ปลัดฯ จตุพร ติวเข้ม จนท.อุทยานฯ เร่งแก้ไขปัญหาที่ดินของราษฎรในเขตป่าอนุรักษ์ แนะ ต้องรู้จักวางตัว รู้วัฒนธรรมพื้นที่ การข่าวต้องดี ควบคู่การใช้กฎหมาย
วันที่ 15 มิถุนายน 2566 เวลา 09.00 น. นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปกท.ทส.) เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ แนวทางการดำเนินงานการแก้ไขปัญหาที่ดินของราษฎรในเขตป่าอนุรักษ์ตามกฎหมาย โดยมี นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวรายงาน พร้อมด้วย ผู้บริหาร ผู้อำนวยการสำนัก เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค รวมจำนวนกว่า 400 คน เข้าร่วมการประชุม ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร และผ่านระบบการประชุมทางไกล VDO Conference เพื่อสร้างความเข้าใจในนโยบายและแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ดินของราษฎรในเขตป่าอนุรักษ์ และเตรียมความพร้อมในการดำเนินการเมื่อมีการบังคับใช้กฎหมายลำดับรอง ตามมาตรา 64 แห่ง พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 และมาตรา 121 แห่ง พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ได้อย่างถูกต้องและเป็นมาตรฐานเดียวกัน
นายจตุพร กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินของราษฎรในเขตป่า เป็นปัญหาเร่งด่วนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทั้ง 227 แห่ง ที่มีราษฎรถือครองที่ดินอยู่ 316,560 ราย 468,256 แปลง รวมเนื้อที่ประมาณ 4,273,726 ไร่ ซึ่งในแต่ละพื้นที่ล้วนมีความซับซ้อน แต่ได้มีการจัดทำขอบเขตพื้นที่ทำกินหรือที่อยู่อาศัยที่เรียกว่า “เขตบริหารพื้นที่การอนุรักษ์” ร่วมกับราษฎรในพื้นที่แล้วเสร็จทุกพื้นที่แล้วตั้งแต่เดือนตุลาคม 2565 เพื่อจัดทำเป็นแผนที่แนบท้ายร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดโครงการอนุรักษ์และดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติภายในเขตอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ต่อไป หลังจากนี้ เมื่อกฎหมายลำดับรอง ทั้ง 2 มาตรา มีผลบังคับใช้ จะเป็นส่วนสำคัญที่สุดที่ใช้เป็นหลักยึดในการทำงานของเจ้าหน้าที่ แต่สิ่งที่สำคัญอีกส่วนคือ การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ที่ต้องมีการฝึกอบรมให้ความรู้ทักษะด้านการสื่อสารและการวางตัวที่ดี ต้องรู้จักวัฒนธรรมหรือภูมิสังคมที่แตกต่างกันของแต่ละพื้นที่เป็นอย่างดี และต้องมีการประสานด้านการข่าวร่วมกับท้องถิ่นและท้องที่ที่ดี เพื่อสร้างความร่วมมือและความเข้าใจที่ถูกต้องร่วมกับพี่น้องประชาชน นอกจากนี้ เขตบริหารพื้นที่การอนุรักษ์ที่กำหนดขึ้น จะต้องมีการจัดทำแผนการจัดการพื้นที่อนุรักษ์ หรือ master plan ของแต่ละพื้นที่ โดยยึดหลักข้อกฎหมาย ที่สามารถวางระบบสาธารณูปโภค สาธารณูปการ ให้กับราษฎรในพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม มีการกำหนด zoning การใช้ประโยชน์พื้นที่ที่ชัดเจน และสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ จะต้องไม่มีการบุกรุกพื้นที่เพิ่มเติม ภายหลังจากที่มีการปักหลักเขตบริหารพื้นที่เพื่อการอนุรักษ์แล้ว รวมถึงต้องมีการกำหนดกรอบแนวทางเพื่อรองรับการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของกฎหมายลำดับรองให้ชัดเจนด้วย
ที่มี่ :https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/69306