UPDATE สถานการณ์น้ำ   แจ้งเตือนฝนตกหนัก พื้นที่ภาคอีสาน กลาง ตะวันออก และภาคใต้ 14 -17 ก.ย.67 - พื้นที่จังหวัดริมแม่น้ำโขง พร้อมรับมือน้ำล้นตลิ่ง

UPDATE
สถานการณ์น้ำ  
แจ้งเตือนฝนตกหนัก พื้นที่ภาคอีสาน กลาง ตะวันออก และภาคใต้ 14 -17 ก.ย.67
- พื้นที่จังหวัดริมแม่น้ำโขง พร้อมรับมือน้ำล้นตลิ่

 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย
รายงานสถานการณ์อุทกภัย วันที่ 14 กันยายน 2567  ยังคงมีสถานการณ์ในพื้นที่ 10 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย
แม่ฮ่องสอน ตาก สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ หนองคาย เลย อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา จำนวน 33 อำเภอ 160 ตำบล 733 หมู่บ้าน บ้านเรือนได้รับผลกระทบ 60,050 ครัวเรือน ดังนี้

1. จ.เชียงราย มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 6 อำเภอ 24 ตำบล 123 หมู่บ้าน ได้แก่ อ.แม่สาย อ.เชียงของ อ.เมืองฯ อ.แม่จัน อ.แม่ฟ้าหลวง อ.เชียงแสน บ้านเรือนได้รับผลกระทบ 45,329 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 4 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย (จากเหตุดินถล่ม อ.แม่ฟ้าหลวง) หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าสำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ ปัจจุบันระดับน้ำลดลง
2. จ.แม่ฮ่องสอน : เกิดฝนตกหนักมีดินสไลด์และแม่น้ำสาละวินล้นตลิ่งเข้าท่วมในพื้นที่ ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย ต.นาปู่ป้อม อ.ปางมะผ้า บ้านเรือนได้รับผลกระทบ 78 ครัวเรือน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าสำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือ ปัจจุบันระดับน้ำลดลง
3. จ.ตาก มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 4 อำเภอ 11 ตำบล 31 หมู่บ้าน ได้แก่ อ.พบพระ อ.แม่สอด อ.แม่ระมาด อ.ท่าสองยาง บ้านเรือนได้รับผลกระทบ 720 ครัวเรือน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและไม่มีผู้เสียชีวิต พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าสำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือ ปัจจุบันระดับน้ำลดลง
4. จ.สุโขทัย มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่อ.กงไกรลาศ บ้านเรือนได้รับผลกระทบ 361 ครัวเรือน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าสำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ ปัจจุบันระดับน้ำลดลง
5. จ.พิษณุโลก มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.พรหมพิราม อ.บางระกำ อ.เมืองฯ บ้านเรือนได้รับผลกระทบ 576 ครัวเรือน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าสำรวจความเสียหาย ให้การช่วยเหลือยกสิ่งของขึ้นที่สูง และเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ ปัจจุบันระดับน้ำทรงตัว
6. จ.เพชรบูรณ์ มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ2 อำเภอ 5 ตำบล 13 หมู่บ้าน ได้แก่ อ.หนองไผ่ อ.ชนแดน บ้านเรือนได้รับผลกระทบรวม 49 ครัวเรือน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและไม่มีผู้เสียชีวิต หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าให้การช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว ปัจจุบันระดับน้ำลดลง
7. จ.หนองคาย : น้ำในแม่น้ำโขงล้นตลิ่งเข้าท่วมในพื้นที่ 5 อำเภอ 16 ตำบล 75 หมู่บ้าน ได้แก่ อ.สังคม อ.ศรีเชียงใหม่ อ.ท่าบ่อ อ.เมืองฯ อ.รัตนวาปี เบื้องต้นมีพื้นที่การเกษตรเสียหาย ประมาณ 400 ไร่ อยู่ระหว่างสำรวจความเสียหายเพิ่มเติม ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้เสียชีวิต หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าสำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว ปัจจุบันระดับน้ำเพิ่มขึ้น
8. จ.เลย : แม่น้ำโขงล้นตลิ่งเข้าท่วมในพื้นที่ อ.ปากชม อ.เชียงคาน บ้านเรือนได้รับผลกระทบ 7 ครัวเรือน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและไม่มีผู้เสียชีวิต หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าให้การช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว ปัจจุบันระดับน้ำเพิ่มขึ้น
9. จ.อ่างทอง : แม่น้ำเจ้าพระยาล้นตลิ่งเข้าท่วมในพื้นที่ ต.บางจัก ต.หัวตะพาน ต.สี่ร้อย อ.วิเศษชัยชาญ บ้านเรือนได้รับผลกระทบ 346 ครัวเรือน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิต หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าให้การช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว ปัจจุบันระดับน้ำทรงตัว
10. จ.พระนครศรีอยุธยา : แม่น้ำเจ้าพระยาล้นตลิ่งเข้าท่วมในพื้นที่ 7 อำเภอ 82 ตำบล 409 หมู่บ้าน ได้แก่ อ.บางบาล อ.บางปะหัน อ.เสนา อ.ผักไห่ อ.พระนครศรีอยุธยา อ.บางปะอิน อ.บางไทร บ้านเรือนได้รับผลกระทบ 12,584 ครัวเรือน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิต หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าให้การช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว ปัจจุบันระดับน้ำทรงตัว

