กรมชลประทาน รายงานสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา วันนี้ (5 ตุลาคม 2567) เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์น้ำฝน-น้ำท่า ปัจจุบันวันที่ 5 ตุลาคม 2567 เวลา 07.00 น. ปริมาณน้ำไหลผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาสถานี C.2 นครสวรรค์ที่ 2,367 ลบ.ม./วิ สมทบกับปริมาณน้ำไหลผ่านแม่น้ำสะแกกรัง ct.19 อุทัยธานี 160 ลบ.ม./วิ ระบายผ่านเขื่อนเจ้าพระยาที่อัตรา 1,999 ลบ.ม./วิ ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่ +16.83 ม.รทก.
ดังนั้น จึงขอแจ้งปรับเพิ่มปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา โดยเริ่มเวลา 12.00 น. ทยอยจากอัตรา 1,999 ลบ.ม./วิ เป็นอัตรา 2,050 ลบ.ม./วิ เวลา 15.00 น. และคงอัตราดังกล่าวต่อเนื่อง
ทั้งนี้ เมื่อวานนี้ (4 ตค.2567) กรมชลประทานได้มีประกาศ ฉบับทีื 10 และคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าว่าปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาจะมีแนวโน้มสูงขึ้น และมีความจำเป็นที่จะต้องระบายท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นแบบขั้นบันได ในอัตราไม่เกิน 2,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งส่งผลให้พื้นที่ริมน้ำมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันอีกประมาณ 0.60-0.70 เมตร บริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคั้นกั้นน้ำอาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชน โดยพื้นที่เสี่ยงที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมประกอบด้วยบางพื้นที่ของจังหวัดอ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สิงห์บุรี และจังหวัดชัยนาท
ขอให้ประชาชนในบริเวณพื้นที่ ดังกล่าวติดตามข่าวสารจากรมชลประทานและกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลง โดยหากบ้านเรือนหรือพื้นที่ทำการเกษตรอยู่ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม ควรย้ายสิ่งของมีค่า สัตว์เลี้ยง และอุปกรณ์การเกษตรไปยังที่สูง
เตรียมแผนอพยพ: ควรวางแผนเตรียมตัวสำหรับการอพยพ โดยเตรียมถุงยังชีพและสิ่งจำเป็น เช่น อาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค เอกสารสำคัญ และเสื้อผ้า ในกรณีที่ต้องย้ายออกจากพื้นที่อย่างเร่งด่วน
ป้องกันน้ำเข้าบ้าน: บ้านเรือนที่อยู่ริมแม่น้ำควรเตรียมถุงทรายหรืออุปกรณ์กันน้ำเพื่อป้องกันน้ำเข้าท่วมในบ้านเรือน
ระวังการใช้น้ำ-ไฟ: เมื่อมีน้ำท่วม ควรตัดการใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าหรือสวิตช์ไฟฟ้าที่อยู่ต่ำใกล้ระดับน้ำ เพื่อป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าลัดวงจร