เดินหน้าสนามบิน ‘เพชรหัวหิน’ พร้อมขับเคลื่อนสู่การเป็น Aviation Hub และ Tourism Hub

ก่อนหน้านี้ (13 พ.ค. 67) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะ ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการพัฒนามาตรฐานสนามบิน เพื่อรองรับ International flights ณ ท่าอากาศยานหัวหิน ตำบลหัวหิน อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดย นายกฯ ได้สั่งการให้เร่งรัดดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในไตรมาสที่ 4 ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่น เพื่อให้ทันรองรับนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวชะอำ จังหวัดเพชรบุรี และหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมกันนี้ นายกฯ ขอให้มีการบริหารจัดการเรื่องสายการบินจากเชียงใหม่มาหัวหิน ทั้งนี้ ในอนาคตคาดว่าจะมีสายการบินบินตรงจากหาดใหญ่มาหัวหิน ซึ่งจะทำให้นักท่องเที่ยวจากประเทศมาเลเซียเดินทางมาท่องเที่ยวได้สะดวกขึ้น สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่ต้องการส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวใช้เวลาอยู่ในประเทศไทยมากขึ้น จะเพิ่มการใช้จ่ายสร้างรายได้
เข้าประเทศเพิ่มขึ้น
พัฒนามาตรฐานท่าอากาศยานหัวหิน เพื่อรองรับ International flights
ความคืบหน้าของการพัฒนามาตรฐานสนามบิน เพื่อรองรับ International flights แบ่งออกเป็น
ด้านต่าง ๆ ดังนี้ 
•    ด้านมาตรฐานความปลอดภัยของสนามบิน 
•    ด้านการบริหารจัดการพื้นที่รองรับผู้โดยสาร 
•    ด้านการตรวจเอกสารผู้โดยสารขาเข้าและขาออก 
ทั้งนี้ รัฐบาลมีแผนจะขยายขีดความสามารถสนามบินให้รองรับผู้โดยสารได้เพิ่มมากขึ้น จากข้อมูลของกระทรวงการท่องเที่ยวและการกีฬา เผยถึงจำนวนนักท่องเที่ยว ในปี 2565 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีนักท่องเที่ยว 9.75 ล้านคน ในปี 2566 มีจำนวนนักท่องเที่ยว 11.14 ล้านคน เพิ่มขึ้นประมาณ 1.4 ล้านคน สะท้อนให้เห็นถึงอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพการท่องเที่ยวที่แข็งแกร่ง 
โดย การพัฒนามาตรฐานท่าอากาศยาน เป็นส่วนสำคัญของรัฐบาลที่ได้ประกาศวิสัยทัศน์ ผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค (Aviation Hub) ดังนั้นการที่จะยกระดับให้ไทยเป็น Aviation Hub จึงเป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลจะต้องทำให้เกิดขึ้นให้ได้ เพื่อส่งเสริมการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว สร้างรายได้ฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ และนำความอยู่ดีกินดีมาสู่พี่น้องประชาชน โดยรัฐบาลมีแผนจะพัฒนาท่าอากาศยานของไทยให้กลับมาติดอันดับ 1 ใน 20 สนามบินที่ดีที่สุดในโลกภายใน 5 ปี เนื่องจากประเทศไทยตั้งอยู่ในจุดภูมิศาสตร์กึ่งกลางของเอเชียแปซิฟิก มีพรมแดนติดกับ 3 ประเทศเพื่อนบ้าน อีกทั้งได้รับสิทธิประโยชน์จากการเปิดบินเสรีการบินอาเซียน หากผลักดันให้ไทยสามารถเป็น Aviation Hub ได้ จะเป็นการสร้างโอกาสที่ดีให้กับประเทศอย่างมาก 
นายกฯ โพสต์ย้ำ สนามบิน “เพชรหัวหิน” คืบหน้ามาก สั่งกระทรวงคมนาคมหารือเปิดเส้นทางบินเพิ่ม
