นายกฯ แพทองธาร ประสบความสำเร็จในการเยือนจีนครั้งแรก เผยประชุมวันเดียวพบผู้นำสูงสุดของจีนทุกระดับ ย้ำร่วมมือเศรษฐกิจ-ปราบอาชญากรรมออนไลน์ - ก้าวสู่อีก 50 ปีของความสัมพันธ์ไทย-จีน มั่นใจนับจากนี้ค้าขายไทย จีนคล่องตัวในทุกมิติ
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เสร็จสิ้นภารกิจการเยือน สาธารณรัฐประชาชนจีน อย่างเป็นทางการ ที่กรุงปักกิ่ง และได้นำคณะเดินทางไปยังนครฮาร์บิน เพื่อร่วมพิธีเปิดการแข่งขันเอเชียนเกมส์ฤดูหนาว ครั้งที่ 9 พร้อมกับพบปะทัพนักกีฬาไทยเพื่อให้กำลังใจในการแข่งขัน นอกจากนี้สื่อมวลชนของประเทศจีนและไทยต่างจับตาการเดินทางเยือนครั้งแรกในครั้งนี้โดยสื่อมวลชนประเทศจีนชื่นชมนายกรัฐมนตรีของไทยและเห็นว่าการเดินทางเข้าร่วมประชุมกับผู้นำระดับสูงของจีนและรัฐบาลกลางจะทำให้การค้าขายเศรษฐกิจและสังคมของทั้งสองประเทศคึกคักมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว
โดยสรุป ผลการดำเนินการที่ไทยประสบความสำเร็จอย่างมากในทุกมิติ ทั้งความมั่นคง เศรษฐกิจ การแก้ปัญหาต่างๆ ระหว่างกันและการลงนาม ในข้อตกลง 14 ฉบับที่ ในทุกมิติทั้งทางด้านการพัฒนาสังคมเทคโนโลยีสมัยใหม่เรื่องอวกาศในการสำรวจรอบดวงจันทร์ร่วมกันการนำเข้าและส่งออกในช่องทางผ่านกรมศุลกากรของทั้งสองประเทศ ซึ่งถือว่าการเดินทางในครั้งนี้เป็นการเปิดประตูสินค้าไทย สู่จีนให้ง่ายขึ้นและลดขั้นตอนซับซ้อนมากขึ้น ดังนี้
1. ให้เกียรติผู้นำไทย คนไทย และ ประเทศไทย “รัฐบาลจีนให้การต้อนรับการเยือนอย่างเป็นทางการครั้งแรกของนายกรัฐมนตรีอย่างสมเกียรติ มีผลสำเร็จเกินความคาดหมายโดยนับเป็นการเยือนอย่างเป็นทางการระดับสูงครั้งแรกใน “ปีทองแห่งมิตรภาพไทย - จีน”ครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน ในปี 2568 นี้ การเยือนครั้งนี้เกิดขึ้นในจังหวะเวลาสำคัญเป็นโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายได้ทบทวนความสำเร็จที่ผ่านมา และร่วมกันวางแผนสำหรับอนาคตเพื่อก้าวสู่อีก 50 ปีของความสัมพันธ์ไทย-จีน
2.จีนให้ความสำคัญกับประเทศไทย อย่างมาก โดยเปิดให้เข้าประชุมหารือกับผู้นำสูงสุด 3 ท่านของรัฐบาลจีนประกอบด้วย
(1) การเข้าพบปะหารือประชุมร่วมกันกับนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดี พร้อมทั้ง คณะรัฐมนตรี และส่วนรัฐบาลกลางระดับสูง โดยประธานาธิบดี สี จิ้นผิง กล่าวถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และกล่าวว่าตลอดระยะเวลา 50 ปี ไทย-จีน มีหลักการและวิสัยทัศน์ความร่วมมือในการแบ่งปันความเจริญรุ่งเรือง (shared prosperity) ซึ่งจีนยังสนับสนุนบทบาทไทยในทุกกรอบความร่วมมือทั้งระดับทวิภาคี พหุภาคีและภูมิภาค ซึ่งยังเห็นควรขยายความร่วมมือในด้านต่างๆ ทั้งการพัฒนารถไฟความเร็วสูงเศรษฐกิจดิจิทัล เขตเศรษฐกิจพิเศษ EEC และการใช้ประโยชน์ความร่วมมือเศรษฐกิจ ไทย ลาว จีน อีกทั้งจีนยังส่งเสริมภาคเอกชนไทยในทุกมิติ ทั้งนี้ประเทศจีนจะมีการจัดงาน“ China International Import Expo” ซึ่งถือเป็นงานสำคัญของการค้าขายระหว่างกัน ซึ่งจีนยังสนับสนุนสินค้าและบริการที่ดีของไทยมาที่ประเทศจีน ส่วนความร่วมมือในด้านยุทโธปกรณ์ทางทหารนั้น ไทย-จีนมีจุดเริ่มต้นจากโครงการเรือดำน้ำอีกด้วย และเชื่อว่าจะบรรลุความร่วมมือในอนาคตอันใกล้นี้
”ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ยังได้ ขอบคุณในนโยบายตัดวงจรอาชญากรรมทางไซเบอร์ของรัฐบาลไทย โดยกล่าวว่า “จีนสนับสนุนอย่างเข็มแข็งในการปราบปราม ขบวนการหลอกหลวง (online scam) การลักพาตัว การค้ามนุษย์ ซึ่งถือเป็นการบั่นทอนผลประโยชน์ของประชาชนจีน เป้าหมายหลักของทั้ง 2 ประเทศ คือ การปราบปรามกิจกรรมผิดกฎหมาย ที่ผ่านมาจีนได้ร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านและท้องถิ่นสามารถปราบปรามยาเสพติด จนประสบความสำเร็จ
โดยอาชญากรรมข้ามชาติถือเป็นความท้าทาย มีความเสี่ยงสูง และชื่นชมรัฐบาลไทยที่พยายามอย่างเต็มที่และเป็นรูปธรรมโดยเฉพาะการตัดน้ำ ไฟ อินเตอร์เน็ตและน้ำมัน ที่จะสามารถตัดวงจรกิจกรรมที่เป็นอาชญากรรมต่างๆ ได้ และเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายปราบปรามจะดูแลความปลอดภัยและผลประโยชน์ของประชาชนทั้งสองประเทศด้วยการยกระดับการบังคับใช้กฎหมายทั้งในระดับทวิภาคี และอนุภูมิภาค “ นายจิรายุ กล่าว
(2) พบประธานสภาประชาชนจีน ประมุขนิติบัญญัติ ย้ำไทยจีนต้องร่วมมือทุกมิติ
ในการหารือกับ นายจ้าว เล่อจี้ ประธานสภาประชาชนแห่งชาติจีน ซึ่งกล่าวว่า ไทย-จีน เป็นหุ้นส่วนที่มีอนาคต ร่วมกันทั้งสองประเทศมีความเป็นมิตรภาพที่ลึกซึ้ง สมคำกล่าว ที่ว่า “ไทย-จีน มิใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” และการที่ท่านได้เข้าเยี่ยมคารวะประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของรัฐบาลจีน-ไทย ที่ทำงานกันอย่างใกล้ชิด และช่วยผลักดันความร่วมมือเพื่อประโยชน์ 2 ประเทศ และพร้อมส่งเสริมความร่วมมือกับจีนให้แนบแน่นยิ่งขึ้นอย่างรอบด้านในทุกระดับโดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลางและมุ่งมองไปข้างหน้า
“ปัจจุบันจีนส่งเสริมการพัฒนาสินค้าและบริการที่มีคุณภาพสูง สร้างโอกาสให้ประเทศไทยด้วย และจีนพร้อมสนับสนุนให้บริษัทจีนที่มีเทคโนโลยีสูง เช่น เศรษฐกิจสีเขียว ดิจิทัล สาธารณสุข ไปลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น รวมทั้งการแลกเปลี่ยนการเดินทางระหว่างประชาชน และการปราบปรามภัยที่เป็นอาญชากรรมข้ามชาติ ภัยออนไลน์ พร้อมร่วมมือกับไทยพัฒนากรอบภูมิภาค อาทิ ประเทศลุ่มแม่น้ำโขง ล้านช้าง รวมถึงความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนด้านนิติบัญญัติ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือในพัฒนาความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ประเทศด้วย พร้อมฝากความระลึกถึงไปยังประธานรัฐสภา และประธานวุฒิสภา ”
(3) สำหรับการหารือกับนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน นายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตรได้แลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์กับผู้นำจีนถึงการเผชิญหน้าความท้าทายและการขยายความร่วมมือในอนาคต โดย “มุ่งมองไปข้างหน้าที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง” และ “ประชาชนมีกินมีใช้ ประชาชนมีความปลอดภัย และประชาชนมีความพร้อมต่ออนาคต (future ready) และความเข้าใจอันดีต่อกัน“
โดยไทยและจีนเห็นพ้องที่จะอำนวยความสะดวกด้านการค้าและการลงทุน การเสริมสร้างหุ้นส่วนด้านการลงทุนระยะยาวในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่สำคัญต่อการเปลี่ยนผ่านสีเขียวและดิจิทัล ความเชื่อมโยง การสนับสนุนสินค้าเกษตรของไทย soft power และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ รวมทั้งความร่วมมือเร่งด่วนในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ภัยออนไลน์ และการค้ามนุษย์ เพิ่มความปลอดภัยชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและนักท่องเที่ยวจีน
