(16 ต.ค. 67) นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน Kick Off เปิดตัว “โครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจ” โดยมีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วยหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เข้าร่วมงาน
นายกรัฐมนตรี กล่าวเปิด “โครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส” บูรณาการหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนรายใหญ่ กว่า 130 ราย ช่วยลดรายจ่ายให้ผู้ประกอบการรายเล็ก และลดราคาสินค้าอุปโภคบริโภคให้แก่ประชาชน ต่อเนื่องตลอด 5 เดือนเต็ม รัฐบาลมุ่งมั่นที่จะบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ผ่านมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่าง ๆ โดยเฉพาะโครงการ “เงินหมื่น ฟื้นเศรษฐกิจ” ที่ได้เติมเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไปแล้วกว่า 145,000 ล้านบาท เป็นการสร้างพายุหมุนเศรษฐกิจลูกใหญ่ เป็นการต่อลมหายใจและเพิ่มกำลังซื้อให้กับพี่น้องประชาชน ทำให้หลายคนได้ตั้งตัวใหม่จากโครงการนี้
เน้นช่วยเหลือผู้ประกอบการรายเล็กระยะเวลา 5 เดือน
โครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจในรอบนี้จะเน้นผู้ประกอบการรายเล็ก ซึ่งมีถึง 95% ของผู้ประกอบการทั้งหมด เป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทย โครงการฯ มีระยะเวลาทั้งสิ้น 5 เดือน ดำเนินการไปแล้วตั้งแต่เดือนกันยายนไปจนถึงมกราคมปีหน้า
• ส่วนที่ 1 การลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการรายเล็ก
- การลดค่าเช่าร้านค้า /ค่าเช่าแผง ในพื้นที่หน่วยงานราชการและพื้นที่เอกชนที่เข้าร่วม เช่น ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และขอขอบคุณนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ที่สามารถขอความร่วมมือในการลดค่าเช่า ถึง 50% ใน 12 ตลาดใหญ่ ที่ กทม. รับผิดชอบ มีพ่อค้าแม่ค้าประมาณ 11,000 ราย ที่ได้ลดค่าเช่าถึงสิ้นปีนี้ รวมถึงพื้นที่ของกระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานราชการมีการยกเว้นค่าเช่าให้ผู้ประกอบการกว่า 3,000 ราย ค่าเช่าพื้นที่การขายถือเป็นต้นทุนสำคัญสำหรับผู้ประกอบการ
- การลดต้นทุนการลดค่าขนส่งสินค้า เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างไปรษณีย์ไทยกับหน่วยงานราชการ ให้ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการกับสภาเกษตรกรแห่งชาติ หอการค้าไทย และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ได้ลดค่าขนส่งสินค้า
• ส่วนที่ 2 การเพิ่มพื้นที่ค้าขายให้ผู้ประกอบการรายเล็ก
- การสนับสนุนพื้นที่จากหน่วยงานราชการ และพื้นที่ของเอกชน ให้ผู้ประกอบการรายเล็กมีช่องทางทำมาค้าขายเพิ่มขึ้น มีหลายหน่วยงานให้ความร่วมมือ เช่น กระทรวงกลาโหม ได้นำพื้นที่ค่ายทหารมาทำเป็นตลาดนัด กระทรวงมหาดไทย ในการใช้ลานหน้าศาลากลางจังหวัด รวมไปถึงมีการจัดตลาดพาณิชย์กว่า 1,300 ครั้ง ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย เป็นต้น
• ส่วนที่ 3 การลดค่าครองชีพให้ประชาชน
- ด้วยการจับมือผู้ผลิตและผู้ค้าส่งรายใหญ่เพื่อลดราคาสินค้าอุปโภคบริโภค และจัดงานมหกรรมลดราคาสินค้า โดยมีภาคเอกชนทั้งผู้ผลิตรายใหญ่ ห้างสรรพสินค้า ผู้ให้บริการในปั๊มน้ำมันและแพลตฟอร์มค้าขายออนไลน์รวม 130 ราย พร้อมจัดโปรโมชันสินค้าราคาพิเศษผ่านร้านค้าธงฟ้า ร้านค้าชุมชน และห้างท้องถิ่นกว่า 140,000 ร้านค้า และจัดมหกรรมลดราคาสินค้าในห้างค้าปลีก-ค้าส่ง ลดกระหน่ำทุกจังหวัดทั่วประเทศ
โครงการฯ กระตุ้นเศรษฐกิจกว่า 1.1 แสนล้าน
“รัฐบาลคาดการณ์ว่าจะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากถึง 110,000 ล้านบาท เป็นผลลัพธ์ของการผนึกกำลังกันอย่างเข้มแข็งของทุกฝ่าย เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ โดยภาครัฐเป็นผู้ขับเคลื่อนนโยบาย ส่วนภาคเอกชนมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการดำเนินงานให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม รัฐบาลยังจะทำงานอย่างมุ่งมั่นเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยให้กลับมาเดินหน้าได้อย่างเต็มกำลัง โดยมีแผนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว พร้อมทั้งฝากพี่น้องประชาชนติดตามการดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจอีกหลายนโยบายที่กำลังจะเกิดขึ้นอีกในอนาคต ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ให้การสนับสนุนโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจนี้ เราจะทำงานร่วมกันเพื่อให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างเข้มแข็ง และสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับคนไทยทุกคนไปด้วยกัน” นายกรัฐมนตรี กล่าว
รมว.พาณิชย์ระบุ เศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้น
นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า มีการลงทุนใหญ่ ๆ เข้ามาในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ปีที่แล้วมี PCB (แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์) เข้ามาถึง 150,000 ล้านบาท ปีนี้ (67) มีศูนย์ข้อมูล หรือ Data Center เข้ามาแล้วถึง 160,000 ล้านบาท ยังไม่รวม Google อีก 30,000 ล้านบาท และ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ UAE (United Arab Emirates) อีก 30,000 ล้านบาท รวมเป็นกว่า 200,000 ล้านบาท และมีเรื่อง Food Security (ความมั่นคงทางอาหาร) กับประเทศต่าง ๆ ซึ่งการขับเคลื่อนเป็นไปได้ดี หลังจากที่ นายกฯ ได้ไปเยือนทั้งรัฐกาตาร์ และ สปป. ลาว
พณ. คาดเป้าหมาย 1.1 แสนล้านมาจาก 3 ส่วน
กระทรวงพาณิชย์ (พณ.) ได้นำร่องกิจกรรมภายใต้โครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจในพื้นที่ต่าง ๆ ไปแล้วตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมา อาทิ ตลาดพาณิชย์ทั่วประเทศ เทศกาลกินเจ งาน International Live Commerce Expo 2024 เป็นต้น สำหรับเป้าหมายที่ตั้งไว้ว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากกว่า 110,000 ล้านบาท คาดการณ์มาจากกิจกรรมฟื้นฟูเศรษฐกิจ 3 ส่วนหลัก ๆ ได้แก่
ส่วนแรกประมาณ 78,700 ล้านบาท มาจากการกระตุ้นการใช้จ่ายของกลุ่มเปราะบางที่ได้รับเงินไปคนละ 10,000 บาท คาดว่าจะนำเงินมาซื้อของที่จัดโปรโมชันลดราคา ภายใต้โครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจ สัดส่วนนี้คิดมาจากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติที่ระบุว่า ครัวเรือนรายได้ต่ำ จะนำเงินมาซื้ออาหารเครื่องดื่ม เครื่องใช้ภายในบ้าน และเครื่องแต่งกายคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 54.1% ของรายได้
ส่วนที่สองประมาณ 18,700 ล้านบาท มาจากการลดต้นทุนทางธุรกิจและสร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการรายเล็ก รวมทั้งการจัดกิจกรรมกระตุ้นเม็ดเงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจของกระทรวงพาณิชย์ อาทิ International Live Commerce Expo 2024 เทศกาลกินเจ เทศกาลลอยกระทง เทศกาลปีใหม่ ธงฟ้า และตลาดพาณิชย์ทั่วประเทศ เป็นต้น
ส่วนที่สามประมาณ 14,400 ล้านบาท เป็นการจัดมหกรรมลดราคาสินค้าของห้างสรรพสินค้า ห้างค้าปลีก-ค้าส่ง และการที่ผู้ผลิตรายใหญ่ลดราคาเพื่อช่วยลดค่าครองชีพและกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ ซึ่งคาดว่าเมื่อจบโครงการ จะสามารถกระตุ้นเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจได้ตามเป้าเป็นการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนทุกกลุ่มในทุกมิติ และช่วยให้เศรษฐกิจไทยกลับมาคึกคักได้อีกครั้ง
จัดกิจกรรมพร้อมภูมิภาค 5 แห่ง
สำหรับโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจได้จัดกิจกรรมพร้อมกันทุกภูมิภาค 5 แห่ง ผ่านโปรแกรมระบบ Zoom ได้แก่ จ.ขอนแก่น ลพบุรี อุดรธานี ภูเก็ต และเชียงราย โดยตัวแทนแต่ละภูมิภาคที่ได้เข้าร่วมกิจกรรม ขอบคุณภาครัฐที่จัดโครงการนี้ขึ้นมาและให้ความสำคัญกับท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง สร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการรายเล็ก โดยผู้ประกอบการมั่นใจว่าโครงการนี้จะช่วยให้เศรษฐกิจของแต่ละภูมิภาคมีความคึกคัก ขณะที่ประชาชนที่มาร่วมงาน ขอบคุณภาครัฐที่ช่วยลดค่าครองชีพให้กับประชาชน