(20 พ.ย. 67) นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง แถลงว่า กระทรวงการคลังมีนโยบายเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการที่ดินภาครัฐ ในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ทำกินของประชาชน จึงมอบหมายให้กรมธนารักษ์ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีภารกิจหน้าที่ปกครองดูแลที่ราชพัสดุ นำที่ราชพัสดุซึ่งอยู่ในความครอบครองของส่วนราชการต่าง ๆ ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ในราชการมาสนับสนุนการดำเนินโครงการของรัฐบาลด้านที่อยู่อาศัยและที่ทำกินให้แก่ประชาชนที่ถือครองที่ราชพัสดุอยู่ก่อนวันที่ 4 ต.ค. 46 เช่าที่ราชพัสดุภายใต้โครงการ “ธนารักษ์เอื้อราษฎร์” สัญญาเช่าที่ดิน พลิกชีวิตประชาชน ตามนโยบายรัฐบาลในอัตราค่าเช่าผ่อนปรน และทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการสาธารณะขั้นพื้นฐานของรัฐ และแหล่งเงินทุน เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ท้องถิ่นมากขึ้นและลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม
กรมธนารักษ์จัดทำโครงการ “ธนารักษ์เอื้อราษฎร์” ด้วยการรับรองสิทธิการครอบครองโดยการจัดให้เช่าเพื่ออยู่อาศัยและทำกินของประชาชน
• ในปี พ.ศ. 2567 ดำเนินการมอบสัญญาเช่าไปแล้ว 12 พื้นที่ รวม 3,200 ราย เนื้อที่มากกว่า 11,587 ไร่ แบ่งเป็น เพื่ออยู่อาศัย 1,530 ราย เนื้อที่ประมาณ 499 ไร่ และเพื่อการเกษตร 1,670 ราย เนื้อที่ประมาณ 11,000 ไร่
• ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 กรมธนารักษ์มีเป้าหมายที่จะมอบสัญญาเช่าที่ราชพัสดุอย่างต่อเนื่องอีก 13 พื้นที่ ได้แก่ จ.หนองบัวลำภู นครสวรรค์ มุกดาหาร เพชรบูรณ์ อุดรธานี กาฬสินธุ์ สระบุรี เชียงราย ลำปาง นครราชสีมา กาญจนบุรี ราชบุรี และสุราษฎร์ธานี
• คาดว่าจะมีผู้ได้รับสิทธิการเช่าไม่น้อยกว่า 3,900 ราย โดยมีอัตราค่าเช่าผ่อนปรน ดังนี้
o เพื่ออยู่อาศัย หากไม่เกิน 100 ตารางวา คิดอัตราค่าเช่า 0.25 บาท/ตารางวา/เดือน
o หากเกิน 100 ตารางวา คิดอัตราค่าเช่า 0.50 บาท/ตารางวา/เดือน
o เพื่อประกอบการเกษตร เนื้อที่ไม่เกิน 50 ไร่ อัตราเช่า 20 บาท/ไร่/ปี
o หากเกิน 50 ไร่ อัตราเช่า 30 บาท/ไร่/ปี
ทั้งนี้ อัตราค่าเช่าเป็นไปตามสภาพทำเลและราคาประเมินรอบบัญชีที่บังคับใช้ ณ วันจัดให้เช่า
เปิดโครงการธนารักษ์เอื้อราษฎร์ฯ ปี 2567
(27 มิ.ย. 67) กระทรวงการคลัง โดยกรมธนารักษ์ได้เร่งดำเนินโครงการ “ธนารักษ์เอื้อราษฎร์” มอบสัญญาเช่าที่ดิน พลิกชีวิตประชาชน ซึ่งเป็นโครงการที่ต้องการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินให้แก่ประชาชน และต้องการบริหารจัดการที่ดินราชพัสดุให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยนำที่ดินราชพัสดุ ในความครอบครองของส่วนราชการ แต่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ถูกปล่อยให้รกร้างว่างเปล่า มาแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยให้แก่พี่น้องประชาชน เพื่อความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต ทำให้เข้าถึงด้านสาธารณูปโภค ระบบสาธารณูปการ และบริการสาธารณะของภาครัฐ โดยในปี 2567 มีแผนจัดสรร(เป้าหมายเดิม) ที่ราชพัสดุให้ประชาชนในพื้นที่ 9 จังหวัดกว่า 1,900 ราย พื้นที่กว่า 7,389 ไร่ ภายใน 6 เดือน
• ประกอบด้วย จ.นครราชสีมา 248 ไร่, เชียงราย 273 ไร่, เชียงใหม่ 281 ไร่, นครสวรรค์ 1,120 ไร่, นครพนม 661 ไร่, กาฬสินธุ์ 1,174 ไร่, ปัตตานี 29 ไร่, ราชบุรี 1,500 ไร่ และสุราษฎร์ธานี 2,100 ไร่ พร้อมทั้งได้ตั้งเป้าหมายให้กรมธนารักษ์ต้องจัดสรรที่ดินราชพัสดุให้ประชาชนรายย่อยไม่น้อยกว่า 2 พันรายต่อ 1 ปี
• สำหรับหลักเกณฑ์ของผู้ที่ได้รับสิทธิเช่าที่ดินตามโครงการนี้ จะต้องเป็นผู้ที่ครอบครองหรืออยู่อาศัยในที่ดินดังกล่าวมาก่อน (4 ต.ค. 46) และพิสูจน์ได้ว่าเป็นผู้มีบ้านอยู่อาศัยหรือทำการเกษตรบนที่ดินดังกล่าวจริง และห้ามปล่อยเช่า หรือขายช่วงสัญญาที่ดินให้ผู้อื่น โดยผลการดำเนินการของโครงการ “ธนารักษ์เอื้อราษฎร์” ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปัจจุบัน กรมธนารักษ์ได้มอบที่ดินให้ประชาชนแล้วเนื้อที่ 3.38 แสนไร่ จำนวน 1.34 แสนราย เหลือที่ต้องบริหารจัดการอีก 6 แสนไร่
โครงการดังกล่าวจะคิดค่าเช่าในอัตราที่ผ่อนปรน เป็นสัญญาเช่าครั้งละ 3 ปี เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนการเช่าของกรมที่ดินให้กับประชาชน แต่สามารถขอเป็นสัญญาเช่า 30 ปีได้ หากผู้เช่าประสงค์จะนำไปเป็นหลักประกันขอสินเชื่อกับสถาบันการเงิน