นายกรัฐมนตรี นางสาว แพทองธาร ชินวัตร กล่าวว่า “ตลอดความสัมพันธ์ไทย-จีน 50 ปีที่ผ่านมา ไทยกับจีนได้ร่วมมือสนับสนุนเกื้อกูลกันมาตลอด ทั้งสองประเทศยังได้ร่วมกันจัดตั้งกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง เพื่อเสริมสร้างการพัฒนาในภูมิภาค จนปัจจุบันความสัมพันธ์พัฒนาขึ้นตามลำดับ ทำให้จีนเป็นประเทศคู่ค้าอันดับหนึ่งของไทยต่อเนื่อง 12 ปี และเป็นนักลงทุนลำดับต้นของไทย และมูลค่าการค้าจนถึงพฤศจิกายน 2567 รวม 1 แสนล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 9 และมีนักลงทุนจีนมาลงทุนในไทยเพิ่มขึ้นเกือบ 1.2 หมี่นล้านบาทในช่วง 9 เดือน รวมทั้งการยกเว้นวีซ่าระหว่างกันอีกด้วย”
ด้านการค้า นายกรัฐมนตรีเห็นว่าควรใช้ประโยชน์จาก FTA ทั้ง RCEP และ ASEAN - China FTA ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจายกระดับความตกลงให้ทันสมัย และหวังว่าจะสามารถลงนามได้ภายในปีนี้ เพื่อเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกัน โดยยินดีที่หน่วยงานทั้งสองฝ่ายจะมีการลงนามความตกลงหลายฉบับในเรื่องการอำนวยความสะดวกทางการค้าและการเปิดตลาด โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรียังย้ำว่า ไทยให้ความสำคัญกับมาตรการกำกับดูแล มาตรฐาน คุณภาพ และความปลอดภัยของสินค้าอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะสินค้าเกษตรและอาหาร ทั้งสินค้าทุเรียนและน้ำเชื่อม ซึ่งรัฐบาลได้สั่งการยกระดับการควบคุมและกำกับดูแลแล้ว เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผู้บริโภคชาวจีนจะได้รับสินค้าไทยที่มีคุณภาพสูง”
3. นักลงทุนจีน ชื่นมื่นพร้อมลงทุนในไทยเพิ่มแน่นอน
จากนั้นนายกรัฐมนตรี ยังได้หารือกับผู้บริหารระดับจากภาคเอกชนชั้นนำของจีน ได้แก่ บริษัท Hisense และ Xiaomi เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเชิญชวนมาลงทุนที่ประเทศไทย รวมทั้ง การพูดคุยกับหอการค้าไทยในจีน (Thai Chamber of Commerce in China: TCCC) เพื่อส่งเสริม ประโยชน์ของผู้ประกอบการไทยในด้วย
โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าทราบว่าบริษัทฯ Hisense ได้รับการส่งเสริมจาก BOI ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีหวังว่า บริษัทฯ จะพิจารณาให้ไทยเป็นฐานสำคัญของบริษัท หรือพัฒนาห่วงโซ่อุปทานในประเทศไทย เพื่อสนับสนุนตลาด IoT และอุปกรณ์อัจฉริยะในประเทศไทยและตลาดอาเซียน ขณะที่ผู้บริหาร Xiaomi Corporation กล่าวว่า บริษัทสามารถทำยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าได้จำนวนมากนับตั้งแต่เปิดตัวรุ่นแรก (SU7) เมื่อเดือนมีนาคม 2024 ที่ประเทศไทย และหวังว่า บริษัทฯจะพิจารณาจัดตั้งโรงงานแห่งแรกในต่างประเทศที่ประเทศไทย รวมถึงกิจกรรม R&D ที่มุ่งพัฒนาชิ้นส่วนรถยนต์ไฟฟ้าที่สำคัญเพื่อสร้างธุรกิจที่ยั้งยืน ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวย้ำว่า รัฐบาลและบีโอไอพร้อมสนับสนุนการลงทุนของบริษัท โดยมีมาตรการส่งเสริมการลงทุนต่างๆ รวมถึง ease of doing business ด้วย