(27 ม.ค. 68) นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งที่ 4/2568 ในวันที่ 28 มกราคม 2568 เวลา 10.00 น. ที่ ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะมีข้อสั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเรื่องการแก้ไขปัญหาฝุ่น หมอกควัน และ PM2.5 เพิ่มเติมในแต่ละกระทรวงและจะมีการหารือกับรัฐมนตรีเพื่อรับทราบรายงานและข้อสรุป รวมทั้งแนวทางปฏิบัติของทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับปัญหาดังกล่าว
จากนั้นในวันที่ 29 มกราคม 2568 ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ได้เชิญคณะกรรมการชุดใหญ่ โดยมีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่ปรึกษา เข้าร่วมประชุม เพื่อกำหนดแนวทางเพิ่มเติมในการดำเนินการเพื่อลดความเสี่ยงจากฝุ่นควัน และรับฟังการเตรียมความพร้อมรับมือในสถานการณ์อื่น ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น รวมทั้งข้อเสนอแนะในการปฏิบัติงานที่ผ่านมา
• การประชุมจะเน้นประเมินข้อสั่งการที่ดำเนินการมาตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน และการกำหนดแนวทาง เพื่อสั่งการและรายงานผลการดำเนินงานในมิติต่าง ๆ โดยเฉพาะสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก จากกรมควบคุมมลพิษ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) กรมอุตุนิยมวิทยา
• ให้ความสำคัญในการบริหารจัดการไฟ ในพื้นที่ป่าของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมป่าไม้ และส่วนการบริหารจัดการไฟในพื้นที่เพาะปลูกทางการเกษตร ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รวมทั้งกระทรวงอุตสาหกรรม โดยจะรายงานผลการดำเนินงานและแนวทางแก้ไขปัญหาต่อไป
• การจัดการฝุ่นละอองในเขตเมือง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมอบหมายให้กรุงเทพมหานคร กรมการขนส่งทางบก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทยรายงานการดำเนินการและผลของการปฏิบัติ รวมไปถึงการยกระดับการปฏิบัติการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก
• ส่วนภูมิภาค คณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (กปภ.ช.) จะพิจารณาและดำเนินการแก้ปัญหาไฟป่าในจังหวัดที่มีการเผาป่าและหมอกควันสูง อาทิ จังหวัดลพบุรี ชัยภูมิ กาญจนบุรี นครสวรรค์ และนครราชสีมา และจังหวัดอื่น ๆ ส่วนจังหวัดที่มีผลสำเร็จในการแก้ปัญหา เช่น จังหวัดเชียงใหม่จะให้รายงานผลการปฏิบัติเพื่อเป็นต้นแบบในการแก้ไขต่อไป
มท.1 มอบนโยบายป้องกันไฟป่า-หมอกควัน
(27 ม.ค. 68) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด 17 จังหวัดภาคเหนือ พล.ต.ชายแดน กฤษสุวรรณ รองแม่ทัพภาคที่ 3 เดินทางลงพื้นที่สหกรณ์การเกษตรแม่แจ่ม จำกัด อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ พร้อมมอบนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าให้กับเจ้าหน้าที่ดับไฟป่า สิงห์ไฟ กรมการปกครอง เสือไฟ เหยี่ยวไฟ อาสาสมัครภาคประชาชน พร้อมพบปะผู้นำชุมชน เกษตรกร ประชาชนในพื้นที่และเยี่ยมชมการทำกิจกรรมทำปุ๋ย อาหารสัตว์ และเปลือกข้าวโพดอัดก้อน
นายอนุทิน กล่าวว่า ได้นำความห่วงใยของนายกรัฐมนตรี มายังพี่น้องประชาชนชาวแม่แจ่มและชาวเชียงใหม่ โดยนายกรัฐมนตรียืนยันจะให้การสนับสนุนการแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่ และ รมว.มหาดไทยในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ จะร่วมกับทุกภาคส่วนมุ่งมั่นแก้ไขปัญหาหมอกควัน ไฟป่า และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 โดยนายกรัฐมนตรีได้ติดตามการแก้ไขปัญหาอย่างใกล้ชิดเข้มงวดและเป็นกำลังใจให้ทุกฝ่าย
• ปัญหาหมอกควันโดยเฉพาะจากการเผาไหม้เศษซากพืชผลทางการเกษตรเป็นปัญหาระดับชาติที่ต้องร่วมกันแก้ไข ทั้งฝ่ายปกครอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานทุกภาคส่วน ฝ่ายความมั่นคง ทหาร ตำรวจ พี่น้องอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ต้องร่วมกันในปฏิบัติการป้องกันการเผา
• ปัญหาหมอกควันไม่ได้เกิดจากธรรมชาติ แต่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ ที่อาจจะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เพียงเพราะต้องการเร่งรีบให้เกิดผลผลิตจากการเกษตรให้เร็วเกิดรายได้จำนวนหนึ่งแต่กลับสร้างมลภาวะทางอากาศ ฝุ่นพิษ ควันพิษ กระทบต่อสุขภาพร่างกายของประชาชนเอง กระทบต่อการท่องเที่ยวทั้งในพื้นที่ภาคเหนือและทั่วประเทศ
• นายอำเภอต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด และร่วมกันระดมสรรพกำลังทุกภาคส่วน สิ่งสำคัญที่สุดอีกกลไกหนึ่งคือ กลไกกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะคือผู้ที่มีความสัมพันธ์กับชาวบ้านโดยตรง
• ต้องประกาศห้ามเผาในที่โล่ง ห้ามเผาอย่างเด็ดขาด ต้องช่วยกันหาวิธีการที่จะช่วยทำให้เกิดมลภาวะน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ด้วยการไถกลบฟางข้าวโพด
มท.1 ประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ
การประชุมเพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) เป็นการประชุมผ่านระบบ Video Conference ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ย้ำผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 17 จังหวัดภาคเหนือ ต้องใช้ความกล้าหาญและอำนาจที่มีอยู่ประกาศเป็นพื้นที่ “เขตห้ามเผา” ซึ่งประกาศเรียบร้อยแล้ว และต้องทำอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยผู้บริหารระดับสูงมีความตั้งใจที่จะให้การช่วยเหลือและสนับสนุนบทบาททุกท่านอย่างเข้มแข็ง ทั้งด้านงบประมาณ บุคลากร และด้านอื่น ๆ
สธ. เปิดศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์ฯ แล้ว 20 จังหวัด
(27 ม.ค. 68) นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ โฆษกกระทรวงสาธารณสุข แถลงแนวทางการดูแลสุขภาพจากสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ว่า มีการเปิดศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็กแล้ว 20 จังหวัด คาดการณ์ว่าช่วงวันที่ 31 มกราคม 2568 ค่าฝุ่นจะกลับมาเพิ่มขึ้นในระดับที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอีกครั้ง ทั้งในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก จึงขอให้ประชาชนตรวจสอบค่าฝุ่นทุกวันและปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ กระทรวงฯ ได้สำรองหน้ากากอนามัย ประกอบด้วย หน้ากากอนามัยใช้แล้วทิ้ง (Surgical Mask) 7.3 ล้านชิ้น อัตราการใช้ 3.3 ล้านชิ้น/เดือน มีกำลังการผลิต 10 ล้านชิ้น/เดือน และหน้ากากกรองอากาศ ชนิด N95 จำนวน 6 แสนชิ้น อัตราการใช้ 1.7 แสนชิ้น/เดือน มีกำลังการผลิต 2.4 แสนชิ้น/เดือน
ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้อย่างน้อย 2 เดือน
• ในพื้นที่สีส้มจะแจกให้กับผู้สูงอายุและกลุ่มเสี่ยงสูง ส่วนพื้นที่สีแดงจะแจกให้กับกลุ่มเสี่ยงที่เปราะบางและประชาชนผู้ที่เป็นกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่
• สามารถขอรับหน้ากากอนามัยได้ที่โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ ตั้งแต่วันที่ 28 มกราคม 2568 เป็นต้นไป