ศูนย์ปฎิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศปช)
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยรายงานสถานการณ์อุทกภัยและแผ่นดินถล่ม ระหว่างวันที่ 16 สิงหาคม - 28 กันยายน ๒๕๖๗ ในพื้นที่ 37 จังหวัด 213 อําเภอ 926 ตําบล 4,930 หมู่บ้าน บ้านเรือน ได้รับผลกระทบ 175,955 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิตจากอุทกภัย จํานวน 26 ราย ผู้เสียชีวิตจากดินถล่ม 23 ราย รวมผู้เสียชีวิต จํานวน 49 ราย และผู้บาดเจ็บ จํานวน 28 ราย
ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์อุทักภัยในพื้นที่ 18 จังหวัด (จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ น่าน ลําปาง ลําพูน แพร่ ตาก เพชรบูรณ์ พิษณุโลก สุโขทัย เลย หนองคาย อุดรธานี ชัยภูมิ อุบลราชธานี มหาสารคาม ปราจีนบุรี และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา) 73 อําเภอ 284 ตําบล 1,408 หมู่บ้าน บ้านเรือนได้รับผลกระทบ 32,973 ครัวเรือน ทั้งนี้ ในการให้ความช่วยเหลือในภาพรวม ใช้กําลังพล เจ้าหน้าที่ อาสาสมัคร 6,525 นาย เครื่องมืออุปกรณ์ ยุทโธปกรณ์ 1,707 หน่วย
การช่วยเหลือฟื้นฟู/เยียวยา โดยดําเนินภารกิจต่าง ๆ ได้แก่ แจกจ่ายอาหาร น้ํา เครื่องอุปโภคบริโภค อพยพเคลื่อนย้ายและช่วยเหลือผู้ประสบภัย ในพื้นที่ สูบระบายน้ําท่วมขังในพื้นที่ ขนย้ายและลําเลียงวัสดุต่าง ๆ รวมทั้งสิ่งของช่วยเหลือ และล้างทําความสะอาด พื้นที่ประสบภัย และฟื้นฟูสภาพแวดล้อม ถนน และสิ่งสาธารณประโยชน์ที่เสียหายในพื้นที่ต่างๆ
ทั้งนี้ ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2567 ซึ่งได้อนุมัติกรอบวงเงิน 3,045 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในห้วงฤดูฝน เพื่อเยียวยาความเดือดร้อนให้แก่ผู้ประสบภัย และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้รายงานผลการให้ความช่วยเหลือ ผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน โดยมีผลการดําเนินงาน ณ วันที่ 27 กันยายน 2567 ดังนี้
1 ) จํานวนผู้ลงทะเบียนเพื่อขอรับการให้ความช่วยเหลือฯ จํานวน 15,442 ครัวเรือน
2) การจ่ายเงินเยียวยาแก่ผู้ประสบภัย
- จำนวนจังหวัด 1 จังหวัด(จังหวัดเชียงราย)
- จำนวนครัวเรือน 6,659 ครัวเรือน
- จำนวนเงิน 33,339,000 บาท
ผลการดําเนินงานตามแผนการฟื้นฟูจังหวัดเชียงราย ข้อมูล ณ วันที่ 27 กันยายน ๒๕๖๗ ดังนี้
(1) ประชาชน เดินทางกลับเข้าบ้าน/ที่พัก ให้แล้วเสร็จ วันที่ 30 กันยายน 2567
(2) ทําความสะอาดและเก็บขยะในบ้านเรือน ประชาชน ให้แล้วเสร็จ วันที่ 15 ตุลาคม 2567
(3) ทําความสะอาดเศษดิน ขยะและสิ่งปฏิกูลออกจากทางระบายน้ํา ให้แล้วเสร็จ วันที่ 30 ตุลาคม 2567
การแบ่งพื้นที่การฟื้นฟูในจังหวัดเชียงราย โครงสร้างส่วนปฏิบัติการของศูนย์ บัญชาการเหตุการณ์ จังหวัดเชียงราย โดย อําเภอเมืองเชียงราย อยู่ในบังคับบัญชาของ ผวจ.เชียงราย แบ่งเป็น 8 โซน ในเขตเทศบาลนครเชียงราย 4 โซน (ชุมชนป่าแดง ชุมชนวังดิน ชุมชนแควหวาย ชุมชนฝั่งหมื่น) นอกเขตเทศบาลนคร เชียงราย 4 โซน (ต.รอบเวียง ต.ริมกก ต.แม่ยาว ต.ดอยฮาง) ส่วนอําเภอแม่สาย อยู่ในบังคับบัญชาของ นายอําเภอแม่สาย แบ่งเป็น 5 โซน (หัวฝาย-สายลมจอย เหมืองแดง ปิยะพร เกาะทราย ไม้ลุงขน) ทรัพยากรเครื่องจักรกลสาธารณภัย และกําลังพล โดยกําลังพล/เจ้าหน้าที่/อาสาสมัคร จํานวน 2,078นาย เครื่องจักรกล 929 หน่วย
กรมอุตุฯ คาดการณ์ลักษณะอากาศ วันที่ 28 -29 ก.ย. 67 มีฝนตกน้อยลง
กรมอุตุนิยมวิทยารายงานสถานการณ์การติดตามสภาพอากาศในระยะวันที่28-29 กันยายน 2567 บริเวณประเทศไทยตอนบน (ภาคเหนือ ภาคอีสานตอนบน) มีแนวโน้มฝนน้อยลง แต่ยังมีฝนบางแห่งส่วนมาก เป็นฝนเล็กน้อยถึงปานกลาง เนื่องจากยังมีมวลอากาศเย็นแผ่ลงมาปกคลุมทางตอนบนของไทย (ปลายฝนต้นหนาว) ทิศทางของลมมีความแปรปรวนมาก โดยมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ส่วนลมบริเวณอ่าวไทย เป็นลมตะวันออก ตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุม ฝนยังเกิดขึ้นได้บริเวณภาคเหนือด้านตะวันตก ภาคกลาง (รวมกรุงเทพฯ และปริมณฑล) ภาคตะวันออก และภาคใต้ ยังมีฝนเป็นฝนเล็กน้อยถึงปานกลาง และตกหนัก บางแห่งด้านตะวันตก ยังต้องติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด เฝ้าระวังฝนตกสะสม อาจทําให้มีน้ําท่วมฉับพลัน น้ําท่วมขัง น้ําป่าไหลหลากได้ ส่วนภาคใต้ฝนและคลื่นลมเริ่มเบาลงเล็กน้อย เดินเรือด้วยความระวัง
การแจ้งเตือน
สํานักงานทรัพยากรน้ําแห่งชาติ เฝ้าระวังน้ําล้นตลิ่ง น้ําท่วมขังแม่น้ํายัง ในวันที่ 26 – 29 กันยายน 2567 จากปริมาณฝนตกหนักบริเวณจังหวัดกาฬสินธุ์ และร้อยเอ็ด ส่งผลให้ระดับน้ําในลําน้ํายัง มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง คาดว่าระดับน้ําล้นตลิ่ง ในช่วงวันที่ 26 – 29 กันยายน 2567 ประมาณ 0.30 – 0.90 เมตร และจะไหลหลาก เข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ํานอกเขตพนังกั้นน้ํา ริมสองฝั่งของลําน้ํายัง บริเวณอําเภอเสลภูมิ และโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อม รวมทั้งแจ้งเตือนล่วงหน้าให้แก่ประชาชนที่อาศัยอยู่ที่ริมน้ํานอกแนว คันกั้นน้ํา
กรมทรัพยากรธรณี แจ้งเฝ้าระวังสถานการณ์ธรณีพิบัติภัยแผ่นดินถล่ม และน้ําป่าไหลหลาก ในวันที่ 27 – 28 กันยายน 2567 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ (อําเภอแม่ออน และดอยสะเก็ด) และจังหวัดยะลา (อําเภอธารโต)
กรมชลประทาน การคาดการณ์ ใน 1 – 7 วันข้างหน้า โดยในวันที่ 28 กันยายน 2567 จะมีปริมาณ น้ําที่เหนือเขื่อนเจ้าพระยามีปริมาณ 2,350 ลูกบาศก์เมตร/วินาที กรมชลประทานมีความจําเป็นต้องระบายน้ํา ผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาในอัตราไม่เกิน 2,000 ลูกบาศก์เมตร/วินาที จึงได้แจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชน ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ําเจ้าพระยา ขอให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ ซึ่งจะส่งผลให้มีระดับน้ําเพิ่มสูงขึ้น ตั้งแต่พื้นที่ลุ่มต่ํานอกคันกั้นน้ําบริเวณคลองโผงเผง จังหวัดอ่างทอง คลองบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และตําบล หัวเวียง อําเภอเสนา ตําบลลาดชิด ตําบลท่าดินแดง อําเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (แม่น้ําน้อย) ประมาณ 1.00 – 1.50 เมตร
ข้อสั่งการที่ประชุม ศปช.
1. ขอให้กรมชลประทานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท) ดําเนินการสอดส่องและตรวจสอบอ่างเก็บน้ําที่ถ่ายโอนให้ อปท.ดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้น
2.ขอให้หน่วยงานหลักในการรายงานสถานการณ์/คาดการณ์ สภาพภูมิอากาศ สถานการณ์น้ํา และดินโคลนถล่มประสานข้อมูลกับหน่วยงานในพื้นที่ที่จะเกิดผลกระทบอย่างใกล้ชิด เพื่อสามารถแจ้งเตือน ประชาชนได้อย่างทันกาล
3.ขอให้กระทรวงคมนาคมให้ข้อมูลความคืบหน้าการซ่อมแซมความเสียหายทางรถไฟและ ทางถนนตามที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยรายงาน เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบ โดยขอให้ ระบุด้วยว่า เป็นการบรรเทาความเสียหายเบื้องต้น หรือเป็นการซ่อมแซมให้กลับมาสู่สภาพปกติ
วันที่ 28 กันยายน 2567
เวลา15.00น