(red triangle button)การให้ความช่วยเหลือด้านต่าง ๆ และการสนับสนุน
• จังหวัดตาก กรมทหารพรานที่ 35 ช่วยขนย้ายสิ่งของออกจากพื้นที่ และนำเรือหางยาวประจำหมู่บ้าน
จำนวน 1 ลำ อำนวยความสะดวกในการรับ – ส่ง ประชาชนและนักเรียนในพื้นที่บริเวณฝายน้ำล้น
• จังหวัดสุโขทัย หน่วยงานภาครัฐและเอกชน มอบถุงยังชีพให้กับประชาชน ที่ อำเภอกงไกรลาศ
จังหวัดสุโขทัย และเร่งซ่อมแซมคันกั้นน้ำ ที่ได้รับความเสียหาย เพื่อเตรียมรับสถานการณ์น้ำในระยะต่อไป
• จังหวัดพิษณุโลก มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญสิ่งของพระราชทานของ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จำนวน 755 ชุด พร้อมอาหารกล่องและน้ำดื่ม ไปมอบให้แก่ราษฎรผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก ประกอบด้วย อำเภอพรหมพิราม อำเภอบางระกำ และอำเภอเมืองพิษณุโลก
• จังหวัดเพชรบูรณ์ มณฑลทหารบกที่ 36 กองพลทหารม้าที่ 1 มูลนิธิกู้ชีพ กู้ภัย ในพื้นที่ เตรียมพร้อม
การสนับสนุนกำลังพล เรือท้องแบน รถยกสูง เข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย และแจ้งเตือนทุกอำเภอ ติดตามสถานการณ์ น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากน้ำล้นตลิ่งอย่างต่อต่อเนื่อง
• สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ตั้งศูนย์บริหารจัดการทรัพยากรน้ำส่วนหน้า (ชั่วคราว) ในพื้นที่ภาคเหนือ
ในวันที่ 13 กันยายน 2567 และศูนย์บริหารจัดการทรัพยากรน้ำส่วนหน้า (ชั่วคราว) ในพื้นที่ภาคกลาง ในวันที่ 15 กันยายน 2567
• กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ดำเนินการลำเลียงขนส่งเครื่องอุปโภคบริโภคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย
ในพื้นที่ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ในบริเวณที่ถูกตัดขาดจากดินถล่มเส้นทางบินจากสนามบินเชียงราย ไปยัง ต.รอบเวียง อ.เมือง จ.เชียงราย และ อ.แม่สาย -จ.เชียงราย และเตรียมรับมือสถานการณ์น้ำในภาคอีสาน ปริมาณน้ำโขงเพิ่มสูง ล้นตลิ่ง สั่งการทีมศูนย์ ปภ. เขต 7 สกลนคร - เขต 14 อุดรธานี และ ปภ.จังหวัด 4 จังหวัดริมโขง เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชม. ส่งเจ้าหน้าที่ชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤต (ERT)
ลงพื้นที่เร่งติดตั้งเครื่องจักรกลสาธารณภัยรองรับน้ำโขงล้นตลิ่งร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่
• กรมชลประทาน ระดมเครื่องจักร เครื่องมือ เข้าช่วยเหลือพื้นที่ที่ประสบปัญหาอุทกภัย ในเขต จ.เชียงใหม่
เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว โดยติดตั้งเครื่องสูบน้ำเร่งระบายน้ำท่วมขังออกจากพื้นที่ อ.ฝาง และแม่อาย พร้อมทั้งนำรถแบคโฮ รถตักหน้าขุดหลัง และรถบรรทุกเข้ากำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำ พร้อมทั้งตักดินโคลนที่มากับน้ำท่วม บริเวณถนนในชุมชน อ.ฝาง
 - กรมบัญชีกลางอนุมัติขยายวงเงินทดรองฯ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมเพิ่มเติม 2 จังหวัด เชียงราย เชียงใหม่ ปภ. เร่งประสาน ระดมสรรพกำลังช่วยเหลือประชาชน
- นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัย น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม ในพื้นที่จังหวัดเชียงรายและจังหวัดเชียงใหม่ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ได้สร้างความเสียหายให้แก่ประชาชนเป็นวงกว้าง ขณะนี้สถานการณ์ยังไม่ยุติ และวงเงินทดรองราชการในอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายและในอำนาจผู้ว่าราชการเชียงใหม่ที่มีอยู่ 20 ล้านบาท ไม่เพียงพอในการช่วยเหลือประชาชน จึงได้ประสานมายังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ขอขยายวงเงินทดรองราชการในอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดไปยังกรมบัญชีกลาง ซึ่ง กรมบัญชีกลางได้อนุมัติขยายวงเงินทดรองราชการในอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และในอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน กรณีอุทกภัย เพิ่มเติมแล้ว จังหวัดละ 100 ล้านบาท รวมเป็น 200 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบภัยและการปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้เป็นไปอย่างรวดเร็วและทันต่อสถานการณ์
 
วันนี้ (14 ก.ย. 67) มีรายงานว่า เขื่อนเจ้าพระยา จะลดการระบายน้ำเหลือ 1,150 ลบ.ม/วินาที เพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำท่าและลดผลกระทบด้านท้ายน้ำ

กรมชลประทาน รายงานสถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยา (14 กันยายน 2567 ) 
• สถานี C2 อ.เมืองนครสวรรค์ ปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,267 ลบ.ม./วินาที แนวโน้ม : ลดลง  
• C13 เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,200 ลบ.ม/วินาที แนวโน้ม : ลดลง  

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ คาดการณ์สถานการณ์น้ำที่สำคัญ
• สถานการณ์น้ำแม่น้ำโขงเหนือ แม่น้ำโขงภายในประเทศและแม่น้ำโขงเหนือสายหลักมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ปัจจุบันระดับน้ำสูงกว่าระดับตลิ่ง 2 เมตร และจะลดลงต่ำกว่าตลิ่งในวันที่ 15 กันยายน 2567
- สถานี G.12 อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ระดับน้ำ 4.52 ม. สูงกว่าตลิ่ง 0.02 ม. และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง 0.69 ม. ในวันที่ 18 ก.ย. 67
-สถานีสะพานอิงอุดม อ.เชียงของ จ.เชียงราย มีระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง 2.03 ม. และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง 2.53 ม. ในวันที่ 18 ก.ย. 67
• สถานการณ์น้ำแม่น้ำยม อยู่ในสภาวะปกติเกือบทั้งหมดยกเว้นบริเวณ สถานี Y.64 อำเภอบางระกำ
จังหวัดพิษณุโลก ปัจจุบันมีระดับน้ำ 7.96 ม. (สูงกว่าตลิ่ง 1.56 ม.) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
• สถานการณ์แม่น้ำโขงตะวันออกเฉียงเหนือ
- สถานีเชียงคาน อ.เชียงคาน จ.เลย มีระดับน้ำ 16.29 ม. (สูงกว่าตลิ่ง 0.29 ม.) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
- สถานีหนองคาย อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย และจ.บึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ มีระดับน้ำ 13.10 ม. (สูงกว่าตลิ่ง 0.90 ม.) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นประมาณ 1.25 – 2.00 ม. และคาดว่าระดับน้ำจะมีแนวโน้มสูงกว่าตลิ่ง 0.70 – 1.65 ม. ในช่วงวันที่ 13 - 16 กันยายน 2567
- สถานี Kh.74 อ.บ้านม่วง จ.สกลนคร มีระดับน้ำ 9.30 ม. (ต่ำกว่าตลิ่ง 0.47 ม.) มีแนวโน้มปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นในอีก 4 วันข้างหน้า สูงกว่าตลิ่ง 0.16 ม. ในวันที่ 17 ก.ย. 67
 
แจ้งเตือน!! ระดับน้ำในแม่น้ำโขงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ช่วงวันที่ 12 - 18 กันยายน 2567 1
• จ.เชียงราย บริเวณสถานีเชียงแสน อ.เชียงแสน ระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ประมาณ 0.50 - 0.70 เมตร ยังคงต่ำกว่าตลิ่ง 3.40 เมตร
• จ.เลย บริเวณสถานีเชียงคาน อ.เชียงคาน ระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ประมาณ 3.00 - 3.60 เมตร และคาดว่าระดับน้ำจะมีแนวโน้มสูงกว่าตลิ่ง 0.50 - 1.50 เมตร ในช่วงวันที่ 13 - 16 ก.ย. 67
• จ.หนองคาย บริเวณสถานีหนองคาย อ.เมืองหนองคาย และ จ.บึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ ระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ประมาณ 3.50 - 3.90 เมตร และคาดว่าระดับน้ำจะมีแนวโน้มสูงกว่าตลิ่ง 1.50 - 2.50 เมตร ในช่วงวันที่ 13 - 16 ก.ย. 67
• จ.นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี ระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ประมาณ 2.00 - 2.60 เมตร ยังคงต่ำกว่าตลิ่ง 0.50 - 1.30 เมตร
จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดริมแม่น้ำโขง เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำล้นตลิ่งและท่วมขังบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำโขงและริมลำน้ำบางสาขาที่ไม่สามารถระบายน้ำลงสู่แม่น้ำโขงได้โดยสะดวก และประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำในแม่น้ำโขงและแจ้งเตือนให้ประชาชนทราบ

กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศฝนตกหนัก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กลาง ตะวันออก ภาคใต้ วันที่  14 – 17 ก.ย. 67 จะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักมาก บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม
- สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง มีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนล่าง ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันและเวลาดังกล่าวนี้ไว้ด้วย 

//////////

สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar