ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม ทาวัน นำทีม MIND กาญจนบุรี ตรวจเยี่ยมและติดตามผลการดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการกำกับ ดูแล และส่งเสริมการประกอบการเหมืองแร่ตามแนวอุตสาหกรรมวิถีใหม่ "เหมืองแร่ดี คู่ชุมชน"
วันที่ 25 กรกฎาคม 2566 เวลา 10.00 น. นายทาวัน ทวีถาวรสวัสดิ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ตรวจติดตามผลการดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการกำกับ ดูแลและส่งเสริมการประกอบการเหมืองแร่ตามแนวอุตสาหกรรมวิถีใหม่ "เหมืองแร่ดี คู่ชุมชน" โดยมีนายเนตร์ กัญยะมาสา อุตสาหกรรมจังหวัดกาญจนบุรี นายจิรวัฒน์ เทอดพิทักษ์พงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายภาคที่ 1 และเจ้าหน้าที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดกาญจนบุรี (สอจ.กาญจนบุรี) ให้การต้อนรับ โดยได้รายงานผลการดำเนินงานโครงการฯ ในการตรวจกำกับ ดูแลสถานประกอบกิจการเหมืองแร่และอุตสาหกรรมพื้นฐาน รวมถึงการเฝ้าระวังเพื่อปราบปรามการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.แร่ พ.ศ. 2560 การจัดประชุมชี้แจงแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดตาม พ.ร.บ. แร่ พ.ศ. 2560 แก่ผู้ประกอบการเหมืองแร่และอุตสาหกรรมพื้นฐาน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ ผู้ตรวจฯ ทาวัน เน้นย้ำ ในประเด็นมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองที่เกิดจากภาคอุตสาหกรรม เหมืองแร่ และอ้อยเผา ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี โดยภาครัฐฯ ภาคอุตสาหกรรม ควรออกมาตรการในการป้องปราม พร้อมส่งเสริมให้ผู้ประกอบการฯ เกษตรกร มีการบูรณาการการทำงานเชิงรุก ในการแก้ไขปัญหาฯ ดังกล่าว
เวลา 14.30 น. คณะผู้ตรวจฯ ได้เข้าตรวจเยี่ยมให้คำปรึกษา บริษัท ปัญญารักษา จำกัด ตำบลวังด้ง อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ประกอบกิจการผลิตตะกั่วบริสุทธิ์ตะกั่วผสมพลวงและบริการรับกำจัดกากและของเสียที่มีตะกั่วปนเปื้อน ซึ่งใช้กระบวนการถลุงโลหะตะกั่วจากสินแร่ นำผงตะกั่วและแผ่นธาตุแบตเตอรี่ที่ยังไม่ได้ใช้งานและเป็นของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมแบตเตอรี่มาผ่านกรรมวิธีการผลิตทางอุตสาหกรรมเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ สถานประกอบการที่มีการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในกระบวนการผลิต มีประสิทธิภาพ คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และความปลอดภัย จากการตรวจเยี่ยมสถานประกอบการฯ ผู้ตรวจฯ ทาวัน ได้เสนอแนะแนวทางให้สถานประกอบการฯ คำนึงถึงการประกอบธุรกิจที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ชุมชนโดยรอบ เข้าไปช่วยเหลือ ดูแลโดยการสำรวจความต้องการของชุมชนเป็นสำคัญ ส่งเสริมให้เกิดการจ้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ และดูแลสิ่งแวดล้อม เพื่อให้สถานประกอบการและชุมชนอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน
วันที่ 26 กรกฎาคม 2566 เวลา 9.00 น. คณะผู้ตรวจราชการฯ เข้าตรวจเยี่ยมให้คำปรึกษา บริษัท เหมืองศิลาสยาม จำกัด อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ดำเนินกิจการเหมืองหินชนิดหินปูนเพื่ออุตสาหกรรม อาทิ งานคอนกรีต งานทำถนน และได้ชื่นชมสถานประกอบการในการเป็นอุตสาหกรรมที่ดีมี MIND นอกเหนือจากการดำเนินธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ ดูแลสังคมและชุมชนรอบเหมืองแร่ พร้อมทั้งมีการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมตามเงื่อนไขมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนให้เกิดอาชีพและสร้างรายได้ พร้อมทั้งได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับกองทุนพัฒนาหมู่บ้านรอบพื้นที่เหมืองแร่ โดยให้คำนึงถึงความต้องการของชุมชนเป็นหลัก
จากนั้นได้เข้าเยี่ยมชม (ชุมชนโดยรอบเหมืองแร่) วิสาหกิจชุมชนบ้านไร่ห่มรัก ตำบลพังตรุ อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ผลิตไข่เค็มและหมี่กรอบ โดยมีการพัฒนาจนได้รับการรับรองมาตรฐาน อย. ผู้ตรวจฯ ทาวัน ได้ให้คำแนะนำด้านการบริหารจัดการวัตถุดิบตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ โดยเสนอให้บริษัท เหมืองศิลาสยาม จำกัด จัดทำโครงการสนับสนุนเนื่องจากกลุ่มฯ ประสบปัญหาเรื่องคุณภาพของวัตถุดิบ (ไข่เป็ด) โดยให้ สอจ.กาญจนบุรี ประสานกับเกษตรจังหวัด ปศุสัตว์จังหวัด ให้องค์ความรู้ด้านการเลี้ยงเป็ดไข่ การบริหารจัดการ การแปรรูปผลิตภัณฑ์ รวมถึงช่องทางการจัดจำหน่าย แก่กลุ่มวิสาหกิจชุมชน
เวลา 14.00 น. คณะผู้ตรวจฯ เข้าตรวจเยี่ยมให้คำปรึกษา บริษัท สยามบานาน่า จำกัด อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี ประกอบกิจการ ผลิตและจำหน่ายกล้วยฉาบ กล้วยอบ กล้วยกวนรวมทั้งผลิตภัณฑ์จากกล้วย เพื่อจำหน่ายเป็นของฝากประจำจังหวัดกาญจนบุรี โดยก่อตั้งจากกลุ่มสตรีพัฒนากล้วยน้ำว้าไทย มีสมาชิกกว่า 100 ราย ในปี 2550 ได้รับมาตรฐานสินค้ามาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) และได้เข้าร่วมโครงการพัฒนามาตรฐานการจัดการสุขลักษณะที่ดี GMP ของสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดกาญจนบุรี ประสบความสำเร็จ จนมีช่องการจัดจำหน่ายสินค้าในห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่จนถึงปัจจุบัน บริษัทฯดำเนินการสร้างงาน และสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน โดยการรับซื้อวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการแปรรูปจากกลุ่มอาชีพในพื้นที่ต่าง ๆ เช่น กลุ่มแม่บ้านในอำเภอไทรโยค อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี กลุ่มแม่บ้านในจังหวัดเพชรบุรี กลุ่มแม่บ้านในจังหวัดน่าน เป็นต้น ปัจจุบันได้รับมาตรฐานบริการร้านกาแฟ มาตรฐานอุตสาหกรรมเอส (มอก.เอส) และในปี พ.ศ.2565 ได้รับการสนับสนุนสินเชื่อกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ จำนวน 3 ล้านบาท จากกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อขยายธุรกิจ
จากการตรวจติดตามผลโครงการฯ ครั้งนี้ ผู้ตรวจฯ ได้ให้ข้อเสนอแนะการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่าง สอจ. โรงงาน และเหมืองแร่ในพื้นที่ เพื่อร่วมกันหาแนวทางการขับเคลื่อนนโยบาย MIND "ปั้นอุตสาหกรรมดีคู่ชุมชน" ตามหลักกระบวนการบริหารจัดการวัตถุดิบในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Management) เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานอย่างยั่งยืนโดยการนำ BCG model มาใช้ โดยปัจจุบันอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตร (อ้อย มันสำปะหลัง กล้วย) ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิต และประสบปัญหาปริมาณวัตถุดิบไม่เพียงพอ หากสามารถผลักดันให้กลุ่มเกษตรกรที่อยู่โดยรอบโรงงาน และ เหมืองแร่ ปลูกพืชเกษตรที่เป็นความต้องการของโรงงาน ให้องค์ความรู้ในการปลูกพืช รวมถึงการใช้กากตะกอนน้ำเสียจากโรงงานฯ ที่ได้รับอนุญาตมาใช้ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าโดยการหมุนเวียนของเสียมาใช้ประโยชน์ต่อเนื่อง เพื่อลดการใช้ทรัพยากร ลดของเสีย ลดปัญหาสิ่งแวดล้อม และต้นทุนการผลิต ซึ่งเป็นการสร้างอาชีพและรายได้ให้กลุ่มเกษตรกร และสามารถแก้ไขปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบในพื้นที่ได้
แหล่งที่มา https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/70847