รัฐบาลสั่งเร่งแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนที่หลุดระบบการศึกษา 1.02 ล้านคน เริ่มปฏิบัติการค้นหากรกฎาคมนี้ ขับเคลื่อน Thailand Zero Dropout

(2 กรกฎาคม 2567) นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ห่วงใยอนาคตของเยาวชนไทย สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมบูรณาการการทำงานแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา ค้นหาช่วยเหลือเยาวชนอายุ 3 – 18 ปี ที่ไม่พบข้อมูลในระบบการศึกษา และดูแลช่วยเหลือเยาวชนที่อยู่นอกระบบการศึกษาเหล่านี้ ให้กลายเป็นศูนย์ หรือ Thailand Zero Dropout เริ่มปฏิบัติการค้นหาช่วยเหลือเยาวชนนอกระบบการศึกษาตั้งแต่เดือน กรกฎาคม 2567 นี้
ขับเคลื่อน 4 มาตรการสำคัญ “ค้นหา-ช่วยเหลือ-ส่งต่อ-ดูแล”
วันที่ 28 พฤษภาคม 2567 คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบมาตรการขับเคลื่อนประเทศไทยเพื่อแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์ (Thailand Zero Dropout) พิจารณาดำเนินการ ดังนี้
1. มาตรการค้นหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาผ่านการบูรณาการและเชื่อมโยงข้อมูลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 
2. มาตรการติดตาม ช่วยเหลือ ส่งต่อ และดูแลเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา โดยบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความเหมาะสมในการช่วยเหลือเด็กและเยาวชนแต่ละรายทั้งด้านการศึกษา สุขภาวะ พัฒนการ สภาพความเป็นอยู่ และสภาพสังคม 
3. มาตรการจัดการศึกษาและเรียนรู้แบบยืดหยุ่น มีคุณภาพ และเหมาะสมกับศักยภาพของเด็กและเยาวชนแต่ละราย มีเป้าหมายเพื่อให้เด็กและเยาวชนได้รับการศึกษาและพัฒนาเต็มศักยภาพของตนเอง 
4. มาตรการส่งเสริมผู้ประกอบการภาคเอกชนให้เข้ามาร่วมจัดการศึกษาหรือเรียนรู้ มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นให้ผู้ประกอบการเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาหรือการเรียนรู้ในลักษณะ Learn to Earn ให้เด็กและเยาวชนอายุ 15-18 ปี ได้พัฒนาทักษะการทำงานที่สอดคล้องกับตลาดแรงงาน เหมาะสมตามศักยภาพและมีรายได้เสริมระหว่างการศึกษา
วางเป้าหมายประโยชน์หลังขับเคลื่อน Thailand Zero Dropout
    สำหรับประโยชน์ที่จะได้รับจาการดำเนินมาตรการ เกิดพื้นที่จังหวัดขับเคลื่อน Thailand Zero Dropout รวม 25 จังหวัด 
•    ดูแลกลุ่มเป้าหมายเด็กและเยาวชนที่หลุดออกระบบการศึกษากลับเข้าสู่ระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่นได้ จำนวน 20,000 คน ในปีงบประมาณ พ.ศ.2567 
•    จะคลอบคลุมพื้นที่ 77 จังหวัด ในปีงบประมาณ พ.ศ.2568 เป็นต้นไป 
•    ดูแลกลุ่มเป้าหมายเด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษาได้ จำนวน 100,000 คน ในปีงบประมาณ พ.ศ.2568 
•    จำนวน 50,000 คน ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 
•    จำนวน 1,000,000 คน ภายในปีงบประมาณ พ.ศ.2570
เริ่มปฏิบัติการค้นหา-ช่วยเหลือเด็กและเยาวชน ก.ค.นี้
ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2567 ทุกจังหวัดจะ Kick off กระบวนการค้นหาและช่วยเหลือเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาทั้งประเทศ ใช้ Application “Thai Zero Dropout” สนับสนุนภารกิจ สำรวจค้นหา วางแผน ช่วยเหลือ และเชื่อมโยง ส่งต่อการช่วยเหลือทั้งระดับพื้นที่และระดับประเทศ รวมถึงการติดตามความก้าวหน้า 
จากการบูรณาการฐานข้อมูล พบมีเด็กและเยาวชนในช่วงอายุ 3 – 18 ปี จำนวนทั้งสิ้น 1,025,514 คน ที่ไม่พบข้อมูลในระบบการศึกษา 
ลงนามเดินหน้าบูรณาการขับเคลื่อน 11 หน่วยงานแก้ปัญหา
(28 มิถุนายน 2567) 11 หน่วยงาน ประกอบด้วย มท. ศธ. ดศ. พม. สธ. รง.กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) กรุงเทพมหานคร (กทม.) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) ( สคช.) และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาหรือได้รับการส่งเสริมการเรียนรู้ตามศักยภาพ หรือ  “Thailand Zero Dropout” 
•    กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมจะเป็นเจ้าภาพบูรณาการเชื่อมโยง และจัดทำข้อมูลเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาเป็นประจำทุกปี
•    ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งส่วนกลางและพื้นที่ ติดตามช่วยเหลือนักเรียนเป็นประจำก่อนเปิดภาคเรียน 
•    จะพัฒนา Big Data Analytics ช่วยทำนายความเสี่ยงการหลุดออกนอกระบบการศึกษาของเด็กและเยาวชน 
•    บูรณาการฐานข้อมูลของบิดา มารดา หรือผู้ปกครองที่อยู่ในกระทรวงต่าง ๆ เพื่อนำมาวิเคราะห์ความสามารถในการเลี้ยงดู
•    แบ่งกลุ่มเด็กที่มีความเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษาในระดับต่าง ๆ เพื่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าไปช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที
 


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar