นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี มีกำหนดการเดินทางไปตรวจราชการจังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดกาญจนบุรี และจังหวัดราชบุรี ระหว่างวันที่ 10 - 12 พฤษภาคม 2567 เพื่อตรวจติดตามการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลทั้งด้าน สถานการณ์การค้าชายแดน สถานการณ์การซื้อขาย ราคาผลิตผลทางการเกษตร การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ตลอดจนพบปะประชาชนชาวเกษตร และหารือประเด็นปัญหาในพื้นที่และการพัฒนาจังหวัด โดยมีกำหนดการ ดังนี้
วันศุกร์ที่ 10 พฤษภาคม 2567 เวลา 14.15 น. นายกรัฐมนตรีจะพูดคุยประเด็นปัญหาในพื้นที่และพบปะประชาชน ณ ประตูระบายน้ำจรเข้สามพัน ตำบลจรเข้สามพัน อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี
• เดินทางต่อไปยัง ประตูระบายน้ำลาดน้ำเตียน อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อพูดคุยประเด็นปัญหาในพื้นที่ โดยเฉพาะสถานการณ์น้ำในช่วงใกล้ฤดูฝน
• เดินทางไปที่วัดเขาทำเทียม ตำบลอู่ทอง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อสักการะพระพุทธปุษยคีรีศรีสุวรรณภูมิ (หลวงพ่ออู่ทอง) พระพุทธรูปแกะสลักหน้าผาขนาดใหญ่ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของชาว จังหวัดสุพรรณบุรี
โฟกัสปัญหาในพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี
เนื่องจากจังหวัดสุพรรณบุรี ประสบปัญหาภัยแล้งในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง จึงมีแนวคิดที่จะของบประมาณเพื่อผันน้ำจากแม่น้ำแม่กลอง จากจังหวัดราชบุรีและกาญจนบุรี มาในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี ระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร ผ่านแม่น้ำจรเข้สามพัน เนื่องจากปริมาณในเขื่อนกระเสียวมีน้อย ไม่เพียงพอต่อการเกษตรจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการประสานให้มีการผันน้ำ เพื่อช่วยให้พี่น้องเกษตรกรที่ทำนา ซึ่งขณะนี้ไม่มีน้ำทำนา โดยฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน โครงการชลประทานสุพรรณบุรี ได้ดำเนินโครงการผันน้ำเมื่อปี 2566 จากบึงลาดน้ำเตียนไปยังคลองมะขามเฒ่า-อู่ทอง เพื่อลดผลกระทบการขาดแคลนน้ำในพื้นที่เกษตรกรรม โดยเฉพาะบริเวณปลายคลองมะขามเฒ่า-อู่ทอง แต่จากสภาวะฝนทิ้งช่วงที่มักเกิดขึ้นประจำ ประกอบกับสภาพคลองที่มีระยะทางค่อนข้างยาว มีการใช้น้ำเพื่อการเกษตรตลอดแนว จึงต้องช่วยลดความเสียหายให้แก่ชุมชนเมือง พืชผลทางการเกษตร และสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้กับผู้ใช้น้ำด้วย
หอการค้าสุพรรณบุรีเตรียมชง 3 ประเด็น
• การจัดหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) ให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)
• เรื่องเส้นทางคมนาคมโลจิสติกส์ ทำเส้นทางขนส่งทางรางต่อเชื่อมรถไฟจากสุพรรณบุรีไปสิ้นสุดที่สถานีรถไฟชุมทางบ้านภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระยะทาง 40 กิโลเมตร สามารถเชื่อมต่อไปภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือได้
• เรื่องการปรับค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาท
11-12 พฤษภาคม ตรวจราชการ จ.กาญจนบุรี - ราชบุรี
วันเสาร์ที่ 11 พฤษภาคม 2567 เวลา 10.00 น. นายกฯ จะติดตามประเด็นปัญหาน้ำท่วมขังซ้ำซากในพื้นที่เทศบาล ณ แก้มลิงตำบลปากแพรก อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี
• เดินทางไปที่กองพลทหารราบที่ 9 ตำบลลาดหญ้า อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ประชุมหารือประเด็นปัญหาและการพัฒนาจังหวัดกาญจนบุรี เช่น ประเด็นสถานการณ์ความมั่นคงชายแดน ด่านศุลกากร แรงงานข้ามชาติ และประเด็นอื่น ๆ
• เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ จากจุดจอด ฮ. กองพลทหารราบที่ 9 ไปยังสนาม ฮ.ร้อย ตชด.134 ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี เพื่อไปตรวจเยี่ยมสถานการณ์การค้าชายแดน ณ ด่านศุลกากรสังขละบุรี อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี แล้วเดินทางต่อไปยังสะพานอุตตมานุสรณ์ (สะพานมอญ) อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อหารือการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว
วันอาทิตย์ที่ 12 พฤษภาคม 2567 เวลา 11.00 น. นายกฯ จะติดตามสถานการณ์การซื้อขาย ราคาผลิตผลทางการเกษตร พบปะประชาชนชาวเกษตร ณ ตลาดกลางผักและผลไม้จังหวัดราชบุรี (ตลาดศรีเมือง) อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี
• ช่วงบ่าย จะประชุมหารือประเด็นปัญหาและการพัฒนาจังหวัดราชบุรี ณ ศาลากลางจังหวัดราชบุรี อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี
• ไปเยี่ยมชมและหารือการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง ณ โรงโอ่งรัตนโกสินทร์ 1 อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี ทั้งนี้ กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม
ติดตามงานนโยบาย ทุกด้านของแต่ละพื้นที่
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุด้วยว่า เป้าหมายการลงพื้นที่ตรวจราชการครั้งนี้ นายกฯ ให้ความสำคัญในการติดตามงานต่าง ๆ ตามนโยบายของรัฐบาล เช่น การแก้ไขปัญหาความมั่นคง สถานการณ์การค้าชายแดน การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ตามนโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยวเมืองรอง เพื่อสร้างความเป็นอยู่ที่ดี สร้างรายได้และอาชีพให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน รวมถึงติดตามสถานการณ์การซื้อขาย ราคาผลิตผลทางการเกษตร เพื่อดูแลราคาพืชผลทางการเกษตรให้เป็นไปอย่างเหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์ และเพิ่มรายได้ให้กับพี่น้องเกษตรกรเพิ่มขึ้น
13-14 พฤษภาคม ลง จ.เพชรบุรี – ประชุม ครม.สัญจร
วันจันทร์ที่ 13 พฤษภาคม เดินทางไปยังพื้นที่ จ.เพชรบุรี
วันอังคารที่ 14 พฤษภาคม นายกฯ จะจัดประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรในพื้นที่ จังหวัดเพชรบุรี
15-24 พฤษภาคม นายกฯ เยือน 3 ประเทศ
นอกจากนี้ ยังมีกำหนดการเดินทางไปเยือนต่างประเทศ 3 ประเทศ ตั้งแต่วันที่ 15-24 พฤษภาคม 2567 ได้แก่ ฝรั่งเศส อิตาลี และญี่ปุ่น โดยระบุว่า จะเน้นดึงการลงทุนเข้าประเทศ ชูจุดแข็งที่เป็น Soft Power สร้างความร่วมมือหลายด้าน ทั้งการค้า อุตสาหกรรม และพลังงาน เพื่อประโยชน์ของประชาชน