ประเทศไทยได้รับความชื่นชมจากนานาชาติ สามารถแก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ส่งผลยอดการส่งออกสินค้าประมง ปี 2565 สร้างมูลค่าสูงกว่า 229,000 ล้านบาท อีกความสำเร็จที่ต้องยกย่อง
นายถาวร ทันใจ รองอธิบดีกรมประมง ในฐานะโฆษกกรมประมง เปิดเผยว่า รัฐบาลไทยโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและกรมประมง ได้แก้ไขปัญหาการประมงผิดกฏหมายมาอย่างต่อเนื่อง จนทำให้การจัดระดับสถานการณ์การค้ามนุษย์ของไทยดีขึ้น รวมถึงการแก้ไขปัญหาการประมงโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย (IUU Fishing) ก็ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ ซึ่งองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ชื่นชมประเทศไทยว่าสามารถดำเนินการเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี รวมถึงองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้องกับการป้องกัน IUU ระดับสากล ก็ได้มอบรางวัลให้กับประเทศไทย แสดงให้เห็นว่านานาชาติให้ความเชื่อถือในเรื่องนี้ และที่สำคัญประเทศคู่ค้าให้ความสำคัญกับการทำประมงถูกกฏหมาย จนส่งผลให้การส่งออกสินค้าประมงของไทยเพิ่มขึ้น โดยปี 2565 ที่ผ่านมา การส่งออกมีมูลค่าสูงกว่า 229,000 ล้านบาท
ส่งออกเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง :
การส่งออกสินค้าประมงของไทยในรอบ 10 ปี (2555 – 2564) เฉลี่ย 1.66 ล้านตันต่อปี คิดเป็นมูลค่าเฉลี่ย 2.16 แสนล้านบาทต่อปี จากข้อมูลปริมาณการส่งออกหลังปี 2558 ซึ่งเป็นห้วงเวลาหลังการแก้ไขปัญหา IUU จนถึงปัจจุบัน พบว่ามีตัวเลขการส่งออกอยู่ที่ 1.5 – 1.6 ล้านตัน มีมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 1.95 – 2 แสนล้านบาท มูลค่าการส่งออกที่เปลี่ยนแปลงไปนั้น เกิดขึ้นจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราและกลไกตลาดของประเทศคู่ค้าของไทย
บริหารจัดการ 6 ด้าน แก้ปัญหายั่งยืนประมงที่ผิดกฎหมาย :
ขณะเดียวกัน กรมประมงยังได้กำหนดการบริหารจัดการ 6 ด้านหลัก เพื่อแก้ไขปัญหาการประมงที่ผิดกฎหมาย อาทิ การปรับกฏหมายให้สอดคล้องกับพันธะสัญญาระหว่างประเทศ และการออกใบอนุญาตให้แก่เรือประมงเพื่อให้สอดคล้องกับทรัพยากรประมงที่มีอยู่
นอกจากนี้ ยังมีภารกิจสำคัญ คือ การคุ้มครองแรงงานภาคการประมง โดยจัดทำหนังสือคนประจำเรือ ซึ่งช่วยให้มั่นใจได้ว่าแรงงานที่อยู่ในภาคการประมง เป็นแรงงานที่ถูกต้องตามกฏหมาย
ขึ้นทะเบียนเรือประมงพื้นบ้านที่กว่า 5 หมื่นลำ :
ปัจจุบันมีเรือประมงพื้นบ้านที่มาขึ้นทะเบียนรวมทั้งสิ้น 50,645 ลำ (ข้อมูล ณ เมษายน 2565) ซึ่งที่ผ่านมากรมประมงและกรมเจ้าท่า บูรณาการการทำงานร่วมกันในการเร่งจดทะเบียนเพื่อนำเรือประมงพื้นบ้านเข้าสู่ระบบให้สามารถดำเนินการตามมาตรการติดตาม ควบคุม และเฝ้าระวังในการทำประมงได้ เพื่อประโยชน์แก่ชาวประมงในการรับความช่วยเหลือจากทางภาครัฐ
ย้อนรอยปลดล็อก IUU - Tier 2 :
สหภาพยุโรปประกาศให้ใบเหลืองแก่ไทยเมื่อปี 2558 เนื่องจากพบปัญหาการทำประมงที่ผิดกฏหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม หรือ IUU Fishing (Illegal, Unreported and Unregulated Fishing) นิยามที่องค์การอาหารและเกษตร แห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization : FAO) บัญญัติขึ้นและใช้ควบคุม รัฐบาลภายใต้การนำของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เร่งปฏิรูปกฎหมายที่ล้าสมัย และเริ่มต้นการปฏิรูปการประมงทั้งระบบ โดยมีเป้าหมายให้ประเทศไทยมีการทำประมงอย่างยั่งยืน จนในที่สุด สหภาพยุโรปได้ประกาศยกเลิกใบเหลืองที่เคยให้กับไทย เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2562 จากความมุ่งมั่นและตั้งใจจริง จนเป็นที่ยอมรับของนานาชาติ
สำหรับการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ ประเทศไทยยังได้จัดตั้งหน่วยงานพิเศษดำเนินการเฉพาะเพื่อลดระยะเวลาดำเนินคดี จากการที่รัฐบาลมุ่งมั่นและตั้งใจแก้ไขปัญหาในทุกมิติอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้ปี 2559 กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาได้เลื่อนสถานะของไทยในรายงานการค้ามนุษย์จากเทียร์ 3 ขึ้นมาเป็นเทียร์ 2 ที่ต้องจับตามอง (Tier 2 Watch List), ปี 2560 คงสถานะเดิม เทียร์ 2 ที่ต้องจับตามอง (Tier 2 Watch List) และปี 2561 เลื่อนขึ้นมาเป็นเทียร์ 2
หมายเหตุ : รูปที่ 1
นายถาวร ทันใจ รองอธิบดีกรมประมง ในฐานะโฆษกกรมประมง
หมายเหตุ : รูปที่ 2 วันที่ 8 มกราคม 2562 ณ กรุงบรัสเซลล์ พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี และนายเคอเมนู เวลลา กรรมาธิการยุโรปด้านสิ่งแวดล้อม กิจการทะเล และประมง ร่วมแถลงข่าวเรื่องการปลดใบเหลืองให้กับประเทศไทย
แหล่งที่มา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG230227153455019