(15 ก.ย. 67) นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะโฆษกกระทรวงฯ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 6 - 12 กันยายน 2567 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 843,777 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 179 ข้อความ และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 59 เรื่อง
10 อันดับ ข่าวปลอมที่ประชาชนให้ความสนใจมากที่สุด
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์รายสัปดาห์ โดยข่าวปลอมที่ประชาชนให้ความสนใจสูงสุด 10 อันดับ ได้แก่
1. เรื่อง คณะกรรมการ ปปง. เร่งออกกฎหมายใหม่ คืนเงินจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ติดต่อขอเงินคืนผ่านเฟซบุ๊ก
2. เรื่อง เปิดช่องทางให้ทดลองลงทุนสำหรับกองทุนผู้สูงอายุ อายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป กำกับดูแลโดย ก.ล.ต.
3. เรื่อง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเปิดเว็บไซต์ใหม่ชื่อ SET STATION
4. เรื่อง สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมเปิดเพจเฟซบุ๊ก ชื่อว่า สำนักงานช่วยเหลือ
5. เรื่อง ผู้นำด้านทองคำให้โอกาสเข้าเทรดหุ้นทองคำ เริ่มต้น 1,000 บาท ปันผล 390 บาทต่อวัน รับรองโดย ก.ล.ต.
6. เรื่อง กรมประชาสัมพันธ์ เปิดเพจเฟซบุ๊ก ประชาสัมพันธ์ - แจ้งเตือน เหยื่อมิจฉาชีพทางออนไลน์
7. เรื่อง แนะนำเจ้าหน้าที่ให้บริการด้านการลงทุน SET THAILAND รับรองโดย ก.ล.ต.
8. เรื่อง กรมพัฒนาฝีมือแรงงานเปิดเพจเฟซบุ๊ก กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ฝ่ายประชาสัมพันธ์
9. เรื่อง สำนักงานกิจการยุติธรรมเปิดลงทะเบียนผ่านเพจเฟซบุ๊ก เพื่อรับการชดใช้คืนทรัพย์สิน
แก่ผู้เสียหายจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์
10. เรื่อง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดช่องทางติดต่อผ่านไลน์
ดีอี เตือน ข่าวปลอม วอนประชาชนอย่าหลงเชื่อ หวั่นหากส่งต่ออาจส่งผลกระทบต่อสังคมเป็นวงกว้าง
จากการพิจารณาข่าวปลอมที่เกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ 10 อันดับ ข้างต้น พบว่า ส่วนใหญ่เป็นข่าวการทำธุรกรรมที่มีการแอบอ้างถึงหน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะอันดับ 1 ที่แอบอ้างว่า “คณะกรรมการ ปปง. เร่งออกกฎหมายใหม่ คืนเงินจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ติดต่อขอเงินคืนผ่านเฟซบุ๊ก” ซึ่งจากการประสานงานตรวจสอบร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) พบว่าข้อมูลที่มีการอ้างในเพจเฟซบุ๊กดังกล่าว
ไม่เป็นความจริง การปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้ฝ่ายบริหารสามารถนำเงินไปคืนแก่ผู้เสียหายให้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ยังอยู่ระหว่างการจัดทำร่างฯ และยังต้องผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องก่อน ทั้งนี้ สำนักงาน ปปง. ไม่เคยมีการเปิดให้ผู้เสียหายทุกรายคดียื่นคำร้อง หรือส่งหลักฐานการถูกหลอกผ่านสื่อสังคมออนไลน์แต่อย่างใด พร้อมให้ประชาชน ยึด “หลัก 4 ไม่” คือ 1) ไม่กดลิงก์ 2) ไม่เชื่อ 3) ไม่รีบ และ 4) ไม่โอน
ทั้งนี้ หากประชาชนโดนหลอกทางออนไลน์ สามารถโทรแจ้งดำเนินการระงับ และอายัดบัญชีได้ที่
สายด่วน AOC (ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์) 1441 (24 ชม.) หรือแจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) Line ID: @antifakenewscenter และเว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com