(28 ก.ค. 67) กระทรวงพาณิชย์ร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ 72 พรรษา ประกาศขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication หรือ GI) “กระท้อนทองใบใหญ่บางเจ้าฉ่า” กระท้อนทรงปลูกและพระราชทานพันธุ์กระท้อนให้แก่ราษฎรจังหวัดอ่างทอง เพื่อสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร พัฒนาคุณภาพชีวิต ให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
ความหมายของสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI)
• สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) คือ เครื่องหมายที่ใช้กับสินค้าที่มาจากแหล่งผลิตที่เฉพาะเจาะจง ซึ่งคุณภาพหรือชื่อเสียงของสินค้านั้น ๆ เป็นผลมาจากการผลิตในพื้นที่ดังกล่าว GI จึงเปรียบเสมือนเป็นแบรนด์ของท้องถิ่นที่บ่งบอกถึงคุณภาพและแหล่งที่มาของสินค้า เช่น กาแฟดอยช้าง เครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียง ไข่เค็มไชยา เป็นต้น
• ตราสัญลักษณ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ไทย คือ ตราของกรมทรัพย์สินทางปัญญาที่ออกให้แก่ผู้ผลิตสินค้าเพื่อรับรองว่าเป็นสินค้าที่มาจากแหล่งภูมิศาสตร์ที่ได้รับขึ้นทะเบียนไว้โดยต้องปฏิบัติตามคู่มือและแผนการควบคุมนั้นแล้ว
ประโยชน์ที่จะได้รับเมื่อขึ้นทะเบียนสินค้าชุมชน เป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI
• คุ้มครองชื่อสินค้าให้เป็นสิทธิ์เฉพาะของชุมชนที่ขึ้นทะเบียน
• เพิ่มมูลค่าของสินค้าและเป็นเครื่องมือการตลาด
• ดูแลรักษามาตรฐานของสินค้าและรักษาภูมิปัญญาท้องถิ่น
• สร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน เพิ่มความสามัคคีเพื่อพัฒนาท้องถิ่น
• สนับสนุนการท่องเที่ยวชุมชนผู้ผลิตอย่างยั่งยืน
• สร้างความเชื่อมั่นในแหล่งที่มาและคุณภาพของตัวสินค้าให้กับผู้ซื้อ
สิทธิประโยชน์ของผู้ที่ได้รับอนุญาตใช้ตราสัญลักษณ์ GI ไทย
• ผู้ผลิตหรือผู้ประกอบการค้า จำหน่ายสินค้า GI ได้ในราคาที่สูงขึ้น
• ผู้ผลิตหรือผู้ประกอบการค้า สามารถยกระดับสินค้าชุมชนให้เป็นสินค้าระดับ Premium
• ผู้ผลิตหรือผู้ประกอบการค้า สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคว่าเป็นสินค้า GI ของแท้ที่มีมาตรฐาน มีคุณภาพ และมาจากแหล่งผลิตที่แท้จริง
• ผู้ผลิตหรือผู้ประกอบการค้า สามารถนำตราสัญลักษณ์ GI ไทย ไปใช้เป็นเครื่องมือทางการตลาด เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าได้
• ผู้ผลิตหรือผู้ประกอบการค้า มีสิทธิพิเศษสามารถเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ของกรมทรัพย์สินทางปัญญา เช่น โครงการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ GI กิจกรรมส่งเสริมการเผยแพร่สินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ตาม Platform ต่าง ๆ เป็นต้น
• ผู้ผลิตหรือผู้ประกอบการค้า มีสิทธิได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมงานแสดงสินค้าที่จัดโดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา เช่น GI Fest GI Market Thaifex ตลาดนัด GI เป็นต้น
ประวัติความเป็นมา “กระท้อนทองใบใหญ่บางเจ้าฉ่า”
กระท้อนพันธุ์ทองใบใหญ่ เริ่มเพาะปลูกในปี พ.ศ. 2515 โดยนายมณี ซองรูป อดีตผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 7
ตำบลบางเจ้าฉ่า ได้นำพันธุ์กระท้อนทองใบใหญ่จากจังหวัดนนทบุรี มาปลูกในบริเวณบ้านริมฝั่งแม่น้ำน้อยได้ผลผลิตดี ลูกใหญ่ ผลสุกผิวสีเหลืองทอง เนื้อหนานุ่ม ฉ่ำ หวานชื่นใจ จึงมีการนำไปเพาะปลูกกันอย่างแพร่หลายในตำบลบางเจ้าฉ่า จนได้ชื่อว่า "กระท้อนทองใบใหญ่บางเจ้าฉ่า" และขยายไปปลูกยังตำบลใกล้เคียงในอำเภอโพธิ์ทอง
สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรในชุมชน
เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2550 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินทรงปลูกต้นกระท้อนพันธุ์ทองใบใหญ่ บริเวณวัดยางทอง ตำบลบางเจ้าฉ่า อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง สร้างความปลาบปลื้มใจแก่เกษตรกร ตำบลบางเจ้าฉ่า และตำบลใกล้เคียง รวมทั้งสร้างขวัญและกำลังใจให้เกษตรกรได้ดำรงรักษาพันธุ์กระท้อนทองใบใหญ่บางเจ้าฉ่า จนเป็นที่นิยมในปัจจุบัน และสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดอ่างทองได้ขึ้นทะเบียนเป็นต้นไม้ทรงปลูก ลำดับที่ 27
โดยในปี พ.ศ. 2558 กระท้อนทองใบใหญ่บางเจ้าฉ่าได้รับรางวัลชนะเลิศ ด้านรสชาติอันดับ 1 ของจังหวัดอ่างทอง นอกจากนี้ ในปี พ.ศ. 2560 ได้มีการจัดงาน "มหกรรม กิน - เที่ยว - พักบ้านบางเจ้าฉ่า" ซึ่งเป็นกิจกรรมส่งเสริมหมู่บ้าน OTOP เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวได้กินกระท้อนพระราชทาน พันธุ์ทองใบใหญ่ และในปี พ.ศ. 2565 จังหวัดอ่างทองได้จัดงานมหกรรมกระท้อนทองใบใหญ่ทรงปลูก ภายในงานมีกิจกรรมขยายพันธุ์กระท้อนทองใบใหญ่ทรงปลูก การแปรรูป และการประกอบอาหารจากกระท้อน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ผลผลิตกระท้อนให้เป็นที่นิยมของตลาด จนสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในชุมชนกว่า 6 ล้านบาทต่อปี อีกทั้งยัง เป็นการส่งเสริมให้เกษตรกรเห็นถึงความสำคัญของการปลูกกระท้อน และร่วมกันอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรการท่องเที่ยวเชิงเกษตรได้อย่างยั่งยืน
ลักษณะของ “กระท้อนทองใบใหญ่บางเจ้าฉ่า”
• มีลักษณะผลค่อนข้างกลม ขั้วผลนูนเล็กน้อย
• เปลือกบาง ผิวนอกไม่เรียบ ผลสุกสีเหลืองทอง
• เนื้อหนานุ่ม ฉ่ำ ไม่แข็งกระด้าง
• เมล็ดสีน้ำตาลอ่อน
• เนื้อและปุยเมล็ดมีรสชาติหวานฉ่ำ กลิ่นหอมหวาน
• ลักษณะภูมิอากาศของอำเภอโพธิ์ทอง จัดอยู่ในโซนร้อนและชุ่มชื้น เป็นแบบฝนเมืองร้อนเฉพาะฤดู โดยได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ทำให้มีเมฆมากและฝนตกชุก ส่งผลให้กระท้อนเจริญเติบโตได้ดี ประกอบกับลักษณะทางภูมิศาสตร์ ซึ่งเป็นที่ราบตะกอนน้ำพา มีชุดดินสิงห์บุรีที่มีธาตุโพแทสเซียมและฟอสฟอรัสสูง รวมถึงภูมิปัญญาและองค์ความรู้ในเรื่องการเพาะปลูกของเกษตรกรที่มีความชำนาญและประสบการณ์ ส่งผลให้ “กระท้อนทองใบใหญ่บางเจ้าฉ่า” มีผลสุกสีเหลืองทอง เนื้อและปุยเมล็ดมีรสชาติหวานฉ่ำ กลิ่นหอมหวาน
พณ. ใช้ประโยชน์จากการขึ้นทะเบียน GI ขับเคลื่อนนโยบาย Soft Power
นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์มีนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก โดยใช้ประโยชน์จากการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI เพื่อคุ้มครองสินค้าท้องถิ่นชุมชนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในพื้นที่แหล่งผลิตสินค้าในแต่ละท้องถิ่น เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้
กับสินค้า ตลอดจนส่งเสริมการจัดทำระบบควบคุมคุณภาพสินค้า และสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค พร้อมขยายช่องทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง ทำให้สินค้า GI เป็นสินค้าสำคัญที่ขับเคลื่อนนโยบาย Soft Power ตามนโยบายของรัฐบาล
ปัจจุบันมีสินค้าที่ขึ้นทะเบียน GI ทั่วประเทศแล้ว 206 สินค้า มูลค่ากว่า 71,000 ล้านบาทต่อปี ทั้งนี้ สำหรับเกษตรกรหรือชุมชนท้องถิ่นในจังหวัดที่สนใจนำสินค้าชุมชนที่มีอัตลักษณ์และเชื่อมโยงกับแหล่งภูมิศาสตร์ สามารถนำมาปรึกษาเพื่อขอรับการขึ้นทะเบียน GI ได้ที่ ศูนย์บริการประชาชน กรมทรัพย์สินทางปัญญา หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมทรัพย์สินทางปัญญา โทร.1368