นายกฯ ขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์สาขาอาหาร “Soft Power Food” กับการพัฒนาประเทศไทย

(12 ก.ย. 67) นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภาโดยมีเรื่อง การยกระดับทักษะและปลดล็อกศักยภาพของคนไทยเพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ โดยรัฐบาลจะสนับสนุนการสร้าง Soft Power ของประเทศ ให้ความสำคัญ มุ่งมั่นในการผลักดันและพร้อมทำให้ซอฟต์พาวเวอร์กลายเป็นแม่เหล็กที่ดึงดูดคนทั่วโลกให้เข้ามาเที่ยว มาทำงาน และมาใช้ชีวิตในเมืองไทย ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นปลายทางของคนทั่วโลก โดยมีเป้าหมายขับเคลื่อนโครงการ และแผนงานต่าง ๆ เพื่อผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ด้านต่าง ๆ ของไทย หนึ่งในนั้น คือ ด้านอุตสาหกรรมอาหาร เนื่องจากอาหารไทย เป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ที่ทรงพลังที่สุด เพราะเป็นตัวแทนของวัฒนธรรม วิถีชีวิต และความคิดสร้างสรรค์ของคนไทย

นายกฯ เปิดงาน “Soft Power Food กับการพัฒนาประเทศไทย” สร้างเชฟอาหารไทย เป็นทูตวัฒนธรรม
    (19 ธ.ค. 67) นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์สาขาอาหาร และกล่าวปาฐกถาในหัวข้อ “Soft Power Food กับการพัฒนาของประเทศไทย”โดย นายกรัฐมนตรีรับฟังภาพรวมแนวทางการขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศไทย จากนายแพทย์
สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ประธานคณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม รายงานแนวทางการขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ด้านอาหารว่า รัฐบาลตระหนักถึงความสำคัญของซอฟต์พาวเวอร์ในฐานะเครื่องมือที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านนโยบายหนึ่งครอบครัวหนึ่งซอฟต์พาวเวอร์ (One Family One Soft Power : OFOS) ด้วยการขับเคลื่อนนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ 14 สาขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารไทย เป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ที่ทรงพลังที่สุด เพราะเป็นตัวแทนของวัฒนธรรม วิถีชีวิต และความคิดสร้างสรรค์ 
ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรม ได้ผลักดันโครงการดังกล่าวและมีเป้าหมายสร้างงานและอาชีพกว่า 75,000 ตำแหน่ง เพิ่มรายได้ให้กับเศรษฐกิจของประเทศกว่า 3,500 ล้านบาท ซึ่งภายในงานยังได้จัดให้มีการบูรณาการความร่วมมือระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรมกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย 8 หน่วยงาน เพื่อผลักดันซอฟต์พาวเวอร์อาหารไทยให้ก้าวไกลสู่ระดับโลก โดยเฉพาะในด้านการสร้างมาตรฐานคุณภาพอาหาร การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการสนับสนุนการส่งออกสินค้าอาหารไทย
ปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “Soft Power Food กับการพัฒนาประเทศไทย”
    โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดโครงการและปาฐกถาในหัวข้อ “Soft Power Food กับการพัฒนาประเทศไทยว่า วันนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการยกระดับอุตสาหกรรมอาหารของประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักดีทั่วโลก จึงต้องการจะยกระดับอุตสาหกรรมดังกล่าวให้มีหลักเกณฑ์ สามารถให้คนทุกพื้นที่พัฒนาตนเองได้อย่างเป็นระเบียบ จากโครงการ 1 หมู่บ้าน 1 เชฟอาหารไทย สามารถพัฒนาศักยภาพของประชาชนที่มีความสามารถในด้านการทำอาหารให้มีโอกาสเรียนรู้เป็นเชฟมืออาชีพ ผ่านการเข้าอบรมหลักสูตรต่าง ๆ โดยหวังให้เชฟทุกคนที่เข้าอบรม จะนำความรู้ไปเผยแพร่รสชาติของอาหารไทยในแบบที่เป็นต้นตำรับ 
ทั้งนี้ เชฟที่ผ่านหลักสูตรได้จัดรูปแบบอาหารไว้หลากหลาย ทั้งอาหารโบราณ อาหารชาววัง อาหารประจำถิ่นพื้นที่ แต่ละภาคมีรสชาติที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งเมื่อผ่านหลักสูตรเป็นเชฟอาหารไทยแล้ว จะได้รับการสนับสนุนให้ไปทำงานในต่างประเทศ หรือเปิดร้านอาหารไทยในต่างประเทศได้ นอกจากเป็นการสร้างงานสร้างรายได้ให้กับคนไทยแล้วยังเป็นการเผยแพร่วัฒนธรรมไปยังประเทศต่าง ๆ อีกด้วย
ตั้งเป้าส่งเสริมการพัฒนาอย่างต่อเนื่องทั้งระบบ ให้ไทยเป็นครัวของโลก
    นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการผลักดันอุตสาหกรรมด้านอาหารว่า นอกจากจะเริ่มทำ
เชฟอาหารไทย สิ่งที่ต้องทำต่อไปคือ การส่งออกอาหารไทย ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบ พืชผลทางการเกษตร จะต้องมีการพัฒนาเรื่องเทคโนโลยีไม่ว่าจะเป็นการแช่แข็ง การถนอมอาหาร เพื่อให้วัตถุดิบเหล่านั้นมีอายุนานขึ้น     โดยยังคงรสชาติให้เหมือนในวันแรกที่ทานในเมืองไทย ซึ่งจะเป็นการพัฒนาตั้งแต่บุคคลขยายไปจนถึงภาคอุตสาหกรรม อย่างต่อเนื่องแบบบูรณาการ เพื่อส่งออกคุณภาพอาหารและเชฟที่ดีให้ต่างชาติได้รับรู้ และให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางหรือเป็นครัวของโลก ประเทศไทยพร้อมที่จะเป็นความมั่นคงทางอาหารให้กับ
ทั่วโลก และที่สำคัญข้อดีของประเทศไทยที่ได้เปรียบคือพร้อมส่งออกตลอดทั้งปี ฉะนั้นการทำทุกอย่างเหล่านี้ เป็นการส่งเสริมอย่างต่อเนื่องทั้งระบบ และเป็นยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลมองเห็นว่าจะต้องผลักดันอย่างต่อเนื่องต่อไป
 


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar