น.ส.เกณิกา อุ่นจิตร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า นโยบายแก้หนี้ทั้งระบบของรัฐบาล นำโดยนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศ ด้วยการทำให้เกิดหนี้ที่เป็นธรรม สร้างระบบนิเวศทางการเงิน คืนเงินกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ และหยุดเงินมหาศาลที่ถูกดูดออกนอกระบบ สู่เป้าหมายเสถียรภาพทางการเงินของประชาชนรายย่อย ปัจจุบันมูลค่าหนี้สินครัวเรือนประมาณ 16 ล้านล้านบาท หรือ 91% ต่อ GDP หนี้ในระบบ และหนี้นอกระบบมีความเกี่ยวพันกัน ซึ่งจำเป็นต้องแก้ไปพร้อมกัน
การแก้หนี้นอกระบบต้องเจรจาทั้ง 2 ฝ่าย - ยึดกรอบกฎหมาย
จากข้อมูลของกรรมการกำกับการแก้ไขหนี้สินของประชาชนรายย่อย สำหรับการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ ต้องคำนึงถึง
• ทุกฝ่ายทั้งเจ้าหนี้และลูกหนี้ยังคงอยู่ร่วมกัน ‘ในระบบ’ และถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อจ่ายดอกเบี้ยจนครบต้นแล้วต้องจบ
• ลูกหนี้ต้องใช้หนี้ แต่ไม่มีหน้าที่ต้องจ่ายดอกเบี้ยเกินกว่าอัตรากฎหมายกำหนด เจ้าหนี้ได้รับเงินต้นคืนตามสิทธิที่เจ้าหนี้ควรได้รับ
• การปล่อยหนี้ก้อนใหม่ต้องเป็นไปตามกฎหมาย
ช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลเปิดให้ลงทะเบียนเจ้าหนี้-ลูกหนี้ เพื่อแจ้งความประสงค์ให้รัฐคุ้มครองสิทธิ รวมจำนวน 1.5 แสนราย สามารถไกล่เกลี่ยและยุติเรื่องได้ครบ 100% ทำให้มูลหนี้ลดลง 1.2 พันล้านบาท รวมระยะดำเนินการ 109 วัน
ประชาชนลงทะเบียนรวมทั้งสิ้น 153,400 ราย
เชิญเจ้าหนี้และลูกหนี้มาเข้าสู่กระบวนการเจรจาไกล่เกลี่ยหนี้แล้วเสร็จ ครบ 100%
ยุติเรื่อง ทำให้มูลหนี้ลดลง 1,203,577,005 บาท
เจ้าหนี้ และลูกหนี้มีความประสงค์ให้เจ้าหน้าที่ได้ส่งต่อเรื่องไปยังพนักงานสอบสวนของสถานีตำรวจในพื้นที่ดำเนินคดี 471 คดี
กฎหมายใหม่แก้หนี้ กยศ. ผู้กู้ยืมได้รับประโยชน์ 2.98 ล้านราย
สำหรับการแก้หนี้ในระบบของกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ (กยศ.) ที่มีจำนวนลูกหนี้ประมาณ 3.6 ล้านคน รัฐได้บังคับใช้กฎหมายใหม่ โดยลดเบี้ยปรับจาก 18% เป็น 0.5% ต่อปี รวมทั้งมีการปรับลำดับการตัดเงินต้น ยุติการฟ้องร้องบังคับคดี ปรับโครงสร้างหนี้
กยศ.ได้คำนวณยอดหนี้ใหม่ 3.65 ล้านบัญชี เสร็จแล้ว
มีผู้กู้ 2.98 ล้านรายได้รับประโยชน์ ยอดหนี้ลดลง 56,326 ล้านบาท
ผู้กู้ยืมมียอดหนี้ที่ต้องชำระลดลง จำนวน 2.8 ล้านราย
ผู้กู้ยืมที่มียอดชำระหนี้ครบถ้วนและสามารถปิดบัญชีได้ จำนวน 177,936 ราย
มีผู้จะได้รับเงินคืน จำนวน 177,917 ราย เป็นเงิน 2,104 ล้านบาท
สามารถหยุดหักเงินเดือนผ่านองค์กรนายจ้าง จำนวน 18,326 ราย
ทั้งนี้ การคำนวณยอดหนี้ใหม่ เป็นการคำนวณหนี้โดยไม่ใช้ระบบ “กยศ. Connect” เป็นข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 โดยได้นำรายการชำระหนี้ของผู้กู้ยืมเงินแต่ละรายที่ได้ชำระเงินคืนกองทุนฯ นับแต่วันที่ครบกำหนดชำระหนี้ครั้งแรกมาคำนวณหนี้ใหม่ ตัดชำระเงินต้นเฉพาะส่วนที่ครบกำหนด ดอกเบี้ย และเบี้ยปรับตามลำดับ คิดดอกเบี้ยในอัตรา 1% ต่อปี และคิดเบี้ยปรับในอัตรา 0.5% ต่อปี
• ผู้กู้ยืมสามารถเข้าระบบตรวจสอบภาระหนี้ที่คำนวณใหม่ได้ที่เว็บไซต์ www.studentloan.or.th ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2567 เป็นต้นไป
• หากผู้กู้ยืมประสงค์จะปรับโครงสร้างหนี้ กองทุนฯ จะใช้ยอดหนี้ที่ได้คำนวณใหม่นี้ในการทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้เพื่อปลดภาระผู้ค้ำประกันให้พ้นจากความรับผิด
• เมื่อระบบ กยศ.Connect ปรับปรุงเสร็จสมบูรณ์แล้วยอดหนี้ทั้งหมดจะถูกปรับโดยอัตโนมัติและจะแสดงในแอปพลิเคชัน กยศ.Connect ต่อไป