วานนี้ (4 กรกฎาคม 2566) ที่บริเวณหน้าสถานีตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช จัดแถลงข่าวผลการจับกุมรถสวมแผ่นป้ายทะเบียนปลอมและใช้เอกสารปลอมในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมี พล.ต.ต.สมชาย ซื่อต่อตระกูล ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน
พล.ต.ต.สมชาย ซื่อต่อตระกูล ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า ตามที่ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ตำรวจทั่วประเทศตรวจเข้ม เจอจับผู้ที่กระทำความผิดในการสวมแผ่นป้ายทะเบียนปลอม และใช้เอกสารราชการปลอม ซึ่งการปลอมแปลงแผ่นป้ายทะเบียนรถ สวมทะเบียน แก้ไขเปลี่ยนแปลงตัวเลข อักษร หรือใช้แผ่นป้ายพลิกซ่อน เพื่อหวังตบตาเจ้าหน้าที่ตำรวจ และใช้ในการกระทำความผิด การกระทำเช่นนี้มีความผิดฐานปลอมแปลงเอกสาร มีโทษจำคุกสูงสุด 5 ปี
ซึ่งตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ร่วมกันกวดขัน เร่งรัดจับกุมผู้กระทำความผิดอย่างต่อเนื่อง นำมาสู่การจับกุมและแถลงผลการจับกุม ภายใต้อำนวยการของพล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผบช.ภ.8, พล.ต.ต.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ รอง ผบช.ภ.8, พล.ต.ต.สมชาย ซื่อต่อตระกูล ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช, พ.ต.อ.สุวัฒน์ สุขศรี รอง ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช, พ.ต.อ.พิศิษฐ์ วิเศษวงศ์ ผกก.สส.ภ.จว.นครศรีธรรมราช สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ศปจร.ภจว.นครศรีธรรมราช นำโดย ร.ต.ท.ขยัน ทองมี, ด.ต.พิศิษฐ์ ครรชิต, จ.ส.ต.ปณวัส สุขจันทร์ และ จ.ส.ต.ศุภชัย รสชื่น ออกปฏิบัติหน้าที่ปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์, รถจักรยานยนต์ รถที่สวมป้ายทะเบียนและการใช้เอกสารราชการปลอมในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช
ตามแผนระดมกวาดล้างอาชญากรรมในพื้นที่รับผิดชอบ โดยเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2566 ที่ผ่านมาได้จับกุมตัวนายธีรภัทร อายุ 43 ปี ชาวตำบลพรหมโลก อำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราชตรวจยึดพร้อมของกลาง ได้แก่ รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน ยี่ห้อ NISSAN รุ่น SYLPHY สีดำ จำนวน 1 คัน ติดแผ่นป้ายทะเบียนกรุงเทพมหานคร ซึ่งได้ตรวจสอบแล้วเป็นแผ่นป้ายทะเบียนปลอมที่ไม่ได้ออกโดยกรมการขนส่งทางบก จำนวน 2 แผ่น และแผ่นป้ายการแสดงการเสียภาษีประจำปี เป็นแผ่นป้ายการแสดงเสียภาษีปลอม ที่ไม่ได้ออกโดยกรมการขนส่งทางบก จำนวน 1 แผ่น
จากการตรวจสอบ พบว่าเป็นรถยนต์ หมายเลขทะเบียนสงขลา สีดำ ยี่ห้อ NISSAN รุ่น SYLPHY ผู้ครอบครองนายปริญญา ขอสงวนนามสกุล ผู้ถือ กรรมสิทธิ์ บริษัท นิสสัน ลิสซิ่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งเหตุแห่งการจับกุมให้ทราบว่า “ปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม”และนำตัวส่งพนักงานสอบสวนพร้อมของกลางส่ง สภ.เมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์, รถจักรยานยนต์ ตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งจากสายลับว่ารถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน ยี่ห้อ HONDA รุ่น CIVIC สีขาว ติดแผ่นป้ายทะเบียนกรุงเทพมหานคร เป็นรถยนต์ที่มีไว้หรือได้มามิชอบด้วยกฎหมาย
ซึ่งได้มีการโพสต์โฆษณาบนสื่อสังคมออนไลน์เฟซบุ๊ก(Facebook) เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ตรวจสอบข้อมูลยานพาหนะ ผลการตรวจสอบ คือ รายละเอียดทะเบียนรถ ยานพาหนะ รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน ทะเบียนรถกทม. วันจดทะเบียน 26 ต.ค.2559 ยี่ห้อ HONDA รุ่น CIVIC สีขาว วันสิ้นสุดภาษี 26 ต.ค.2560 ชื่อผู้ครอบครอง นางณัฐยา ขอสงวนนามสกุล ผู้ถือกรรมสิทธิ์ ธนชาต จำกัด(มหาชน) โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบหาพบว่ารถคันดังกล่าวได้จอดอยู่ในเต็นท์รถยนต์ของนายชำนาน ขอสงวนนามสกุล (เจ้าของเต็นท์รถ)
ซึ่งเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2566 ได้ร่วมกันตรวจสอบภายในเต็นท์รถยนต์ ได้พบรถยนต์ ยี่ห้อ HONDA รุ่นCIVIC สีขาว ติดแผ่นป้ายทะเบียนนครศรีธรรมราช ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อได้ว่าอาจจะถูกสวมทะเบียนหรือสวมซากมา เพราะหมายเลขเฟรมใต้ฝากระโปรงรถยนต์ ไม่ตรงกับตัวรถ หรือได้มาจากการกระทำผิด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้จัดทำบันทึกการตรวจยึด พร้อมนำรถยนต์ของกลางดังกล่าว ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อสืบสวนสวบสวนหาผู้กระทำผิดและผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่แท้จริงต่อไป
ศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์, รถจักรยานยนต์ ตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช ขอแจ้งเตือนพี่น้องประชาชนที่จะซื้อรถมือสองในราคาถูกกว่าท้องตลาดและติดต่อซื้อรถกันทางสื่อสังคมออนไลน์ เฟซบุ๊ก ต้องตรวจเอกสารประจำรถที่ออกจากกรมการขนส่งทางบก มิฉะนั้น รถที่ได้มาอาจมิชอบด้วยกฎหมาย เช่น รถลักขโมย, รถสวมแผ่นป้ายทะเบียน, ป้ายแสดงการเสียภาษีปลอม เพราะอาจจะตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพ เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจสอบและจับกุม จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ข้อหา “ปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม” ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 100,000 บาท
แหล่งที่มา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG230705142746112