(16 มิ.ย. 67) นายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กเกี่ยวกับความคืบหน้าในการพัฒนาสนามบินเพชรหัวหินว่า ก่อนหน้านี้เคยมาตรวจความพร้อม และเร่งรัดการขยายรันเวย์ที่นี่แล้วครั้งหนึ่ง วันนี้ใช้เวลาช่วงวันหยุดมาตรวจความพร้อมของที่นี่อีกครั้ง เนื่องจากตอนนี้มีสายการบินพาณิชย์ของแอร์เอเชีย เปิดให้บริการในเส้นทางบิน 
หัวหิน - เชียงใหม่ วันละ 1 เที่ยวบิน ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวมากขึ้น
เพชรบุรี - ประจวบคีรีขันธ์ ถือเป็นประตูบานหนึ่งสู่การเป็น Aviation Hub และ Tourism Hub โดยทางสายการบินแอร์เอเซียพร้อมเปิดเส้นทางบินจากภูมิภาคอื่นทั้งอีสาน และใต้ มาลงที่นี่เพิ่มเติมด้วย ซึ่งได้กำชับให้กระทรวงคมนาคม (ท่านรัฐมนตรีสุริยะ และท่านปลัดคมนาคม) เร่งดำเนินการปรับปรุงพื้นที่ให้บริการ และประสานกับสายการบินพาณิชย์ต่าง ๆ ที่พร้อมให้บริการในพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวเพิ่มมากสามารถเปิดเส้นทางบินเพิ่มได้
เตรียมแผนยกระดับสนามบินทั่วประเทศ
รัฐบาลมีแผนยกระดับสนามบินทั่วประเทศ โดยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกี่ยวกับระบบบริการผู้โดยสารสมัยใหม่เข้ามาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการให้มีประสิทธิภาพ สะดวก รวดเร็วมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมีแผนขยายอุตสาหกรรมการบำรุงรักษาให้กลายเป็นศูนย์กลางการบำรุงรักษาทั้งเครื่องบินพาณิชย์และเครื่องบินส่วนตัว มีระบบคลังสินค้าควบคุมอุณหภูมิเพื่อกระจายสู่ประชากรกว่า 280 ล้านคน 
ทั้งไทย มาเลเซีย สปป.ลาว กัมพูชา และเวียดนาม พร้อมทั้งจะต่อยอดความร่วมมือกับสายการบินต่าง ๆ 
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สมาคมโรงแรม และการพัฒนาสายการบินไทย ในการปรับปรุงเส้นทางตารางการบินให้เหมาะสม จำนวนและประเภทเครื่องบิน บัตรโดยสารและการบริการ ตลอดจนส่งเสริมบุคลากรให้เพียงพอและพร้อมให้บริการนักท่องเที่ยว และผู้เข้ามาใช้บริการ
ดันไทยเป็น Tourism Hub ตั้งเป้าหมายรายได้ทางการท่องเที่ยว 3.5 ล้านล้านบาท
โดยในปี 2567 รัฐบาลได้ตั้งเป้าหมายรายได้ทางการท่องเที่ยว 3.5 ล้านล้านบาท และจะทวีเพิ่มมากขึ้นในปีต่อ ๆ ไป ด้วย 5 กลยุทธ์สำคัญ ประกอบด้วย 
•    การยกระดับประสบการณ์ (Experience) ของการท่องเที่ยวไทยในทุก Touch Point
•    การโปรโมต Soft Power ด้วยเรื่องราว (Story) ที่ดึงดูดใจผ่านการนำเสนอ 5 Must Do in Thailand 
•    การกระจายการท่องเที่ยวเชื่อมสู่เมืองใกล้เคียงที่เป็นเมืองน่าเที่ยว หรือ Hidden Gems 
•    การพัฒนาการท่องเที่ยวทั้งภูมิภาค CLMV (กัมพูชา สปป. ลาว เมียนมา และเวียดนาม) โดยมีประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง 
•    การเป็นศูนย์กลาง Event ระดับโลกตลอดทั้งปี 


นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับคุณภาพทางการท่องเที่ยวควบคู่ไปกับปริมาณจำนวนนักท่องเที่ยว และการบูรณาการการทำงานและความร่วมมือของทุกฝ่าย ที่จะทำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นฟันเฟืองสำคัญในการสร้างและกระจายรายได้ไปสู่ชุมชนท้องถิ่น ตลอดจนทำให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต้องการมาเยือน
 


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar