(14 ม.ค. 68) นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ขณะนี้หลายพื้นที่ของประเทศไทยมีอากาศหนาวเย็นลง โดยเฉพาะบริเวณยอดดอยและยอดภูอาจมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด ทำให้ประชาชนมีความเสี่ยงได้รับผลกระทบทางสุขภาพจากภัยหนาว โดยมีพื้นที่เฝ้าระวังตามข้อมูลของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้แก่ ทุกจังหวัดของภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีพื้นที่ใดประกาศเป็นเขตประสบภัยหนาว แต่ได้ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและหน่วยงานสาธารณสุข ในพื้นที่เฝ้าระวังติดตามผลกระทบต่อสุขภาพ พร้อมทั้งแจ้งเตือนและสื่อสารถึงประชาชนในการดูแลป้องกันสุขภาพแล้ว โดยเฉพาะโรคและภัยสุขภาพที่เกิดจากภัยหนาว 4 กลุ่ม ดังนี้
1. โรคติดต่อระบบทางเดินหายใจ ได้แก่ โรคไข้หวัดใหญ่ และโรคปอดอักเสบ
2. โรคติดต่อทางเดินอาหารและน้ำ ได้แก่ โรคอุจจาระร่วง
3. โรคติดต่อที่สำคัญในช่วงฤดูหนาว ได้แก่ โรคหัด และโรคมือ เท้า ปาก
4. ภัยสุขภาพหรือการเสียชีวิตที่เกี่ยวเนื่องจากอากาศหนาวโดยไม่ทราบสาเหตุ ส่วนใหญ่เกิดจากภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน เนื่องจากไม่มีเครื่องนุ่งห่มหรือเครื่องห่มกันหนาวที่เพียงพอ และมีประวัติการดื่มสุราเป็นประจำ
“ในช่วงอากาศหนาว ประชาชนสามารถป้องกันตนเองได้ ด้วยการดูแลสุขภาพให้แข็งแรง ออกกำลังกายสม่ำเสมอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ปรุงสุก ดื่มน้ำสะอาด และดูแลอนามัยส่วนบุคคล หมั่นล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่หรือแอลกอฮอล์เจล ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น หากมีอาการไอจาม มีน้ำมูก ควรสวมหน้ากากอนามัยเพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อ และควรสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยเมื่อต้องอยู่ในสถานที่แออัดหรืออากาศถ่ายเทไม่สะดวก ซึ่งจะช่วยป้องกันได้ทั้งโรคติดต่อทางเดินหายใจและโรคโควิด 19 รวมทั้งดูแลความอบอุ่นของร่างกาย เตรียมเครื่องนุ่งห่มกันหนาวให้เพียงพอกับสภาพอากาศ และงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์”นพ.วีรวุฒิ กล่าว
เตือนภัย ดื่มสุราแก้หนาว เสี่ยงไฮโปเทอร์เมียถึงตาย
(15 ม.ค. 68) นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในช่วงฤดูหนาวของทุกปีพื้นที่ในเขตภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประชาชนบางกลุ่มนิยมดื่มสุราเพื่อคลายความหนาวเย็น โดยเชื่อว่าฤทธิ์ของสุราจะทำให้ร่างกายอบอุ่นขึ้น ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิด ส่งผลเสียต่อสุขภาพของผู้ดื่มเป็นอย่างมากและอันตรายถึงขั้นเสียชีวิต เพราะการดื่มสุราในระยะแรกนั้นจะส่งผลให้หลอดเลือดฝอยใต้ผิวหนังจะขยายตัวทำให้รู้สึกอบอุ่นขึ้นเพียงชั่วครู่ ร่างกายจะเริ่มระบายความร้อนมากขึ้นโดยไม่รู้ตัวทำให้อุณหภูมิของร่างกายลดลง นำไปสู่ความเสี่ยงเกิดภาวะไฮโปเทอร์เมีย หรือภาวะที่ร่างกายมีอุณหภูมิต่ำเกินไป ซึ่งส่งผลทำให้เกิดความเสียหายต่ออวัยวะในร่างกาย และในรายที่ดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก จะออกฤทธิ์กดประสาททำให้เกิดอาการง่วง ซึม และอาจหลับท่ามกลางอากาศหนาวเย็น ซึ่งจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้ การดื่มสุราเพื่อคลายหนาวไม่เพียงจะเป็นความเชื่อที่ไม่ถูกต้องแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพและความปลอดภัยของผู้ดื่มเป็นอย่างมาก
