กรมชลประทาน เร่งระบายน้ำต่อเนื่อง หลังฝนตกหนักน้ำท่วมภาคใต้หลายพื้นที่

วันที่ 15 ธันวาคม 2567 เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ตั้งแต่เวลา 15.00 น. 
วัดปริมาณฝนสูงสุด  24 ชั่วโมง ณ เวลา 03.00 น. ได้ที่ สถานีบ้านหนองบัว ต.ไชยมนตรี อ.เมืองนครศรีธรรมราช 
จ.นครศรีธรรมราช 392 มม. และฝนยังตกกระจายทั่วทั้งจังหวัดนครศรีธรรมราช ส่งผลให้มีน้ำท่วมในหลายพื้นที่

สถานการณ์ปัจจุบัน (พื้นที่รับผลกระทบ 12 อำเภอ และอยู่ระหว่างสำรวจเพิ่มเติม)    
            ลุ่มน้ำคลองท่าดี ระดับน้ำ สถานี X.203 (บ้านนาป่า) คลองท่าดี อ.เมืองฯ  จ.นครศรีธรรมราช ระดับน้ำ วันที่ 16 ธ.ค. 67 เวลา 03.00 น. ระดับ +10.94 ม.(รทก.) (ระดับตลิ่ง 10.50 ม.) สูงกว่าตลิ่ง 0.44 ม. และระดับน้ำ สถานี X.285 (คลองหน้าเมือง) คลองนครน้อย อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ระดับ +3.85 ม.(รทก.) (ระดับตลิ่ง +2.50 ม.)   
สูงกว่าตลิ่ง 1.35 ม. จากระดับน้ำดังกล่าว ส่งผลให้เกิดน้ำล้นตลิ่งท่วมพื้นที่ในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช
ลุ่มน้ำปากพนัง บริเวณคลองเสาธงที่สถานี X.167 ระดับน้ำวันที่ 16 ธ.ค. 67 เวลา 03.00 น. มีระดับ 11.82 ม. (ระดับตลิ่ง 11.80 ม.) สูงกว่าตลิ่ง 0.02 ม. ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังบริเวณ ต.ท้ายสำเภา อ.พระพรหม โดยคลองเสาธงเป็นหนึ่งในต้นน้ำของแม่น้ำปากพนังได้เกิดฝนตกหนักรวมถึงในพื้นที่อื่นๆ ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำปากพนังและคลองสาขาสูงขึ้นและบวกกับสภาวะน้ำทะเลหนุนสูงส่งผลกระทบต่อพื้นที่ลุ่มต่ำบริเวณสองฝั่งของแม่น้ำปากพนัง ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ ต.ปากพนังฝั่งตะวันตก เกาะทวด ชะเมา ป่าระกำ บางศาลา บางตะพง คลองน้อย หูล่อง คลองกระบือ ปากแพรก บ้านใหม่ อ.ปากพนัง ต.สวนหลวง ดอนตรอ เชียรเขา ทางพูน อ.เฉลิมพระเกียรติ ท้องลำเจียก 
เชียรใหญ่ ไสหมาก ท่าขนาน บ้านกลางของ อ.เชียรใหญ่
มีฝนตกหนักมากในช่วงเย็นวันที่ 15 ธ.ค. 67 ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ส่งผลให้มีน้ำท่วมในเขต
อำเภอสิชล ท่าศาลา นบพิตำ พรหมคีรี พิปูน ลานสกา และร่อนพิบูลย์  ปัจจุบันยังคงมีฝนตกกระจายในพื้นที่ 
การให้ความช่วยเหลือ 
โครงการชลประทานภายในเขตพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และได้เตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน ให้พร้อมเพื่อการช่วยเหลือได้ทันที ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ จำนวน 63 เครื่อง กระจายในอำเภอเมืองฯ ทุ่งสง ปากพนัง เชียรใหญ่ ชะอวด หัวไทร และท่าศาลา และติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ บริเวณอำเภอเมือง ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช จำนวน 19 เครื่อง 
กรมชลประทาน ได้เร่งระบายน้ำเมืองนครศรีธรรมราช เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด เช่น พื้นที่เพาะปลูกแปลงส้มโอทับทิมสยาม ซึ่งเป็นผลไม้เศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดนครศรีธรรมราช 
มีพื้นที่ปลูกส้มโอทับทิมสยาม 3,000 ไร่ ในพื้นที่ตำบลคลองน้อย อำเภอปากพนัง ได้สั่งการให้เร่งการระบายน้ำเพื่อพร่องน้ำออกจากพื้นที่ให้มากที่สุด การระบายน้ำผ่านประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ ในช่วงที่
น้ำทะเลหนุนสูง ให้ปิดบานประตูระบายน้ำและใช้เครื่องสูบน้ำที่ติดตั้งไว้สูบน้ำออกจากประตูระบายน้ำฉุกเฉิน ส่วนในช่วงที่น้ำทะเลลดลง ให้เปิดประตูระบายน้ำ เร่งการระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างเต็มศักยภาพ บริเวณคลองชักน้ำสาย 1 และสาย 2 ซึ่งเป็นคลองระบายน้ำสายหลักที่ใช้ในการระบายน้ำออกจากพื้นที่การเกษตร ของตำบลทรายขาว และตำบลข้างเคียง ในเขตอำเภอหัวไทร ได้สั่งการให้โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาปากพนังบน ติดตามสถานการณ์น้ำ และเร่งรัดการระบายน้ำออกจากพื้นที่ผ่านคลองชะอวด-แพรกเมืองโดยเร็วที่สุด กำหนดเป้าหมายไม่ให้เกิดสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่ นานเกินกว่า 5 วัน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและพื้นที่การเกษตร


โครงการชลประทานนครศรีธรรมราช แจ้งเตือนสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำตาปีตอนบน 
(16 ธ.ค. 67) โครงการชลประทานนครศรีธรรมราช ประกาศแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำตาปีตอนบน ฉบับที่ 1 ที่ผ่านมา โครงการชลประทานนครศรีธรรมราช ได้ดำเนินการระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำคลองกะทูนและ
อ่างเก็บน้ำคลองดินแดง มาตั้งแต่เดือนกันยายน 2567 เพื่อเตรียมพื้นที่ว่างในอ่างไว้รองรับปริมาณฝนที่จะตกหนักในพื้นที่ แต่จากข้อมูลการคาดการณ์ปริมาณฝนที่จะตกในพื้นที่ และปริมาณน้ำที่จะไหลล้นอาคารระบายน้ำล้นของ
อ่างเก็บน้ำ จะมีผลทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำตาปีเพิ่มขึ้น เกิดน้ำล้นตลิ่งและท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ ในแนวที่แม่น้ำตาปี
ไหลผ่าน ในเขตอำเภอพิปูน ฉวาง ทุ่งใหญ่ และ ถ้ำพรรณรา จ.นครศรีธรรมราช ขอให้เตรียมการรับสถานการณ์อุทกภัย ที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่

กรมทรัพยากรน้ำ แจ้งเตือนภัยวิกฤติ
(16 ธ.ค. 67) เวลา 05.30 น. กรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) แจ้งข้อมูลการเตือนภัย 
    เตือนภัยวิกฤติ (สีแดง) บ้านหนองบัว ตำบลไชยมนตรี อำเภอเมืองฯ จังหวัดนครศรีธรรมราช ปริมาณฝนสะสม 12 ชม 389.5 มม. ฝนสะสม 15 นาที 0.5 มม. ระดับน้ำคลองท่าดี/นาป่า ณ สะพานหนองบัว วัดได้ 5.04 ม. ระดับวิกฤต 3.0 ม. แจ้งเตือนพื้นที่ลุ่มต่ำ เฝ้าระวังท้ายน้ำ และ พื้นที่ อ.เมืองนครศรีธรรมราช แนวโน้มระดับน้ำเพิ่มขึ้น และฝนยังคงตกต่อเนื่อง 
เตือนภัยวิกฤติ (สีแดง) บ้านม่วงลีบ ต.คลองสระ อ.กาญจนดิษฐ์ ปริมาณฝนสะสม 12 ชั่วโมง 172 มม. ปริมาณฝนสะสม 15 นาที 5.0 มม. บ้านสวนปราง ต.คลองสระ อ.กาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ปริมาณฝนสะสม 12 ชั่วโมง 154.0 มม. ปริมาณฝนสะสม 15 นาที 4.0 มม. บ้านเชี่ยวขวัญ ต.ตะกุกเหนือ อ.วิภาวดี ปริมาณฝนสะสม 12 ชั่วโมง 146.5 มม. ปริมาณฝนสะสม 15 นาที 2.0 มม. 

สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้
(16 ธ.ค. 67) เวลา 06.00 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานสถานการณปัจจุบันมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ จ.ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และ พัทลุง จำนวน 47 อำเภอ 274 ตำบล 1,998 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 128,035 ครัวเรือน
1) จ.ชุมพร เกิดอุทกภัยในพื้นที่ 8 อำเภอ 62 ตำบล 530 หมู่บ้าน ได้แก่ อ.ปะทิว เมืองฯ สวี ทุ่งตะโก หลังสวน ละแม พะโต๊ะ และ ท่าแซะ ประชาชนได้รับผลกระทบ 11,200 ครัวเรือน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้เสียชีวิต หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าสำรวจความเสียหาย และให้การช่วยเหลือ ปัจจุบันได้เปิดศูนย์พักพิงชั่วคราว/จุดอพยพ 1 แห่ง (อ.สวี จำนวน 41 คน) ปัจจุบันคลองหลังสวน ระดับน้ำลดลง
2) จ.ระนอง เกิดฝนตกหนักน้ำไหลหลากเข้าท่วมและมีดินสไลด์ในพื้นที่ 3 อำเภอ 12 ตำบล 42 หมู่บ้าน ได้แก่ อ.กระบุรี ละอุ่น เมืองฯ ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,070 ครัวเรือน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิต หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าสำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว ปัจจุบันคลองญวน ระดับน้ำลดลง
3) จ.สุราษฎร์ธานี เกิดฝนตกหนักทำให้น้ำไหลหลากเข้าท่วมในพื้นที่ 9 อำเภอ 42 ตำบล 240 หมู่บ้าน ได้แก่ อ.ท่าชนะ ไชยา ท่าฉาง เมืองฯ กาญจนดิษฐ์ ดอนสัก บ้านนาสาร เกาะพงัน และ เกาะสมุย ประชาชนได้รับผลกระทบ 3,804 ครัวเรือน วันที่ 15 ธ.ค. 67 เวลา 04.00 น. เกิดเหตุดินสไลด์ทับที่พักคนงานในพื้นที่ ซอยหิมะทอง ม.1 ต.มะเร็ตอ.เกาะสมุย ลักษณะเป็นเพิงพัก สังกะสีเรือนแถวได้รับความเสียหาย จำนวน 6 ห้อง มีผู้เสียชีวิต 2 ราย (ชายสัญชาติพม่า) และวันที่ 16 ธ.ค.67 เวลา 04.39 น. 
เกิดเหตุดินโคลนถล่มทับบ้านเรือน ในพื้นที่ ต.วัดประดู่ อ.เมืองฯ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย (ชาย) 
มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย (ชาย) หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าสำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือ (ปริมาณฝนสูงสุด อ.เคียนชา 206.5 มม. ข้อมูล สสน. ฝนสะสม 24 ชม.) ปัจจุบันแม่น้ำตาปีระดับน้ำเพิ่มขึ้น
4) จ.นครศรีธรรมราช เกิดอุทกภัยในพื้นที่ 21 อำเภอ 130 ตำบล 1,056 หมู่บ้าน ได้แก่ อ.ขนอม สิชล 
นบพิตำ ท่าศาลา พิปูน พรหมคีรี ฉวาง เมืองฯ ลานสกา ช้างกลาง พระพรหม ปากพนัง นาบอน ร่อนพิบูลย์ 
เฉลิมพระเกียรติ ทุ่งสง เชียรใหญ่ จุฬาภรณ์ หัวไทร บางขัน และ ชะอวด ประชาชนได้รับผลกระทบ 107,937 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 3 ราย (ชาย) หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าสำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือ ปัจจุบันได้เปิดศูนย์พักพิงชั่วคราว/จุดอพยพ 2 แห่ง (อ.พรหมคีรี จำนวน 90 คน) ประกาศเขตฯ พื้นที่การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (อุทกภัย) 13 อำเภอ (นาบอน เชียรใหญ่ ทุ่งสง เมืองฯ จุฬาภรณ์ สิชล ชะอวด เฉลิมพระเกียรติพระพรหม ร่อนพิบูลย์ พรหมคีรี บางขัน พิปูน) 52 ตำบล 315 หมู่บ้าน/ชุมชน (ปริมาณฝนสูงสุด อ.เมืองฯ 393.0 มม. ข้อมูล สสน. ฝน 24 ชม.) ปัจจุบันคลองท่าดีระดับน้ำเพิ่มขึ้น
5) จ.พัทลุง เกิดอุทกภัยในพื้นที่ 6 อำเภอ 28 ตำบล 130 หมู่บ้าน ได้แก่ อ.ควนขนุน ศรีบรรพต 
เมืองฯ ศรีนรินทร์ เขาชัยสน กงหรา ประชาชนได้รับผลกระทบ 4,024 ครัวเรือน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าสำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือ ปัจจุบันคลองนาท่อม ระดับน้ำลดลง

กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนภาคใต้ฝนตกหนักถึงหนักมาก ถึง 16 ธันวาคม 2567
(16 ธ.ค. 67) เวลา 05.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย ฉบับที่ 14 (341/2567) มีผลกระทบจนถึงวันที่ 16 ธันวาคม 2567 เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมภาคใต้ตอนล่างและประเทศมาเลเซีย ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมาก จังหวัดที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากมีดังนี้
วันที่ 16 ธันวาคม 2567 
ภาคใต้: จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา กระบี่ ตรัง และสตูล
ขอให้ประชาชนภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง มีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

“พิพัฒน์” ปักหมุด ซ่อมอุปกรณ์ไฟฟ้า เครื่องมือทำงาน ฟรี 19 อำเภอ นครศรีธรรมราช
(15 ธ.ค. 67) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยได้ปล่อยแถวขบวนรถคาราวาน “กระทรวงแรงงาน ร่วมกับ จังหวัดนครศรีธรรมราช จัดงานสร้างสุข - ซ่อมฟรี ฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยหลังน้ำลด ภายใต้โครงการ “สร้างสุข ฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยหลังน้ำลด จังหวัดนครศรีธรรมราช” ส่งช่างซ่อมของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานร่วมกับเครือข่ายพัฒนาฝีมือแรงงาน เช่น 
ผู้ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน ผู้รับการฝึกอบรม ร่วมให้บริการซ่อมอุปกรณ์ไฟฟ้า รถจักรยานยนต์ เครื่องจักรการเกษตรขนาดเล็ก ตรวจสภาพความปลอดภัยของไฟฟ้าภายในบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหาย
ใน 19 อำเภอของจังหวัดนครศรีธรรมราช ตลอดเดือนธันวาคมนี้ เพื่อช่วยเหลือประชาชน 
โดยการออกหน่วยบริการเคลื่อนที่ให้บริการฟรี ซ่อมอุปกรณ์ไฟฟ้า อุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ และรถจักรยานยนต์ จำนวน 19 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอทุ่งสง เมืองนครศรีธรรมราช จุฬาภรณ์ เชียรใหญ่ สิชล ชะอวด เฉลิมพระเกียรติ พระพรหม ร่อนพิบูลย์ พรหมคีรี ปากพนัง หัวไทร นบพิตำ พิปูน นาบอน บางขัน ฉวาง ขนอม และท่าศาลา รวม 104 ตำบล 735 หมู่บ้าน 34 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบทั้งหมด จำนวน 76,851 ครัวเรือน ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 13 อำเภอ และยังมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ จำนวน 6 อำเภอ
 ซึ่งนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย จึงได้กำชับให้กระทรวงแรงงานบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนตามมาตรการให้ความช่วยเหลือประชาชนจนถึงระยะฟื้นฟูหลังน้ำลด นอกจากนี้ กระทรวงแรงงาน ยังมีมาตรการให้ความช่วยเหลืออื่น ๆ ได้แก่ การลดอัตราเงินสมทบและขยายระยะเวลาการส่งเงินสมทบแก่ลูกจ้างผู้ประกันตนลูกจ้างผู้ประกันตนที่สถานประกอบกิจการถูกน้ำท่วมทำให้ต้องหยุดงานไม่สามารถไปทำงานได้ สามารถยื่นขอรับสิทธิประโยชน์กรณีว่างงานจากเหตุสุดวิสัย การขึ้นทะเบียนประกันการว่างงาน ผ่านระบบออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์กรมการจัดหางาน กรณีที่อยู่อาศัยของลูกจ้างได้รับผลกระทบเป็นเหตุให้ไปทำงานไม่ได้หรือเข้าทำงานสาย ขอความร่วมมือนายจ้างให้ลูกจ้างหยุดงานโดยไม่ถือเป็นวันลา 
 


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar