการค้า การลงทุน และการขนส่งสินค้าของภูมิภาค การพัฒนาท่าเทียบเรือน้ำลึกสงขลาจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ 

ทีมโฆษกรัฐบาลนำสื่อโพรโมต “อุทยานเขาเล่”
    (16 ก.พ. 68) ณ อุทยานเขาเล่ อ.สะเดา จ.สงขลา นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นำคณะสื่อมวลชนในกิจกรรม Press tour เยี่ยมชมศึกษาดูแนวทางการพัฒนาและยกระดับแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่บริเวณอุทยานเขาเล่ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและศึกษาธรรมชาติที่น่าสนใจมีจุด        ชมวิว “ทะเลหมอก” ธรรมชาติที่งดงาม และมีจุดชมวิว 360 องศา ซึ่ง โครงการพัฒนาและปรับภูมิทัศน์พุทธอุทยานเขาเล่ ถือเป็นโครงการที่สำคัญที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่ และสามารถสร้างรายได้ให้กับประชาชนและเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของอำเภอสะเดาในภาพรวม และยังจะเป็นสถานที่เพื่อให้ประชาชนได้พักผ่อนหย่อนใจ รวมถึงใช้เป็นสถานที่ทางศาสนาในการประกอบศาสนพิธีต่าง ๆ ของชุมชน และเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม จากการประมาณค่าก่อสร้าง โครงการฯ พุทธอุทยานเขาเล่ คาดว่าจะใช้งบประมาณ ทั้งสิ้น 99 ล้านบาท ซึ่งตำแหน่งที่ตั้งโครงการฯ สามารถเชื่อมโยงพื้นที่ชายแดนไทย-มาเลเซีย คาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามายังพื้นที่โครงการประมาณร้อยละ 5 ของจำนวนผู้เยี่ยมเยือนทั้งหมดต่อวันเท่ากับ 1,064 คน ดังนั้น ในอนาคตพื้นที่โครงการมีเป้าหมายรองรับนักท่องเที่ยวประมาณ 1,500 คนต่อวัน

ด่านปาดังเบซาร์-แหล่งท่องเที่ยวยอดฮิต จ.สงขลา
ทีมโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ ณ ด่านปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา เพื่อศึกษาข้อมูลแนวทางรองรับรถไฟรางคู่ จาก ปาดังเบซาร์ - หาดใหญ่ และติดตามสถานการณ์การเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวจากมาเลเซียและชาติอื่น ๆ โดย จ.สงขลา มีศักยภาพสูงรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางด้วยรถไฟ โดยเฉพาะจากประเทศมาเลเซีย KTM Berhad (การรถไฟมาลายา) ได้เปิดให้บริการรถไฟขบวนพิเศษ “MY Sawasdee” ตั้งแต่ปี 2565 บนเส้นทาง กัวลาลัมเปอร์-หาดใหญ่-กัวลาลัมเปอร์ ได้รับความนิยมสูงจากนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย โดยในปี 2567 ที่ผ่านมา KTM Berhad ได้จัดเดินรถขบวนพิเศษดังกล่าวจำนวน 16 เที่ยว รองรับผู้โดยสารกว่า 6,000 คน 
•    ในปี 2568 มีแผนเพิ่มจำนวนเที่ยวเป็น 28 เที่ยว แบ่งเป็น เส้นทางกัวลาลัมเปอร์-หาดใหญ่-กัวลาลัมเปอร์ 25 เที่ยว และเส้นทางกัวลาลัมเปอร์-สุราษฎร์ธานี-กัวลาลัมเปอร์ 3 เที่ยว คาดว่าจะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในพื้นที่สงขลาและจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียนิยมแวะแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดก่อนเดินทางกลับ เช่น ย่านเมืองเก่าสงขลา หาดสมิหลา เจดีย์สแตนเลส ตลาดน้ำคลองแห ตลาดกิมหยง และแหล่งชอปปิงชื่อดังอื่น ๆ 
•    จากข้อมูลของด่านตรวจคนเข้าเมือง จ.สงขลา มาเลเซียเป็นประเทศที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาไทยมากที่สุด ปี 2567 มีจำนวนสูงถึง 2,479,427 คน เดือน ม.ค. 68 นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเดินทางเข้ามาถึง 222,988 คน
“มูลค่าการค้า” ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ของด่านศุลกากรปาดังเบซาร์ มีมูลค่าการค้ารวม 154,741.88 ล้านบาท โดยสินค้า 5 อันดับแรกที่ส่งออกมากที่สุด ได้แก่ 1. ยางธรรมชาติ 2. ยางสังเคราะห์ 3. ไม้ที่เลื่อยหรือถากตามยาว ฝานหรือลอก 4. ส่วนประกอบและอุปกรณ์ประกอบของยานยนต์ และ 5. เครื่องประมวลผลข้อมูลอัตโนมัติและหน่วยต่าง ๆ 

มอบเสื้อผ้าบาติก “ลายสมิหลา” ให้นายกฯ - ครม. ใส่ประชุม ครม. สัญจร 
นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผย การประชุม ครม.สัญจรวันที่ 18 ก.พ. 68 ทาง จ.สงขลา ได้เตรียมมอบเสื้อให้นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีได้สวมใส่ เป็นเสื้อผ้าบาติกลายสมิหลาได้รับแรงบันดาลใจจากรูปปั้นนางเงือกทอง ณ ชายหาดสมิหลา ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัดสงขลา โดยกลุ่มมีนาทับ อ.จะนะ จ.สงขลา ที่รังสรรค์ผ้าผืนนี้ 

กำหนดการลงพื้นที่ ของนายกรัฐมนตรี ในการประชุม ครม. สัญจร จ.สงขลา 
17 กุมภาพันธ์ 2568
13.00 น. ติดตามการบริหารจัดการน้ำ ณ บริเวณทะเลน้อย อ.ควนขนุน จ.พัทลุง
15.15 น. หารือประเด็นการผลิตอาหารทะเล ณ บจก.ไทยยูเนี่ยน ซีฟู้ด จ.สงขลา
16.40 น. ชมชุมชนเมืองเก่าสงขลา ณ ย่านเมืองเก่าสงขลา จ.สงขลา
18 กุมภาพันธ์ 2568
09.00 น. ชมนิทรรศการ ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติ ม.อ. จ.สงขลา ประชุม ครม. สัญจร
10.00 น. ประชุม ครม. สัญจร ครั้งที่ 1/2568
12.45 น. ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน 
14.00 น. ติดตามสถานการณ์การค้าชายแดน ณ ด่านศุลกากรสะเดา จ.สงขลา
ข้อมูล: สำนักประชาสัมพันธ์เขต 6 กรมประชาสัมพันธ์
 


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar