ครม. มีมติเห็นชอบแนวทางการจัดทำงบประมาณและปฏิทินงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ตามที่สำนักงบประมาณ (สงป.) เสนอ โดยงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 โดยงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 มีจำนวนทั้งสิ้น 3,480,000 ล้านบาท สงป. ได้จัดสรรงบประมาณแล้วรวมทั้งสิ้น 3,457,941.24 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 99.37 โดยใช้จ่ายงบประมาณไปแล้ว 7 เดือน จำนวน 1,749,963.43 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 50.61 ของงบประมาณที่จัดสรร เหลืออีกประมาณครึ่งหนึ่งเป็นงบรายจ่ายประจำ ประกอบด้วย เงินเดือนข้าราชการ การชำระหนี้ และงบผูกพันที่ต้องจ่ายแน่นอน ประมาณ 1.25 ล้านล้านบาท ซึ่งเหลืองบลงทุนใหม่ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 ประมาณ 500,000 ล้านบาท สำหรับใช้จ่ายในระยะเวลา 5 เดือน นับจากเดือนพฤษภาคม – กันยายน 2567 ดังนั้น เพื่อให้ใช้จ่ายได้ทันสำนักงบประมาณจึงเสนอ การบริหารจัดการเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 โดยการจัดทำพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ
พ.ศ. 2567 ซึ่งเป็นวิธีการบริหารจัดการงบประมาณเพื่อดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลที่จะเพิ่มปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน และเป็นการวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัลให้กับประเทศ
แนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม พ.ศ. 2567
1. มุ่งเน้นดำเนินการตามนโยบายสำคัญของรัฐบาลเพื่อเติมเงินในระบบเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง กระจายไปทุกพื้นที่ให้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจถึงฐานราก
2. จัดทำงบประมาณเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวและส่งเสริมอัตรา การขยายตัวของเศรษฐกิจให้สูงกว่าค่าเฉลี่ยและอัตราการขยายตัวตามศักยภาพโดยมุ่งเน้นการสร้างรายได้ ขยายโอกาส ดูแลคุณภาพชีวิตและความมั่นคง ให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี
3. การดำเนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 พระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 กฎหมาย ระเบียบ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีอย่างครบถ้วน
เห็นชอบหลักการ เพื่อดำเนินโครงการดิจิทัลวอลเล็ต (Digital Wallet)
(1 พ.ค. 67) สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง ได้หารือร่วมกับ สำนักงบประมาณ (สงป.) เกี่ยวกับการบริหารจัดการเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 เพื่อนำมาใช้ในการดำเนินโครงการ Digital Wallet ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 (21 พ.ค. 67) นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า คณะรัฐมนตรี ได้เห็นชอบในหลักการให้ทำงบประมาณเพิ่มเติม เพื่อดำเนินในโครงการเงินดิจิทัลวอลเล็ต (Digital Wallet) ตามมติครม. เดิม
สำหรับการใช้แหล่งเงินงบประมาณปี 67 นั้น มีวิธีการบริหารแหล่งเงินหลายวิธี ทั้งการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ การใช้งบกลางกรณีฉุกเฉินและจำเป็น รวมถึงการทำงบประมาณเพิ่มเติมด้วย ซึ่งหลังจากประชุม
ทั้งสองหน่วยงานนำเสนอแนวทางที่เหมาะสม คือ การใช้งบเพิ่มเติม โดยผูกพันกับการใช้งบประมาณของรัฐไปกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งหากผ่านการอนุมัติของครม. แล้วจะเสนอเข้าสู่ขั้นตอนสภาฯ ได้ภายในเดือนกรกฎาคม คาดว่าจะสามารถดำเนินการได้แล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคมนี้
คาดดิจิทัลวอลเล็ตดัน GDP ขยายตัว 0.25%
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เผยว่า หากรัฐบาลสามารถทำนโยบายเติมเงินดิจิทัล 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet ได้ตามเป้าหมาย (ไตรมาสที่ 4 ของปี 2567) เชื่อว่าจะมีส่วนผลักดันให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ขยายตัวได้เพิ่มเติมอีกประมาณ 0.25% จากประมาณการของ สศช.ที่คาดว่าทั้งปีเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ 2-3% หรือเฉลี่ย 2.5%