นางสาวศศิกานต์ แนะนำวิธีคลายหนาวด้วยการ สวมเสื้อผ้าหนา ๆ สวมถุงมือถุงเท้าและสวมหมวกให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และครบทั้ง 5 หมู่ เน้นผักและผลไม้ที่จะอุดมด้วยวิตามินป้องกันโรคหวัด ออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายอบอุ่น และดื่มน้ำอุ่นเพื่อให้ร่างกายอบอุ่นแทนการดื่มสุรา
อุตุฯ เผย เหนือ-อีสานตอนบน ยังสัมผัสอากาศหนาวได้ถึงปลายเดือนมกราคมนี้
วันที่ 16 - 18 มกราคม 2568 ประเทศไทยตอนบนมีอุณหภูมิลดลง 1-3 องศาเซลเซียส และมีลมแรงบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนภาคอื่นๆ ลดลง 1-2 องศาเซลเซียส ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนยังมีปรากฏการณ์น้ำค้างแข็ง (ไม่ใช่หิมะ) ให้ได้สัมผัส ฤดูหนาวยังไม่สิ้นสุด ยังสามารถสัมผัสอากาศหนาวเย็นถึงหนาวได้ต่อเนื่องบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ถึงปลายเดือนมกราคม ขอให้ประชาชนระมัดระวังรักษาสุขภาพ ระวังอัคคีภัยเนื่องจากสภาพอากาศแห้งและลมแรง ส่วนในช่วงวันที่ 19 – 22 ม.ค. 68 ขอให้ระวังอันตรายจากการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกไว้ด้วย
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แนะนำ 5 เคล็ดลับ เตรียมตัวเดินทางและท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาว
ปภ. ขอแนะนำ 5 เคล็ดลับดี ๆ ที่จะช่วยให้ทุกคนสามารถเตรียมตัวเดินทางและท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาวได้อย่างไร้กังวล เต็มเปี่ยมไปด้วยความทรงจำที่น่าประทับใจและความปลอดภัยมากที่สุด
1. ศึกษาเส้นทางและสภาพภูมิอากาศก่อนออกเดินทาง : เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุในขณะ
เดินทาง และจัดเตรียมเครื่องกันหนาวได้เหมาะสมกับสภาพอากาศ
2. พกอุปกรณ์ฉุกเฉินติดตัว : เช่น ไฟฉาย แบตสำรอง และชุดปฐมพยาบาล เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับ
สถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น
3. ขับขี่รถยนต์ด้วยความระมัดระวัง : ใช้ความเร็วให้เหมาะสมกับเส้นทาง รวมถึงเพิ่มความระมัดระวังใน
การขับขี่มากเป็นพิเศษเมื่อต้องขับผ่านเส้นทางที่มีหมอกปกคลุม
4. กางเต็นท์พักแรมในบริเวณที่ปลอดภัย : หลีกเลี่ยงการกางเต็นท์ใกล้ธารน้ำ หรือทางเดินของสัตว์เพื่อ
ความปลอดภัย
5. หลีกเลี่ยงการทำพฤติกรรมที่อาจก่อให้เกิดอันตราย : เช่น การดื่มสุราแก้หนาว การก่อกองไฟใกล้เต็นท์ที่พัก
หรือการถ่ายรูปในจุดเสี่ยงอันตราย
กระทรวงเกษตรฯ แนะผู้เลี้ยงระวังโรคปาก-เท้าเปื่อยในโค-กระบือ หากพบรีบแจ้งปศุสัตว์ในพื้นที่
นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เตือนภัยการระบาดของโรคปากและเท้าเปื่อยในโค กระบือช่วงฤดูหนาว ขอความร่วมมือสหกรณ์โคนม ศูนย์รับนม สหกรณ์โคเนื้อ สมาคม ผู้เลี้ยงโคเนื้อและกระบือ รวมทั้งเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ ร่วมเป็นเครือข่ายการเฝ้าระวัง ค้นหาโรคในสัตว์ พร้อมทั้ง ขอให้เข้มงวดด้านมาตรการความปลอดภัยทางชีวภาพ เข้มงวดในการควบคุมและกำจัดแมลงพาหะนำโรค ทำความสะอาดฆ่าเชื้อคอกสัตว์อย่างสม่ำเสมอ เน้นย้ำให้เกษตรกรป้องกันการนำโรคเข้าฟาร์ม งดการนำเข้าสัตว์จากพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคระบาดเป็นเวลาอย่างน้อย 1 เดือน หรือจนกว่าสถานการณ์การระบาดของโรคสงบ หากพบสัตว์แสดงอาการป่วยหรือตายผิดปกติโดยไม่ทราบสาเหตุให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ อาสาปศุสัตว์ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ในพื้นที่ หรือ ผ่านทาง Application DLD 4.0 หรือโทรศัพท์สายด่วน 063-225-6888 เพื่อให้การช่วยเหลือเกษตรกรได้อย่างทันท่วงที