“จับจริง” ห้ามเผา-ลดฝุ่น PM 2.5 ขอนแก่น 3 วันจับเผาที่โล่งแล้ว 11 คดี ด้านจังหวัดเลย เปิดปฎิบัติการ“เคาะประตูไร่” ห้ามเผาไร่อ้อย รณรงค์ไถกลบเพื่อลดฝุ่น

“จับจริง” ห้ามเผา-ลดฝุ่น PM 2.5 ขอนแก่น 3 วันจับเผาที่โล่งแล้ว 11 คดี ด้านจังหวัดเลย เปิดปฎิบัติการ“เคาะประตูไร่” ห้ามเผาไร่อ้อย รณรงค์ไถกลบเพื่อลดฝุ่น

กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ(บกปภ.ช) ได้รับรายงานว่า ตามที่กระทรวงมหาดไทย ได้มีมาตรการในการแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 โดยสั่งการให้ทุกจังหวัดดำเนินมาตรการควบคุมไม่ให้เกิดการเผาในที่โล่ง หากพบการกระทำความผิดให้ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายตามอำนาจหน้าที่โดยเด็ดขาดนั้น

จังหวัดขอนแก่น ได้รายงานผลการจับกุมการกระทำความผิดเกี่ยวกับการลักลอบเผาในที่โล่ง ในช่วงวันที่ 26 -29 มกราคม 2568 จำนวน 11 คดี ในพื้นที่อำเภอเมืองขอนแก่น กระนวน พล บ้านฝาง มัญจาคีรี สีชมพู  ชุมแพ และอำเภอน้ำพอง โดยส่วนใหญ่เป็นการเผาหญ้าข้างทาง เผากองฟางลามทุ่ง เผาหญ้า ขยะและวัสดุเกษตร รวมทั้งเผาไร่อ้อยมีพื้นที่เสียหายเป็นวงกว้าง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ได้ดำเนินการตั้งข้อหา เผาหรือกระทำการใดๆภายในระยะทาง 500 เมตรจากทางเดินรถ เป็นเหตุเกิดควันหรือสิ่งอื่นใดอันเป็นลักษณะที่อาจทำให้ไม่ปลอดภัยแก่การจราจรในทางเดินรถ หรือ กระทำด้วยการประการใดๆ(ก่อให้เกิดฝุ่นควัน) ต่อผู้อื่น ทำให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ หรือ  เผาหญ้า ขยะ และวัสดุทางการเกษตรในพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาต กระทำการให้เกิดเพลิงไหม้แก่วัตถุใดๆ ในที่ดินของตัวเองจนอาจเกิดอันตรายแก่ผู้อื่น หรือกระทำกิจการใดอันเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งผู้อำนวยการจังหวัด (ผู้ว่าราชการจังหวัด)  เผาไร่ วัชพืชในที่ทำกินโดยไม่ขออนุญาต และพ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 เป็นต้น

ด้านจังหวัดเลย ภายใต้การอำนวยการของ นายชัยพจน์ จรูญพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย โดย นางสาวรัชนก ศรีหนูสุด นายอำเภอผาขาวได้มอบหมายให้ ฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอผาขาว เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ผาขาว ผู้ใหญ่บ้านฯ เจ้าหน้าที่ อส. เข้าดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณี ปรากฏสถานการณ์จุดความร้อน(hotspot) ในเขตพื้นที่อำเภอผาขาว จังหวัดเลย จำนวน 2 จุด 

โดยผลการตรวจสอบพบว่า เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2568 เวลา 20.30 น. สายตรวจสถานีตำรวจภูธรผาขาว พบการกระทำความผิดซึ่งหน้าเหตุเผาอ้อย โดยมีผู้กระทำความผิด 1 ราย ซึ่งเป็นเจ้าของไร่ ที่บริเวณบ้านหนองอีเปี้ย หมู่ที่ 2 ทางเข้าลานอ้อยพรสวรรค์ เนื้อที่ประมาณ 3 ไร่เศษ ที่ไร่ติดกับถนนทางการเกษตร โดยเจ้าของไร่ยอมรับว่าเผาใบอ้อยจริง และให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา พนักงานสอบสวนจึงส่งเรื่องให้เจ้าพนักงานท้องถิ่น (นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนป่าซาง) เพื่อดำเนินคดีและเปรียบเทียบปรับต่อไป  

นอกจากนี้ ยังพบแปลงอ้อยมีร่องรอยการเผา ในพื้นที่บ้านโนนภูทอง หมู่ที่ 2 ตำบลท่าช้างคล้อง เนื้อที่ประมาณ 5 ไร่ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าว เป็นพื้นที่รับผิดชอบ เขต สปก. เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบ ทราบว่าเจ้าของไร่เป็นผู้เผาใบอ้อย โดยได้ให้การยอมรับสารภาพ และยินยอมให้ทาง สภ.ผาขาว ดำเนินคดีและเปรียบเทียบปรับตามกฎหมาย

จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยนายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สั่งการให้นายศุภสิทธิ์ เอี่ยมเจริญ นายอำเภอนครหลวง และชุดเคลื่อนที่เร็วดำเนินการกับผู้ฝ่าฝืนประกาศจังหวัดฯในพื้นที่อำเภอนครหลวง ตามที่ได้รับแจ้งโดยเมื่อเวลา 13.00 น. ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ป่าหญ้าทิ้งร้าง บริเวณหมู่ 7 ต.บ่อโพง อ.นครหลวง ชุดเคลื่อนที่เร็วฝ่ายปกครองได้เข้าตรวจสอบ และแจ้ง อบต.บ่อโพง นำรถน้ำเข้าระงับเพลิงไหม้ในทันที และได้เชิญตัว นาง. บ. (นามสมมุติ) ซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุมาสอบสวนและได้นำตัวส่งสถานีตำรวจภูธรนครหลวงดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

“ผู้ว่าฯ เลย” ให้ทุกหน่วยงาน เร่งปฏิบัติการ “เคาะประตูไร่” 

นายชัยพจน์ จรูญพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในพื้นที่ ทั้ง 14 อำเภอ ปฏิบัติการ “เคาะประตูไร่” โดยให้อำเภอร่วมกับ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำคุ้ม กรรมการคุ้ม ดำเนินการ “เคาะประตูไร่” เพื่อตามข้อมูลของเกษตรจังหวัด และ ส.ป.ก. รายอำเภอ รายหมู่บ้าน และรายคุ้ม รวมถึงสร้างการรับรู้ และทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนและเกษตรกร ในการขอความร่วมมือห้ามเผาตามประกาศจังหวัด กรณีเศษวัสดุทางการเกษตร แก้ไขปัญหาโดยรณรงค์ไถกลบ “ห้ามเผา” หากฝ่าฝืนต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้ง พ.ร.บ. สาธารณสุข กฎหมายอาญา และขึ้นบัญชีตัดสิทธิ์ตามนโยบายภาคเกษตรด้วย

////////


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar