พณ. เดินหน้าร่วมมือขยายการค้า การลงทุนไทย-จีน เปิดสินค้าไทยหลายชนิด

(22 ม.ค. 68) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวเปิดงาน The 2025 Thailand - China Economic and Trade Cooperation Forum & The 3rd China International Supply Chain Expo Thailand Roadshow (CISCE) ที่จัดโดยสภาส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศแห่งชาติจีน และหอการค้าไทย–จีน ว่าไทยและจีนเป็นประเทศที่มีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นมาช้านาน รัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร มีนโยบายในการสนับสนุนส่งเสริมให้นักลงทุนมาลงทุนในประเทศไทย โดยได้มีการหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลดมาตรการต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุน การเดินทางมาไทยของสภาส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศแห่งชาติจีน เพื่อประชาสัมพันธ์การจัด CISCE ครั้งที่ 3 
•    จะเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการเชื่อมโยงการลงทุนและห่วงโซ่อุตสาหกรรมร่วมกัน โดย CISCE สามารถผลักดันการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมของประเทศในภูมิภาคเอเชียและเป็นเวทีสำคัญเวทีหนึ่งในการกำหนดแนวทางและภาพรวมของทิศทางการเปลี่ยนแปลงในภาคการผลิตและอุตสาหกรรม ผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในมิติต่าง 
•    การบริหารห่วงโซ่อุปทานอย่างชาญฉลาดจะช่วยให้เกิดการบริหารทรัพยากร ทุน เวลา และองค์ประกอบภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องเกิดประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติได้อย่างสูงสุด 
•    ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก ทั้งในส่วนของภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี รวมถึงภาคธุรกิจบริการ จึงพร้อมมีส่วนร่วมเสริมสร้างห่วงโซ่อุปทานในภาคการผลิตของโลก
    งานในครั้งนี้ ประกอบด้วยการกล่าวสุนทรพจน์จากผู้นำระดับสูง เช่น นายเหริน หงปิน ประธานสภาส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน นายเจียง เหว่ย อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายพาณิชย์) สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานคณะกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และมีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่าง บริษัทไชน่า อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็กซิบิชั่น เซ็นเตอร์ กรุ๊ป จำกัด กับ 6 หน่วยงานไทย เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในการจัดงาน CISCE 
“สุชาติ” ถกประธาน CCPIT หนุนเปิดตลาดโคมีชีวิต-ขายสินค้าผลไม้ GI 
              นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงการหารือกับนายเหริน หงปิน ประธานสภาส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (China Council for the Promotion of International trade – CCPIT) สาธารณรัฐประชาชนจีน ได้มีการหารือถึงการขยายความร่วมมือทางการค้าไทย-จีนให้ขยายตัวเพิ่มมากขึ้น โดยใช้โอกาสนี้ ขอให้ CCPIT สนับสนุนการผลักดันประเด็นข้อเสนอของฝ่ายไทยกับหน่วยงานภาครัฐของจีน เช่น การเปิดตลาดโคมีชีวิต การช่วยนำร่องประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตร โดยประธาน CCPIT แจ้งว่า ปัจจุบันชาวจีนนิยมบริโภคผลไม้ไทยเพิ่มมากขึ้น ดังจะเห็นจากตัวเลขการนำเข้าสินค้าผลไม้จากไทยที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นทุกปี เป็นผลจากข้อตกลงการค้าเสรี หรือ FTA ที่มีการเปิดตลาดยกเลิกภาษีนำเข้าผลไม้และลดขั้นตอนการนำเข้า ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกการค้าระหว่างกัน โดยเฉพาะสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ที่อยู่ระหว่างการยื่นขอจด GI ในจีน ได้แก่ ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ มะขามหวานเพชรบูรณ์ ส้มโอทับทิมสยามปากพนัง ทุเรียนปราจีน มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี และผลไม้ชนิดใหม่ อาทิ สละและอินทผาลัม ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาอนุญาตให้มีการนำเข้าไปยังกลุ่มผู้นำเข้า ผู้กระจายสินค้า หรือสมาคมการค้าที่เป็นพันธมิตรกับ CCPIT 
     นอกจากนี้ ฝ่ายจีนยังได้เชิญไทยเข้าร่วมเป็นประเทศแขกพิเศษหนึ่งในสองประเทศไปร่วมงาน 
The 3rd China International Supply Chain Expo ซึ่งจะจัดขึ้น ณ กรุงปักกิ่ง ในเดือนกรกฎาคม 2568 
ในขณะเดียวกันก็ได้หารือถึงการเจรจายกระดับความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน หรือ ASEAN-China Free Trade Agreement (ACFTA) ที่มีการเพิ่มขอบเขตความร่วมมือสาขาใหม่ ได้แก่ เศรษฐกิจดิจิทัล เศรษฐกิจสีเขียว การเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน การแข่งขันและการคุ้มครองผู้บริโภค และการสนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย โดยคาดว่าทั้งสองฝ่ายจะสามารถลงนามความตกลงฯ ได้ในการประชุมสุดยอดอาเซียน-จีน ครั้งที่ 28 ซึ่งจะจัดขึ้นภายในปีนี้ 
•    โดยได้เสนอ CCPIT พิจารณาแลกเปลี่ยนการสนับสนุนในการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าของแต่ละฝ่าย เช่น การสนับสนุนพื้นที่ฟรีสำหรับจัดแสดงนิทรรศการพิเศษ (Showcase) รวมถึงการจัดกิจกรรมประเภทอื่น ๆ ที่ CCPIT พิจารณาว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการขยายความร่วมมือทางการค้า เนื่องจากในปี 2568 เป็นวาระครบรอบ 50 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน  
•    ความร่วมมือด้านการลงทุน ได้แจ้งกับ CCPIT ว่ารัฐบาลไทยยินดีต้อนรับนักลงทุนจีน ที่ต้องการเข้ามาดำเนินธุรกิจในเขต (Eastern Economic Corridor) EEC โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ ยานยนต์ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ พลังงานสะอาด รวมถึงการเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ โดยไทยมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน แรงงานฝีมือ รวมถึงสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุน และมาตรการอำนวยความสะดวกซึ่งเอื้อต่อการใช้ชีวิตระยะยาวในประเทศไทยสำหรับนักลงทุนต่างชาติ รวมถึงอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะมาตรการ EV3.5
จีนยังเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของไทย
      ปัจจุบันจีนเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของไทย มีมูลค่าการค้าระหว่างกันที่สูงที่สุดกับไทยติดต่อกันถึง 11 ปี ตั้งแต่ปี 2556 จนถึงปัจจุบัน โดยในปี 2566 การค้ารวมมีมูลค่า 104,999.92 ล้านเหรียญสหรัฐ (3,650,890.18 ล้านบาท) ลดลงจากปีก่อน ร้อยละ 0.19
 


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar