รัฐบาลน้อมนำแนวทางพระราชดำริ พระราชปณิธาน และพระบรมราโชบาย มาพัฒนาคุณภาพชีวิตของ ประชาชนให้อยู่ดีมีสุข
(20 กรกฎาคม 2567) นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การแก้ไขปัญหาผ่านการจัดทำโครงการต่าง ๆ ของรัฐบาล ไม่ใช่เพียงเพื่อให้ความทุกข์ยากของประชาชนหมดสิ้น แต่เป็นการน้อมนำแนวทางพระราชดำริ พระราชปณิธานและพระบรมราโชบายเกี่ยวกับการพัฒนาสิ่งแวดล้อม พัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้อยู่ดีมีสุข มาปรับใช้เพื่อให้เกิดผลต่อพี่น้องประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม และเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา
6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้
รัฐบาลได้จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกว่า 600 โครงการ โดยคัดเลือก
10 โครงการ ภายใต้หมวดหมู่ ป่า น้ำ คน ที่สะท้อนถึงการน้อมนำแนวพระราชดำริ พระราชปณิธาน และพระบรม ราโชบายเกี่ยวกับการพัฒนาสิ่งแวดล้อม พัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนให้อยู่ดีมีสุข ซึ่งจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปีนี้ ได้แก่
โครงการเฉลิมพระเกียรติฯ ในหมวดหมู่ “ป่า” คือ การพัฒนาสิ่งแวดล้อม ยกระดับคุณภาพชีวิตผ่านการจัดสร้างพื้นที่สีเขียว ตลอดจนคืนสภาพของระบบนิเวศให้กับผืนป่าทั่วประเทศ
ด้วยการปลูกป่า ประกอบด้วย
- โครงการยกระดับสวนสาธารณะบึงหนองบอน และ Pocket Park 72 แห่ง โดยกรุงเทพมหานคร
- โครงการ 72 ล้านต้น พลิกฟื้นผืนป่า โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
โครงการเฉลิมพระเกียรติฯ ในหมวดหมู่ “น้ำ” คือ การสร้างความมั่นคงทางด้านทรัพยากรน้ำมาให้กับประชาชนทั่วประเทศ เพื่อให้มีเพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค และพัฒนาแหล่งน้ำ ลำน้ำ คูคลองต่าง ๆ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต ประกอบด้วย
- โครงการ 10 คลองสวย น้ำใส คนไทยมีสุข โดยกระทรวงมหาดไทย
- โครงการแหล่งน้ำบาดาลขนาดใหญ่ แก้ปัญหาภัยแล้งอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 72 แห่ง
โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
- โครงการพัฒนา 72 สายน้ำยั่งยืน โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
โครงการเฉลิมพระเกียรติฯ ในหมวดหมู่ “คน” คือ โครงการที่มุ่งสร้างประโยชน์ให้กับประชาชน ให้เข้าถึงการบริการทางสาธารณสุขที่มีคุณภาพ เช่น น้ำสะอาดในโรงเรียน ลดความเหลื่อมล้ำให้กับผู้พิการ ให้ประชาชนเข้าถึงที่ดินเพื่อการทำกินหรือที่อยู่อาศัย ตลอดจนการปลูกจิตสำนึกของพลังจิตอาสา ประกอบด้วย
- โครงการหลอมรวมใจ มอบน้ำใสสะอาดให้โรงเรียน โดยกระทรวงมหาดไทย
- โครงการบริจาคโลหิต 10 ล้านซีซี โดยสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
- โครงการจัดหาอุปกรณ์ สำหรับช่วยเหลือคนพิการ 72,000 ชุด โดยกระทรวงการพัฒนา
สังคมและความมั่นคงของมนุษย์
- โครงการยกระดับโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช โรงพยาบาลชุมชนเฉลิมพระเกียรติ
โรงพยาบาลชัยพัฒน์ และหน่วยบริการปฐมภูมิ 72 แห่ง โดยกระทรวงสาธารณสุข
- โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิต ที่ดินทำกิน และที่อยู่อาศัย โดยกระทรวงกลาโหม
รัฐบาลมีความมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนให้โครงการทุกโครงการดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างการ
มีส่วนร่วมกับทุกภาคส่วน ได้ร่วมกันแสดงออกถึงความจงรักภักดีและความสามัคคีของปวงชนชาวไทย
นายกฯ ย้ำ รัฐบาลน้อมนำโครงการพระราชดำริ แก้ไขปัญหาเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกมิติ
(20 กรกฎาคม 2567) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี พูดในรายการ “คุยกับเศรษฐา” ซึ่งออกอากาศ ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย เวลา 08.00 - 08.30 น. โดยเนื้อหาของรายการนายกรัฐมนตรีพูดถึงการดำเนินโครงการหลัก 10 โครงการของรัฐบาล ในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ซึ่งเป็นความตั้งใจของรัฐบาลในการเร่งแก้ไขปัญหาและยกระดับชีวิตของประชาชน
โดยการเข้าไปแก้ที่ต้นตอหรือฐานราก โดยเฉพาะการแก้ปัญหาใน 3 กลุ่มใหญ่คือ ป่า น้ำ และคน ที่ถือเป็นหัวใจ และร่างกายของประเทศ
เนื่องในโอกาสที่เป็นปีมหามงคล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษา 6 รอบ 72 พรรษา 28 กรกฎาคม 2567 ถือเป็นโอกาสดีที่พสกนิกรชาวไทยจะได้ร่วมกันเฉลิมฉลองในปีมหามงคล โดยน้อมนำโครงการพระราชดำริต่าง ๆ ที่ทำเกี่ยวกับดิน น้ำ ป่า คน มาบรรจุเข้าไปในโครงการที่ได้ทำขึ้น โดยรัฐบาล ร่วมกับ ภาคเอกชน องค์กรต่าง ๆ ได้มีการพูดคุยกันและคัดเลือกกว่า 600 โครงการ มาเป็น 10 โครงการหลัก แต่ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่า 600 โครงการ ลดเหลือ 10 โครงการ อีก 500 กว่าโครงการก็ทำอยู่ แต่มีโครงการหลัก 10 โครงการ ซึ่งทุกอย่างอยู่ร่วมกับ “ป่า น้ำ คน” สรุปสาระสำคัญ ดังนี้
โครงการยกระดับสวนสาธารณะบึงหนองบอนและ Pocket Park 72 แห่ง บึงหนองบอน ถ้าได้ไปดูในแผนที่กรุงเทพมหานคร จะอยู่ติดกับสวนหลวง ร.9 ซึ่งบึงหนองบอนมีพื้นที่หลายร้อยไร่
มีพื้นที่บึงอยู่แล้ว และทางรัฐบาลเองก็ได้ไปสำรวจมา อยากพัฒนาให้เป็นสวนสาธารณะ
ที่ใหญ่แห่งหนึ่ง มีต้นไม้ มีสระน้ำที่ใหญ่ พร้อมพัฒนาให้เป็นศูนย์สุขภาพได้ เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของพี่น้องประชาชน ถือว่าเป็นพาร์คที่ใหญ่ที่สุดใน 72 พาร์คที่จะทำ แต่ใน 72 พาร์ค บางพื้นที่อาจจะเป็นแค่พื้นที่ไร่เดียวหรือแค่ 2 งาน อยู่ตามพื้นที่ที่มีความแออัดสูง การที่เรามีพื้นที่เหล่านี้ให้เป็นเหมือนกับที่พักผ่อนหย่อนใจของคนกรุง ซึ่งในปัจจุบันที่อยู่อาศัยมีความคับแคบ ก็จะเป็นที่ผ่อนคลายได้ มีพื้นที่ออกกำลังกาย มีสวนสาธารณะเล็ก ๆ หรือมีสนามกีฬาเล็ก ๆ เพื่อให้เด็กและเยาวชนหรือประชาชนทั่วไปได้มีการมาออกกำลังกายได้
โครงการ 72 ล้านต้น พลิกฟื้นผืนป่า เพราะสภาพแวดล้อมเป็นเรื่องสำคัญ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการแจกต้นกล้าซึ่งแต่ละหน่วยงานต่าง ๆ นำไปปลูกในทุกจังหวัดของประเทศไทย ซึ่งเป็น
ที่ทราบดีว่ามีการทำไร่เลื่อนลอย พยายามที่จะแก้ไขตรงจุดนี้ควบคู่ไปกับเรื่องการทำมาหากินถึงแม้ว่าจะมีการตัดป่าไป แต่มีการปลูกต้นไม้ทดแทนก็จะทำให้ระบบนิเวศสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นการรักษาหน้าดิน หรือการทำให้เกิดฝนโดยธรรมชาติ เพราะฉะนั้นการแจกต้นกล้า
ไปปลูกจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ
ปัญหาเรื่อง น้ำ ของประเทศไทยมีหลายมิติ เรื่องของน้ำไม่ท่วม ไม่แล้ง เป็นเรื่องของรัฐบาล
ทุกรัฐบาลให้ความสำคัญ รัฐบาลนี้ก็ไม่แตกต่างจากรัฐบาลอื่น ไม่ได้โฟกัสแค่การสร้างสาธารณูปโภคใหญ่ ๆ อย่างเช่น สนามบิน หรือ แลนด์บริดจ์ แต่เรื่องของการไม่ท่วม ไม่แล้งจะมีผลกระทบในเชิงบวกและลบ ถ้าไม่ทำพี่น้องประชาชนหลายสิบล้านคนจะเป็นอย่างไร เพราะเราพึ่งการเกษตรค่อนข้างมาก ถ้าดูแลให้ดีเรื่องไม่ท่วมไม่แล้ง เชื่อว่าผลผลิตและมูลค่าทางเศรษฐกิจจะมีมาก เพราะฉะนั้นจึงให้ความสำคัญในเรื่องไม่ท่วมไม่แล้งอย่างยิ่ง รวมถึงเรื่องของการบริโภคน้ำด้วย
โครงการแรกที่รัฐบาลทำคือเรื่องของน้ำบาดาล ประเทศไทยมีแม่น้ำใหญ่ ๆ อยู่มาก เป็นสายเลือด ที่สามารถหล่อเลี้ยงให้กับพี่น้องเกษตรกร และประชาชนคนไทยได้รับผลประโยชน์จากเรื่องของการมีน้ำอุปโภค บริโภค หรือการท่องเที่ยวก็ดี
สายน้ำหลายสายมีการตื้นเขินต้องมีการขุดลอกใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของขยะ หรือตะกอน
ที่สะสมมา ทำให้ไม่สามารถระบายน้ำได้ดี เกิดการตื้นเขินได้ง่าย จึงเป็นนโยบายหลัก
ที่พยายามจะพัฒนา แก้ไข และปรับปรุงสายน้ำ ทั้ง 72 สายน้ำ
คลองหลาย ๆ คลอง เช่น คลองเปรมประชากร มีการลอกคลอง เก็บขยะ ส่วนพื้นที่ชุมชน
ที่อยู่ริมคลอง ก็มีการพัฒนาและจัดที่อยู่อาศัยให้เป็นสัดเป็นส่วน มีที่เดินได้ ทำให้พี่น้องประชาชนอยู่อย่างมีความสุข ถ้าเข้ามาในตัวเมืองไม่ว่าจะเป็นคลองโอ่งอ่าง หรือกระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย ลองไปดูวันนี้จะแปลกใจมาก เพราะคลองใสมาก และมีปลา ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนที่อยู่ริมคลองดีขึ้น มีสภาพอากาศที่ดีขึ้น และเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ เช่น คลองโอ่งอ่าง
การแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำหัวใจสำคัญที่สุด คือ ต้องเป็นความเข้าใจของพี่น้องประชาชนทุกคน เพราะเราทุกคนเป็นเจ้าของพื้นที่ตรงนั้นเหมือนกัน ต้องทำความเข้าใจกับเรื่องการดำรงชีวิต การทิ้งขยะ เพราะเป็นเรื่องสำคัญ
จากการลงพื้นที่พบปะประชาชนที่ผ่านมา ปัญหาที่สะท้อนให้เห็นคือเรื่อง สาธารณสุข จึงดำเนินการ
โครงการไปพัฒนาและเติมเต็มในแง่ของอุปกรณ์อาคารให้กับโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช โรงพยาบาลชุมชนเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลชัยพัฒน์ และหน่วยบริการปฐมภูมิ 72 แห่ง เช่น ที่จังหวัดสระแก้ว ได้มีการเพิ่มอุปกรณ์และต่อเติมอาคารให้
เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาได้เดินทางไปโรงเรียนที่จังหวัดนนทบุรี ไปดูเรื่องน้ำ เพราะว่าน้ำเป็นสิ่งที่จำเป็น ค่าใช้จ่ายในการใช้น้ำดื่มก็สูงมาก เพราะฉะนั้นเรื่องของการทำน้ำดื่มได้ในโรงเรียน
ถือเป็นเรื่องสำคัญ พยายามที่จะไปทำตรงนี้ให้ ทำน้ำให้ใสสามารถอุปโภค บริโภคได้อย่าง
ไม่มีพิษ
รัฐบาลจะทำงานร่วมกับกองทัพไทยในการที่จะมอบที่ดิน 72,000 ไร่ให้กับประชาชน ซึ่งจะมีการ Kick off เร็ว ๆ นี้ ณ จังหวัดนครพนม นอกเหนือจากการมอบที่ดิน ก็จะดูแลและซ่อมแซมบ้าน ทั่วประเทศด้วย
โครงการสำหรับกลุ่มคนพิการ โดยการจัดหากายอุปกรณ์ช่วยเหลือคนพิการ จำนวน 72,000 ชุด ซึ่งมีรถจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ได้ปล่อยรถออกไปให้อุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของคนพิการ ผู้ป่วยติดเตียง หรือทุพพลภาพให้สามารถ ดำรงชีวิตได้อย่างมีเกียรติมีศักดิ์ศรี
รัฐบาลได้ดำเนินโครงการบริจาคโลหิต 10,000,000 ซีซี ซึ่งเรื่องของการบริจาคโลหิตถือเป็นเรื่องใหญ่ ทุกวันนี้ยังมีคนที่ต้องการโลหิตอยู่จำนวนมาก เพราะฉะนั้นเรื่องของการให้ถือเป็นเรื่องสำคัญ ควรมีการรณรงค์ทั้งภาคเอกชนและหน่วยงานภาครัฐให้มีการบริจาคโลหิต
โดยเปิดให้มีการบริจาคโลหิตจนถึงสิ้นปีนี้ ประชาชนที่สนใจอยากเป็นผู้ให้ก็สามารถไปบริจาคโลหิตได้ที่โรงพยาบาลรัฐทุกแห่งทั่วประเทศ และที่สภากาชาดไทย
เชิญชวนพี่น้องประชาชนเข้าร่วมโครงการเฉลิมพระเกียรติฯ รวมถึงโครงการอื่น ๆ ของรัฐบาล ที่ได้เปิดกว้างและอยากให้ประชาชนมีส่วนร่วม รวมถึงห้างร้าน และเอกชนต่าง ๆ ก็สามารถเข้ามามีส่วนร่วมใน
10 โครงการ หรือโครงการย่อยอีก 500 กว่าโครงการ รัฐบาลขอเชิญชวนให้ทุกคนเข้ามามีส่วนร่วม
“ผมเชื่อว่าการที่พระองค์ท่านทรงงานอย่างหนักท่านไม่ได้อยู่ในวังอย่างเดียว ท่านลงพื้นที่ค่อนข้างมาก มีการลงรายละเอียดแต่ละโครงการด้วยพระองค์เอง ทางเราเองก็มีการศึกษาติดตามโครงการพระราชดำริต่าง ๆ เวลาที่ผมลงพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ ได้มีการเข้าถึงและเข้าใจถึงปัญหาต่าง ๆ ที่พระองค์ท่านพยายามจะทำ รัฐบาลมีหน้าที่ที่จะขับเคลื่อนหน่วยงานต่าง ๆ ที่อยู่ภายใต้รัฐบาล รัฐวิสาหกิจมีส่วนร่วมมาก และภาคเอกชน เราได้มีการพยายามเชิญเข้ามามีส่วนร่วมในการต่อยอดในการทำโครงการพระราชดำริต่าง ๆ” นายกฯ กล่าว