ปัจจุบัน มิจฉาชีพมักใช้กลลวงในการเปิดเพจบนโลกออนไลน์ แสร้งเป็นหน่วยงานภาครัฐ และอ้างว่าสามารถช่วยเหลือเหยื่อที่ถูกหลอกลวงบนโลกออนไลน์ได้ โดยหลายเพจมักจะแปะรูปบุคคลสำคัญของหน่วยงานภาครัฐที่น่าเชื่อถือ พร้อมกับข้อความชวนเชื่อที่ว่า "เผยวิธีการเอาเงินคือจากมิจฉาชีพ" และมีการยิงโฆษณาบน Facebook เป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจทำให้ประชาชนหลงเชื่อและถูกหลอกลวงซ้ำอีกครั้ง
พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์เป็นนโยบายเร่งด่วนของนายกรัฐมนตรีที่สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาดังกล่าว
โดยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้ขับเคลื่อนสั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ป้องกันและปรามปรามมิจฉาชีพทางออนไลน์ในทุกมิติ สำหรับการดำเนินการกับเว็บไซต์ แพลตฟอร์มออนไลน์ และสื่อออนไลน์ ที่มีการกระทำผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (1)(2)(3)(4) จะมีการดำเนินการ ดังนี้
1. ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด
2. ระงับการทำให้แพร่หลายจากผู้ให้บริการในไทย
3. ปิดกั้นเนื้อหาจากแหล่งเผยแพร่ โดยจะต้องตรวจสอบขอข้อมูลผู้ใช้บริการที่กระทำผิดกับแพลตฟอร์มเพื่อดำเนินคดี ในขณะเดียวกัน จะทำการระงับการทำให้แพร่หลาย หรือปิดกั้นเพื่อป้องกันมิให้เกิดความเสียหายกับประชาชนรายอื่น
โดย การดำเนินคดีที่ผ่านมาอาจมีปัญหาอุปสรรคในการได้รับข้อมูลผู้ใช้ หรือผู้กระทำผิดจากผู้ให้บริการที่อยู่ในต่างประเทศ ซึ่งการปิดกั้นเนื้อหา มีแพลตฟอร์ม เช่น Facebook เป็นบริษัทที่อยู่ต่างประเทศ ได้ขอปิดกั้นเพจที่มีลักษณะความผิดในการปลอมเป็นหน่วยงานราชการหรือองค์กร ปลอมเป็นบุคคลสำคัญหรือบุคคลอื่น หลอกขายสินค้า ปลอมเป็นภาคธุรกิจ/บริษัทเอกชนชวนลงทุน สินค้าผิดกฎหมาย ปลอมเป็นรับแจ้งความออนไลน์ และหลอกลงทุน บริการ เงินกู้นอกระบบ โดยมีช่องทางให้มีการปิดกั้นจากเจ้าหน้าที่ของไทยได้โดยตรง แต่พบว่ามีความล่าช้าและขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแพลตฟอร์มเอง ไม่สามารถบังคับได้
ตร. เปิดช่องทางรับแจ้งข้อมูล เว็บไซต์ผิดกฎหมาย ปิดเพจที่แอบอ้างเป็นหน่วยงานรัฐแล้ว 4,838 URL
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ได้เปิดช่องทางให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยงานต่าง ๆ สามารถส่งข้อมูลเว็บไซต์ผิดกฎหมาย เว็บพนัน และเพจเฟซบุ๊กที่มีลักษณะฉ้อโกงผิดกฎหมาย ผ่านระบบ Anti - Fraud Centre CCIB (AFC) เพื่อดำเนินการในทุกวัน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ดำเนินการปราบปรามการกระทำผิดดังกล่าวอย่างต่อเนื่องทุกวัน โดยห้วงเดือนตุลาคม 2567 ได้ตรวจพบและปิดกันแล้ว 3,762 URL และห้วงวันที่ 1-19 พ.ย.67 การปิดเพจและโฆษณาจากเฟซบุ๊กที่มิจฉาชีพสร้าง รวมถึงยิงโฆษณาหลอกลวงประชาชน โดยแอบอ้างเป็นหน่วยงานรัฐ (นำโลโก้มาใช้โดยไม่มีการแก้ไขดัดแปลง) ตรวจพบและส่งปิดกั้นแล้ว 4,838 URL และยังมีลักษณะการแอบอ้างอีกส่วนหนึ่งก็คือ การนำโลโก้ของหน่วยงานรัฐมาดัดแปลง หรือตั้งชื่อให้มีลักษณะคล้ายคลึง ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ไม่มีอยู่จริง ได้ตรวจพบและส่งปิดกั้นแล้ว 2,813 URL
นอกจากนี้ ยังมีการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ และเตือนภัยอาชญากรรมออนไลน์ และเพจปลอมต่าง ๆ ให้พี่น้องประชาชนทราบ เข้าถึงข้อมูลและรู้ทันภัยอาชญากรรมออนไลน์ที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา โดยถือเป็นมาตรการในการป้องกันเชิงรุกสร้างความรู้ให้กับประชาชน
ความคืบหน้าในการดำเนินงานร่วมกับ Platform เมต้า (Meta)
โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวความร่วมมือในการดำเนินงานร่วมกับ Platform เมต้า (Meta) ว่า เนื่องจากบริษัท Meta ของประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นเจ้าของ Platform meta และ Instagram การดำเนินการต่าง ๆ จะต้องอยู่ภายใต้กรอบความร่วมมือระหว่างประเทศ และบริษัทฯ มีนโยบายด้านความปลอดภัยของตนเอง ดังนั้น การขอความร่วมมือในการหยุดเพจปลอม เพจอ้างตัวเป็นส่วนราชการ จะต้องกระทำภายใต้เงื่อนไขของบริษัทฯ
การกระทำความผิดที่สามารถส่งข้อมูลเพื่อปิดเพจ Facebook ผ่านระบบ Law Enforcement Online Requests ของบริษัท Meta ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้นั้น จะต้องมีเนื้อหาที่เข้าเงื่อนไขการกระทำความผิด ดังนี้
1) หลอกลวง/ฉ้อโกง
2) ข้อความ Spam
3) สินค้า/สิ่งของผิดกฎหมาย
4) รูปภาพ/วิดีโอโป๊เปลือยหรือเนื้อหาลามกอนาจาร
5) เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการล่วงละเมิดทางเพศเด็กหรือทารุณกรรมเด็ก
6) มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับความรุนแรง
7) เนื้อหาเกี่ยวกับการอัตวินิบาตกรรมหรือการทำร้ายตัวเอง
8) มีเนื้อหาแสดงความเกลียดชังต่อชนชาติ ศาสนาหรือบุคคลกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
9) การรังแกและล่วงละเมิด และ
10) แอบอ้างเป็นบุคคลอื่น
ซึ่ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว และได้ประชุมหารือกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มในต่างประเทศมาโดยตลอด เพื่อให้มีมาตรการในการคุ้มครองผู้ใช้ในประเทศไทยจาก
การหลอกลวงหรือทุจริต และได้จัดทำระบบการปิดกั้นสื่อออนไลน์ รองรับการรายงานการกระทำผิดกฎหมายผ่านสื่อออนไลน์ Anti - Fraud Centre CCIB (AFC) ให้พนักงานเจ้าหน้าที่พนักงานสอบสวนทั่วประเทศดำเนินการแจ้งข้อมูล URLs ในระบบได้
ระบบ AFC Report system เครื่องมือสำคัญในการปราบปรามเว็บไซต์ปลอม
สำหรับระบบ Anti - Fraud Centre CCIB (AFC) (AFC Report system) เป็นระบบรับรายงานสื่อออนไลน์ที่ผู้ใช้งานสามารถนำเข้าข้อมูลด้วยรายละเอียดของสื่อออนไลน์ เช่น เอกลักษณ์ (ID, URLs, IP, Account name) ความผิดที่แบ่งตามประเภท รูปภาพ เวลา การรายงาน ชื่อ – ตำแหน่ง - สถานะผู้รายงาน เพื่อประมวลผลและจัดเก็บในระบบฐานข้อมูล แสดงในรูปแบบตาราง กราฟ และนำออกด้วยไฟล์ข้อมูล
มีระบบช่วยเหลือการสืบค้น สามารถเลือกโดยระบุรายละเอียดการนำข้อมูลออกเพื่อใช้ประกอบการรายงานเพื่อปิดกั้นไปยังหน่วยที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยระบบจะให้เจ้าหน้าที่สืบสวน พนักงานสอบสวน เมื่อตรวจพบหรือรับรายงานเว็บไซต์เกี่ยวกับความผิด เจ้าหน้าที่จะต้องรายงานเข้ามาในระบบ AFC หากพบว่าเป็นการกระทำผิดผ่าน Facebook ก็จะนำข้อมูลเข้าคณะกรรมการพิจารณาฯ คัดกรองอีกครั้งหนึ่ง หากพบว่าเข้าเงื่อนไขที่จะปิดกั้น Facebook เพจต่าง ๆ เจ้าหน้าที่ผู้ประสานงานก็จะส่งข้อมูลตรงไปให้บริษัท Meta เพื่อขอปิดกั้นเพจนั้น ๆ ต่อไป
โดยระบบ AFC Report system ถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติสามารถรับข้อมูลการกระทำผิดทั่วประเทศ ผ่านการรายงานของพนักงานสอบสวน แล้วนำข้อมูลพิจารณาเพื่อส่งต่อไปยังบริษัท Meta ปิดกั้นเพจ ได้รวดเร็วมาก ทันท่วงทีต่อสถานการณ์ และมีข้อมูลเป็นระบบมากยิ่งขึ้น
ล่าสุดสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีการประชุมกับบริษัท Meta ขอความร่วมมือในการหยุดยั้งเพจปลอมที่ยิงโฆษณา โดยใช้ระบบ AI ตรวจจับข้อความที่เพจใช้เพื่อชักชวนหลอกให้ลงทุน หรือภาพของผู้มีชื่อเสียง เช่น นักลงทุน หรือบุคคลในแวดวงการลงทุน หรือตรวจจับโลโก้ของหน่วยงานรัฐ เอกชน ที่ถูกนำมาใช้ รวมถึงพฤติกรรมการใช้งาน เช่น หมายเลขไอพีแอดเดรส ที่อาจจะมาจากหลากหลายสถานที่ และวีซ่าที่แก๊งคนร้ายใช้จ่ายในการยิงโฆษณา เป็นต้น