กษ. เปิดตลาดสินค้าเกษตรไทย “ผลไม้-ประมง-โคเนื้อ” ขยายการส่งออกต่อเนื่องสู่ประเทศจีน

(8 ก.พ. 68) ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้นำคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมหารือกับ ดร.ซุน เหมยจุน รัฐมนตรีว่าการสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (General Administration of Customs of the People's Republic China : GACC) พร้อมด้วย นายหวัง อี้หยู อธิบดีกรมกักกันพืชและสัตว์ นายหลี่ จิ้นซง อธิบดีกรมความปลอดภัยอาหารนำเข้าและส่งออก และนางกัว ซั่วเยี่ยน อธิบดีกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ และคณะเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยมีประเด็นการหารือร่วมกันของทั้งสองฝ่าย ดังนี้
•    กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ GACC ได้แลกเปลี่ยนนโยบายและวิสัยทัศน์ ที่เกี่ยวกับการส่งเสริม ขยายโอกาส และอำนวยความสะดวกสินค้าเกษตรระหว่างกัน มุ่งหวังที่จะร่วมกันสร้างความมั่นคงทางอาหารผ่านการเพิ่มเส้นทางการค้า เพื่อขนส่งสินค้าเกษตรระหว่างกันโดยใช้รถไฟความเร็วสูง (เส้นทาง กรุงเทพฯ - หนองคาย - และเชื่อมต่อเส้นทาง one belt one road ของจีน)
•    การเปิดตลาดสินค้าเกษตรและกลไกคณะทำงานร่วมด้านสุขอนามัยพืช ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ และ GACC ได้ประชุมและมีผลงานเป็นที่ประจักษ์อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2547
    ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า จีนเป็นตลาดส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารเป็นอันดับ 1 ของไทย และสินค้าผลไม้มีสัดส่วนการส่งออกมากที่สุดในสินค้าเกษตรจากไทย โดยเฉพาะ ทุเรียน มังคุด และมะม่วง ดังนั้น กระทรวงฯ จึงมุ่งหวังและตั้งใจว่าจะดำเนินนโยบายและมาตรการที่เข้มงวด เพื่อให้ผู้บริโภคชาวจีน มั่นใจได้ว่าสินค้าผลไม้และสินค้าเกษตรอื่น ๆ จากไทย มีคุณภาพความปลอดภัยและได้มาตรฐานตามที่ฝ่ายจีนกำหนดไว้ทุกประการ
    รัฐมนตรี GACC ได้กล่าวแสดงความชื่นชมในความมุ่งมั่นดำเนินงานของกระทรวงฯ โดยเฉพาะการเร่งดำเนินการที่รวดเร็วและครอบคลุมทุกระดับ ทั้งระดับเกษตรกร ผู้ผลิต โรงคัดบรรจุ และผู้ส่งออก ในกรณีสินค้าไทยตรวจพบปัญหาไม่คล้องกับข้อกำหนดของจีน สำหรับผลไม้ไทยมีส่วนแบ่งในตลาดจีนกว่าร้อยละ 58 ของปริมาณการนำเข้าผลไม้จากต่างประเทศทั้งหมด ด้วยปริมาณการนำเข้ากว่า 870,000 ตัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งทุเรียนไทยที่ครองส่วนแบ่งตลาดทุเรียนในจีนกว่าร้อยละ 50 ขึ้นไป และคิดเป็นร้อยละ 35 ของปริมาณการส่งออกสินค้าเกษตรไทยมายังจีน
การหารือในด้านการเปิดตลาดสินค้าครั้งนี้ นับว่ามีความก้าวหน้าเป็นที่น่าพอใจ ซึ่งอยู่ในขั้นตอน ดังนี้
•    สินค้าพืช อยู่ระหว่างที่ GACC ทำการวิเคราะห์ความเสี่ยงในการนำเข้า 
•    การยื่นขอเปิดตลาดส่งออกสละและอินทผลัมมายังจีนอยู่ในขั้นตอนที่ GACC เตรียมส่งเจ้าหน้าที่เดินทางไปตรวจประเมินสวนและโรงคัดบรรจุที่ประเทศไทยในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคมนี้ ก่อนที่จะกำหนดเงื่อนไขการส่งออก และลงนามในพิธีสารไทย-จีนต่อไป
•    เดินหน้านโยบายขับเคลื่อนการส่งออกโคเนื้อ กระบือไปต่างประเทศ เพื่อกระตุ้นการค้าขายสินค้า
ปศุสัตว์ของประเทศ เพื่อทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น มีอาชีพที่มั่นคง โดยได้ผลักดันการส่งออกโค
มีชีวิตและผลิตภัณฑ์จากไทยไปสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งได้มีการเจรจายกระดับเปิดตลาดมาอย่างต่อเนื่อง โดยฝ่ายจีนแจ้งว่า ได้รับเอกสารเพิ่มเติมการขอส่งออกโคเนื้อมีชีวิตไทยมาจีนผ่านเส้นทางแม่น้ำโขงมายังท่าเรือกวนเล่ยแล้ว และจะต้องรับข้อพิจารณาเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย โดยจะเร่งดำเนินการให้มีความคืบหน้าต่อไป
    ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายเน้นย้ำถึงความร่วมมือและให้ความสำคัญในด้านคุณภาพและมาตรฐาน โดยฝ่ายจีนพร้อมร่วมมือกับไทยในการอำนวยความสะดวกทางการค้า เพื่อให้ผู้บริโภคของทั้งสองฝ่ายได้สินค้าและผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ และเป็นไปตามมาตรฐาน ฝ่ายไทยหวังว่าจะมีความร่วมมือในด้านต่าง ๆ รวมทั้งพิธีสารที่คาดว่าจะสามารถลงนามได้ในปีนี้

หารือ CAWA มั่นใจ ตลาดจีนต้องการสินค้าเกษตรคุณภาพจากไทย เร่งขยายตลาดเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร
    ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะยังได้หารือกับนายหม่าเจิงจวิน ประธานสมาคมตลาดค้าส่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (China Agriculture Wholesale Market Association: CAWA) เพื่อแสวงหาโอกาสในการค้าสินค้าเกษตรของไทย ซึ่งบริษัท CAWA ได้นำเข้าสินค้าเกษตรต่าง ๆ จากไทย เช่น ทุเรียน มังคุด ลำไย โดยมีการนำเข้าทุเรียนมากที่สุด รวมมูลค่า 83 ล้านหยวน ทุเรียนเป็นผลไม้ที่มีอัตราการเติบโตสูงที่สุดในตลาดจีน มีปริมาณการนำเข้าทุเรียนสดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงกุ้งขาวแวนนาไมจากไทย 177.3 ตัน คิดเป็นมูลค่า 10.61 ล้านหยวน ตั้งแต่จีนระงับการนำเข้าสินค้าประมงจากญี่ปุ่น CAWA เห็นว่า ไทยจะมีโอกาสในการส่งออกสินค้าประมงเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ บริษัท CAWA ยังขอให้ภาครัฐส่งเสริมและสนับสนุนการส่งรังนกที่มีคุณภาพดีของไทยมายังจีน เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคชาวจีน
           ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีนโยบายตลาดเชิงรุก เพื่อให้เกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งประเทศจีนเป็นคู่ค้าสำคัญของไทย โดยสินค้าเกษตรไทยส่งออกจีนมากเป็นอันดับ 1 และมีแนวโน้มส่งออกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันสินค้าจีนก็ส่งออกไปยังไทยมากเช่นกัน 
ไทยและจีนมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกัน ดังจะเห็นได้จาก 
•    เมื่อวันที่ 4 ก.พ. 68 คณะรัฐมนตรีไทยได้อนุมัติโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เพื่อให้ไทยสามารถขนส่งสินค้าเกษตรไปจีนได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น 
•    วันที่ 6 ก.พ. 68 ไทยและจีนได้มีการลงนามพิธีสาร ว่าด้วยหลักเกณฑ์การตรวจสอบกักกันโรค และสุขอนามัยทางสัตวแพทย์ของกรมประมงที่มาจากการเพาะเลี้ยงส่งออกมายังสาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แห่งราชอาณาจักรไทย และสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน และหวังว่าจะมีการส่งออกผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำคุณภาพของไทยมายังจีนเพิ่มมากขึ้น
•    มีนโยบายขับเคลื่อนการส่งออกโคมีชีวิตและผลิตภัณฑ์จากไทยไปสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งได้มีการเดินหน้าเจรจายกระดับเปิดตลาดมาอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาของสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (GACC) และจะมีความร่วมมือในระยะอันใกล้นี้ 
•    ตลาดจีนยังมีความต้องการสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพจากไทย ซึ่งจะเป็นโอกาสให้ผู้ผลิตและผู้ประกอบการสามารถขยายตลาดไปยังจีนได้

ไทย-จีน ลงนามพิธีสารเกณฑ์ตรวจสอบ-สุขอนามัย เตรียมส่งปลากะพงขาวไปจีน
    ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ ดร.ซุน เหมยจวิน เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำสำนักงานศุลกากรแห่งชาติจีน ได้ลงนามในพิธีสารว่าด้วยหลักเกณฑ์การตรวจสอบกักกันโรค และสุขอนามัยทางสัตวแพทย์ของกรมประมงที่มาจากการเพาะเลี้ยงส่งออกมายังสาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แห่งราชอาณาจักรไทย และสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน 
•    พิธีสารฯ ฉบับนี้มีเป้าหมายเพื่อให้ไทยสามารถส่งออกปลากะพงขาว ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากการเพาะเลี้ยงชนิดแรกภายใต้พิธีสารฯ ไปยังจีนได้ โดยคาดว่า จะสามารถส่งออกได้ปีละมากกว่า 50,000 ตันต่อปี คิดเป็นมูลค่ากว่า 4,900 ล้านบาทต่อปี
 


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar